มหาเธร์ลั่นเดินหน้าใช้ “หัวเว่ย” ไม่หวั่นถูกล้วงตับ เตือนสหรัฐยอมรับเทคโนโลยีเอเชีย (คลิป)
มหาเธร์ลั่นเดินหน้าใช้ “หัวเว่ย” – วันที่ 30 พ.ค. เอเอฟพี และ นิเคอิ รายงานความคืบหน้ากรณีพิพาท หัวเว่ย หลังจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน ว่า นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด ผู้นำมาเลเซีย วัย 93 ปี กล่าวว่ามาเลเซียจะใช้สินค้าของหัวเว่ยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สวนทางกลับหลายประเทศที่มีกระแสแห่ลดราคาโทรศัพท์มือถือหัวเว่ยเพราะเกรงว่าจะขายไม่ได้
นายกฯ มหาเธร์กล่าวในที่ประชุมอนาคตเอเชีย ครั้งที่ 25 ประจำปี 2562 ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างภารกิจเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ว่า มาเลเซียจะยังใช้สินค้าของหัวเว่ย แม้จะมีประเด็นที่ทางการสหรัฐเชื่อว่าอุปกรณ์ของบริษัทหัวเหว่ยถูกนำมาใช้ในการสอดแนมและลักลอบเก็บข้อมูลความลับต่างๆ ของบริษัทในสหรัฐ แต่มาเลเซียไม่มีอะไรให้สอดแนม
“ใช่ อาจจะมีการสอดแนม แต่จะสืบข้อมูลอะไรจากมาเลเซียล่ะ เราเป็นประเทศที่เปิดเผยอยู่แล้ว” นายมหาเธร์กล่าว และว่าหัวเว่ยมีงานวิจัยใหญ่กว่าการวิจัยทที่มาเลเซียทำทั้งประเทศ ดังนั้นมาเลเซียจะใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ยให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทุกคนรู้ดีว่า หากประเทศใดประเทศหนึ่งจะโจมตีมาเลเซีย ก็สามารถทำได้ด้วยการเดินเข้ามา และมาเลเซียจะไม่ขัดขวาง เพราะเป็นการกระทำที่เสียเวลา

Malaysian Prime Minister Mahathir Mohamad speaks during the 25th Future of Asia conference in Tokyo on May 30. (Photo by Yuki Nakao)
นอกจากนี้ยังเตือนถึงความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลจีนและสหรัฐ โดยย้ำว่าสหรัฐและชาติตะวันตกจำเป็นต้องยอมรับว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียสามารถผลิตสินค้าที่มีศักยภาพแข่งขันในตลาดโลกได้ และสหรัฐไม่ควรข่มขู่คู่แข่งทางธุรกิจ หัวเว่ยมีความก้าวหน้าเหนือเทคโนโลยีของอเมริกา สหรัฐต้องสู้กับจีนด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี ตอนนี้จีนชนะ แต่เวลาอื่นสหรัฐก็อาจจะชนะได้เช่นกัน

FILE PHOTO: A man talks on his mobile phone beside Huawei’s billboard featuring 5G technology at the PT Expo in Beijing, China, September 26, 2018. CHINA OUT.
และว่าข้อพิพาทของสองชาติมหาอำนาจนี้อาจก่อให้เกิดความตึงเครียดในน่านน้ำทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนและหลายประเทศในอาเซียนยังไม่สามารถยุติปัญหาแย่งกรรมสิทธิ์ได้ จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ในความสงบ เพราะเหตุกระทบกระทั่งที่แม้จะเล็กน้อยก็อาจบานปลายกลายเป็นการปะทะดุเดือดได้
ข่าวที่เกี่ยวช้อง: