หลงรักแบบสุดขั้ว! หญิงสหรัฐฯ คว้าสถิติโลกกินเนสส์ หลังสะสมรอยสักฉลาม 106 ตัวทั่วร่างกาย จากความกลัววัยเด็ก สู่เส้นทางผู้เชี่ยวชาญสัตว์นักล่าแห่งท้องทะเล
หญิงชาวรัฐเมน สหรัฐฯ กลายเป็นเจ้าของสถิติโลกสุดแปลก หลังเปลี่ยนความหลงใหลในสัตว์นักล่าแห่งท้องทะเลอย่าง “ฉลาม” ให้กลายเป็นผลงานบนร่างกาย โดยเธอมีรอยสักฉลามมากถึง 106 ตัว จนได้รับการบันทึกจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์
เอมิลี มอร์ริสัน (Emily Morrison) นักชีววิทยาด้านฉลาม และเจ้าของบริษัททัวร์ดำน้ำชมฟอสซิลฉลาม ได้รับการรับรองตำแหน่ง “ผู้หญิงที่มีรอยสักฉลามมากที่สุดบนร่างกาย” หลังทีมงานกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ตรวจนับผลงานรอยสักของเธออย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

จากความหลงใหล สู่เจ้าของสถิติโลกรอยสักฉลาม – ภาพจาก Guinness World Records
มอร์ริสัน หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “Shark Lady Emily” เล่าว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉลามไม่ได้เริ่มต้นจากความชอบ แต่กลับเริ่มจาก “ความกลัว” หลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่อง จอว์ส (Jaws) เมื่ออายุเพียง 8 ขวบ

ความกลัวกลายเป็นแพสชัน จากหนังสยองขวัญสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลาม – ภาพจาก Guinness World Records
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อพ่อของเธอสนับสนุนให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับฉลามจริง ๆ ผ่านหนังสือในห้องสมุด ทำให้เธอเริ่มเข้าใจธรรมชาติของสัตว์เหล่านี้มากขึ้น ก่อนจะกลายเป็นความหลงใหลและความรักที่มีต่อฉลามในเวลาต่อมา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มอร์ริสันได้สัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับฉลามอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้อาหารฉลามเสือและฉลามหัวค้อนยักษ์ที่ประเทศบาฮามาส การดำน้ำในกรงเพื่อชมฉลามขาวยักษ์ที่ออสเตรเลีย รวมถึงการว่ายน้ำร่วมกับฉลามวาฬบริเวณชายฝั่งเม็กซิโก
เธอเผยว่า ความหลงใหลในสิ่งที่รักสามารถนำไปสู่เส้นทางอาชีพที่มีความหมาย พร้อมให้คำแนะนำว่า “หากคุณมีสิ่งที่หลงใหล จงพยายามเปลี่ยนสิ่งนั้นให้กลายเป็นอาชีพ แล้วคุณจะมีความสุขอยู่เสมอ”

เอมิลี มอร์ริสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลามรายนี้ แนะนำว่า “หากคุณมีสิ่งที่หลงใหล จงพยายามเปลี่ยนสิ่งนั้นให้กลายเป็นอาชีพ แล้วคุณจะมีความสุขอยู่เสมอ” – ภาพจาก Guinness World Records
ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลามรายนี้เตรียมปรากฏตัวในรายการพิเศษ My Strange Shark Addiction ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประจำปี Shark Week ของช่อง Discovery Channel ที่จะเผยแพร่เรื่องราวของผู้คนที่มีความหลงใหลเกี่ยวกับฉลามในรูปแบบต่าง ๆ
View this post on Instagram
ที่มา: Guinness World Records
อ่านข่าวเพิ่มเติม
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์