เปิดโฉม “บังเกอร์วันสิ้นโลก” ลอยน้ำกลางมัลดีฟส์สำหรับมหาเศรษฐี ราคา 1.46 หมื่นล้านบาท ออกแบบรับมือระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น แต่ยังไม่ได้ก่อสร้างจริง
เกาะแนวคิดสุดล้ำกลางลากูนของมัลดีฟส์กำลังสร้างความฮือฮา หลังมีการเสนอขายโครงการ “The Adaptive Atoll” ในราคาเบื้องต้นสูงถึง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.46 หมื่นล้านบาท โดยถูกวางคอนเซปต์ให้เป็นรีสอร์ตลอยน้ำคล้ายบังเกอร์รับมือวันสิ้นโลกสำหรับมหาเศรษฐี พร้อมแนวคิดที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล
โครงการนี้มีพื้นที่ประมาณ 155 เอเคอร์ หรือประมาณ 885.5 ไร่ ตั้งอยู่ในลากูนทะเลลึกของมัลดีฟส์ และถูกออกแบบให้แยกโครงสร้างรีสอร์ตออกจากผืนดินแบบดั้งเดิม เพื่อให้สามารถปรับตัวตามระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นได้ จุดเด่นคือระบบรางใต้น้ำซึ่งจะทำหน้าที่เคลื่อนย้ายห้องพักเหนือน้ำแบบโมดูลาร์ไปยังจุดต่าง ๆ ของโครงการ
หัวใจสำคัญของ The Adaptive Atoll คือป้อมปราการสไตล์ Brutalist ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “Mother-Ship” ซึ่งออกแบบให้เป็นศูนย์กลางของพื้นที่และใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 100% โดยโครงสร้างจะใช้วัสดุอย่างไม้ดิบและหินปะการัง ขณะที่ห้องพักเหนือน้ำสามารถนำมาเชื่อมต่อกับป้อมปราการผ่านระบบกลไกได้

โครงการมูลค่า 450 ล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยป้อมปราการสไตล์ Brutalist จำนวน 10 แห่ง สร้างจากไม้ดิบและหินปะการัง – ภาพจาก Private Islands Inc.
แนวคิดดังกล่าวไม่ได้เน้นเพียงความหรูหรา แต่ยังมุ่งรับมือกับความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดยระบบรางถูกออกแบบให้มีความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว และช่วยให้โครงสร้างต่าง ๆ สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้ แทนที่จะยึดติดอยู่กับพื้นที่เดิมอย่างถาวร
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ โครงการนี้ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างจริง แม้ราคาจะถูกประเมินไว้เบื้องต้นถึง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่คริส โครโลว์ ผู้ก่อตั้ง Private Islands Inc. ยืนยันว่าเทคโนโลยีพื้นฐานมีความเป็นไปได้ เพราะอาศัยองค์ความรู้จากงานวิศวกรรมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานอยู่แล้ว
พื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่จริงในมัลดีฟส์ โดยรัฐบาลมัลดีฟส์เป็นเจ้าของพื้นที่ และผู้ซื้อจะได้รับสิทธิ์ใช้พื้นที่ลากูนในรูปแบบสัญญาเช่าระยะยาว ตามแผนจะมีป้อมปราการถาวร 10 แห่ง และสามารถขยายเพิ่มเติมด้วยห้องพักแบบบังกะโลได้อีกอย่างน้อย 30 ยูนิต พร้อมระบบพลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานหลัก

แนวคิดแห่งอนาคตใช้เทคโนโลยีลอยน้ำสุดล้ำ เพื่อรับมือกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาผืนดิน – ภาพจาก Private Islands Inc.
ในด้านการเดินทาง โครงการได้รับการออกแบบให้รองรับการเดินทางทางอากาศ เพื่อให้ผู้พักอาศัยสามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวก ขณะที่โครโลว์มองว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือบุคคลที่มีความมั่งคั่งระดับสูงมาก ซึ่งมีอสังหาริมทรัพย์ริมน้ำสุดหรูอยู่แล้ว และกำลังมองหาสถานที่ส่วนตัวที่แตกต่างจากทั่วไป
โครโลว์ยังเคยกล่าวถึงคนที่สนใจซื้อเกาะส่วนตัวว่า ต้องมีความกล้าและความหลงใหลในเกาะอย่างแท้จริง สะท้อนว่า The Adaptive Atoll ไม่ได้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเพียงรีสอร์ตหรู แต่เป็นโครงการแห่งอนาคตที่ผสมผสานความเป็นส่วนตัว เทคโนโลยี และแนวคิดการรับมือกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงเข้าด้วยกัน
ที่มา: nypost
อ่านข่าวเพิ่มเติม: เมืองลอยน้ำแห่งอนาคต! โครงการ “Freedom Ship” เรือขนาดยักษ์รองรับกว่า 8 หมื่นคน เตรียมถูกปลุกกลับมาสร้างจริง หลังแนวคิดค้างคามานานกว่า 30 ปี
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์