ปริศนาบินมรณะ เปิดรายงานสุดท้ายสอบปม MH370 ดราม่าไม่สิ้นสุด

REUTERS/Sadiq Asyraf

ปริศนาบินมรณะ เปิดรายงานสุดท้ายสอบปม MH370 ดราม่าไม่สิ้นสุด

ปริศนาบินมรณะ – การไขปริศนากรณีการหายสาบสูญไปของเครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ เที่ยวบินที่ เอ็มเอช 370 ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. 2557 พร้อมลูกเรือและผู้โดยสาร 239 ชีวิต นำไปสู่ปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ที่สุดที่นานาชาติทั่วโลกร่วมกันแต่ก็ยังไม่พบ

นางซาราห์ นูร์ ผู้สูญเสียลูกไปในเหตุการณ์นี้ ร่ำไห้ (AP Photo/Vincent Thian)

ภารกิจค้นหายุติไปเมื่อต้นปีนี้อย่างเด็ดขาดแล้ว ส่งผลให้กรณีดังกล่าวเป็นปริศนาครั้งใหญ่ที่สุดในแวดวงการบินของมนุษยชาติ

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. เอพี รายงานว่า คณะกรรมการอิสระ 19 คน ชุดสอบสวนมาตรการความปลอดภัยในโศกนาฏกรรม MH370 เปิดรายงานสุดท้าย จำนวน 495 หน้า สรุปสาเหตุที่เครื่องบินตกไม่ได้ บอกได้เพียงว่าหอวิทยุบังคับการบินของมาเลเซียและเวียดนาม ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานของการบินสากลหลังเครื่องเที่ยวบินเอ็มเอช 370 หายไปจากจอเรดาร์

จากนั้นนายอัซฮารุดดิน อับดุล เราะห์มาน ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนมาเลเซีย ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดดังกล่าว

นายอัซฮารุดดิน อับดุล เราะห์มาน ลาออก หลังรายงานสอบสวนตำหนิการทำงานของหอวิทยุการบิน (AP Photo)

กรณีดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความไม่พอใจของบรรดาครอบครัวและญาติทั่วโลกของผู้หายสาบสูญ เพราะแม้ผ่านมานานกว่า 4 ปี ปริศนานี้ยังไร้คำอธิบาย

การค้นหาทั่วมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ที่คาดว่าเป็นจุดตกของเครื่องโบอิ้ง 777-200 กินพื้นที่กว่า 120,000 ตารางกิโลเมตร ลงเอยความล้มเหลว

 รายงานที่ออกมาหนาเป็นปึกๆ ก็ยังไม่ทราบว่าเครื่องหายไปไหน บรรดาญาติผู้หายสาบสูญที่อยู่รับฟังรายงานในสำนักงานเมืองปุตราจายา บางคนถึงกับลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยความเจ็บแค้น

++++++++++

 สิ่งที่สรุปได้ในรายงานฉบับนี้มีเพียง การทำงานของหอวิทยุบังคับการบินทั้งของมาเลเซียและเวียดนามล้มเหลวในการปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม

หลังเครื่องลำนี้บินออกจากน่านฟ้ามาเลเซียเข้าสู่เวียดนาม โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ช่วงนั้นเองเป็นจุดที่เครื่องหายไปจากเรดาร์ แต่หอวิทยุทั้งสองฝ่ายกลับไม่มีฝ่ายใดที่เริ่มปฏิบัติตามขั้นตอนฉุกเฉินในเวลาที่เหมาะสม ส่งผลให้ภารกิจค้นหาและกู้ภัยต้องล่าช้าออกไปโดยไม่จำเป็น

FILE  เงาเครื่องบินของกองทัพอากาศนิวซีแลนด์ มาช่วยค้นหาเอ็มเอช370 พื้นที่ทางใตเของมหาสมุทรอินเดีย (AP Photo/Rob Griffith, File)

แต่ข้อสรุปนี้ไม่อาจยับยั้งความโกรธแค้นของบรรดาญาติผู้หายสาบสูญได้  มีผู้สูญเสียคนหนึ่งกล่าวว่า “มันน่าผิดหวังที่สุดŽ บ้างว่า ผมหงุดหงิดมาก มันไม่มีอะไรใหม่เลยในรายงานบ้านี่เลยŽ”

บรรยากาศการโต้เถียงกันระหว่างญาติผู้เสียหายกับเจ้าหน้าที่ ต่างฝ่ายต่างตะโกนใส่กันไปมาอย่างดุเดือดทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องเข้าแทรกแซงและยุติการรายงานข้อมูลสอบสวน

++++++++++

FILE – ญาติผู้สูญหายมาชุมนุมรำลึกและเรียกร้องขอผลการสอบสวนเมื่อเดือนมี.ค.ปีนี้ (AP Photo/Vincent Thian, File)

ข้อสรุปเดียวที่ได้จากรายงานหนากว่า 400 หน้า คือ ไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงของการหายสาบสูญไปของเที่ยวบินที่เอ็มเอช 370 ได้Ž

ปริศนาบินมรณะ
Copies of the final investigation report .(AP Photo/Vincent Thian)

ทางฝ่ายสืบสวนให้เหตุผลว่า เนื่องมาจากซากเครื่องบิน เครื่องบันทึกข้อมูลห้องนักบิน และเครื่องบันทึกข้อมูลตัวเครื่องบิน ซึ่งก็คือกล่องดำ 2 กล่อง ยังหาไม่พบ

ดาโต๊ะ ก๊ก ซูเฉิน หัวหน้าทีมสอบสวน กล่าวว่า การสรุปสาเหตุที่เครื่องบินหายไปจะไม่มีจนกว่า จะพบซากเครื่องและกล่องดำ ในส่วนของการตรวจสอบนักบินทั้งสอง ไม่พบความเครียดหรือพฤติกรรมผิดปกติ ที่จะก่อเหตุได้ ขณะที่ผู้โดยสารทั้งหมดไม่มีใครน่าสงสัยเลย เพราะไม่มีใครเคยฝึกบิน

“เรายังไม่ตัดทิ้งประเด็นว่าอาจมีการแทรกแซงโดยผิดกฎหมายของกลุ่มคนที่สาม แต่ก็ยังไม่มีกลุ่มใดประกาศตัวว่าจี้เครื่องบินหรือเรียกค่าไถ่  ความอึมครึมของสาเหตุจึงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สอบสวน” หัวหน้าทีมสอบสวนอิสระกล่าว

++++++++++

 ความพยายามในการค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ถือเป็นภารกิจค้นหาครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบินโลก โดยบริษัทเอกชนสัญชาติอเมริกัน โอเชี่ยน อินฟินิตี้Ž เป็นกลุ่มสุดท้ายที่อาสาออกค้นหาด้วยการใช้เรือดำน้ำบังคับออกสำรวจท้องทะเลโดยประกาศจะไม่รับค่าจ้างใดๆ จนกว่าจะหาเจอ

แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ยังพบอะไร จนต้องปิดฉากการค้นหาไปเมื่อเดือนม.ค.2561

ชิ้นส่วนที่เคยพบและสรุปว่าเป็นของเครื่องเอ็มเอช370

ในช่วง 4 ปี มีเพียงการค้นพบเศษชิ้นส่วนที่ คาดว่าŽ มาจากเครื่องเที่ยวบินดังกล่าวเพียง 3 ชิ้น ทั้งหมดถูกพบในพื้นที่ของมหาสมุทรอินเดียซีกตะวันตก เช่น หากปีกแฟล็ปยาว 2 เมตร

ขณะที่รัฐบาลใหม่มาเลเซียที่มี ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด วัย 92 ปี เป็นนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการออกค้นหาเครื่องลำดังกล่าวจะเริ่มอีกครั้งก็ต่อเมื่อพบหลักฐานชิ้นใหม่

 ญาติและครอบครัวของผู้หายสาบสูญก็ยังคงต้องรอคำอธิบายกันต่อไป ไม่ทราบว่าเมื่อใด
ถึงขั้นนี้ คงได้แค่หวังว่าจะยังมีความหวังอยู่บ้างเท่านั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

บทความก่อนหน้านี้เครือใบหยกเดินหน้าปั้นธุรกิจอาหาร-ขนมเข้าตลาดหุ้น ล่าสุดเปิดร้านดังของโอซาก้า ‘แกรม แพนเค้ก’
บทความถัดไปอันเดอร์อาร์เมอร์ รุกขยายสาขา-เพิ่มกลุ่มชุดกีฬาไลฟ์สไตล์ มั่นใจโตต่อเนื่อง 5 ปี 30-50%