ทรัมป์ฟุ้งช่วยฮ่องกง รอดถูกบดขยี้สิ้นซาก เพราะตนขอ สีจิ้นผิง ไว้

(Photo by Philip FONG / AFP)

ทรัมป์ฟุ้งช่วยฮ่องกง รอดถูกบดขยี้สิ้นซาก เพราะตนขอ สีจิ้นผิง ไว้

ทรัมป์ฟุ้งช่วยฮ่องกงเอเอฟพี รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์สื่อ ฟ็อกซ์ แอนด์ เฟรนด์ ของสหรัฐ ว่า หากไม่ได้ตนเอ่ยปากขอนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในฐานะ “เพื่อน”ไว้ ว่าอย่าได้ส่งกองกำลังทหารเข้าไป ฮ่องกงคงจะถูกบดขยี้จนสิ้นซากภายในเวลาเพียง 14 นาที

นายทรัมป์กล่าวอ้างเรื่องนี้โดยไม่ตอบคำถามว่า จะใช้อำนาจประธานาธิบดียับยั้งร่างกฎหมายสนับสนุนประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนฮ่องกง หรือไม่ หลังจากร่างบัญญัตินี้ผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาล่างและสภาสูงมาแล้ว รอเพียงประธานาธิบดีลงนามเท่านั้น

ผู้ประท้วงยังหลงเหลือที่มหาวิทยาลัยโพลียู Protesters are seen at Hong Kong Polytechnic University (PolyU), in Hong Kong, China November 22, 2019. REUTERS/Athit Perawongmetha

“ผมจะบอกอะไรคุณให้นะ ผมต้องเคียงข้างฮ่องกง แต่ผมก็ต้องเคียงข้างประธานาธิบดีสีด้วย เขาเป็นเพื่อนผม และเป็นคนที่ยอดเยี่ยมเหลือเชื่อ ผมอยากเห็นพวกเขาหาทางออกได้ และเราต้องช่วยให้เขาหาทางออกให้ได้” นายทรัมป์กล่าว

ทรัมป์ฟุ้งช่วยฮ่องกง
ทหารจีนประจำการอยู่ติดพรมแดนฮ่องกง (Photo by Philip FONG / AFP)

การประท้วงในฮ่องกงยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่หกแล้ว ซึ่งนายทรัมป์กล่าวว่า ทหารจีนเป็นล้านที่อยู่นอกฮ่องกง ไม่ได้รุกเข้าไป เพราะตนเองขอนายสี จิ้นผิงไว้ว่า “กรุณาอย่าทำอย่างนั้น ท่านจะทำพลาดร้ายแรง และจะเกิดผลลบมหาศาลต่อสัญญาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน”  ซึ่งนายทรัมป์เผยด้วยว่า ทีมต่อรองทางการค้าของสองประเทศใกล้บรรลุข้อตกลงเต็มทีแล้ว

TOPSHOT – เศษขยะตกค้างอยู่ที่มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิค Photo by DALE DE LA REY / AFP)

ด้าน สถานการณ์การชุมนุมที่มหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค (โพลียู) ว่า ผู้ประท้วงอีกอย่างน้อย 8 คน ออกมามอบตัว ชุดแรกมี 6 คน เดินจับมือเข้าไปแนวตำรวจด้านนอก และตามด้วยอีก 2 คน ขณะที่ตำรวจยังปิดล้อมด้านนอกมหาวิทยาลัยโพลียูอย่างไม่มีกำหนดเพื่อเคลียร์สถานการณ์รับการเลือกตั้งสภาเขตที่จะมีขึ้นวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.นี้ ตามกำหนดเดิม แม้จะยังมีการประท้วงยืดเยื้อ

ด้านกลุ่มผู้ประท้วงประเมินว่า จำนวนคนที่ยังปักหลักอยู่ด้านในน่าจะเหลือแค่ 30 คน และลาดตระเวนทั่ว ม.โพลียูเพื่อดูว่ามีตำรวจนอกเครื่องแบบแฝงตัวหรือไม่ บางส่วนเลิกหาช่องทางหลบหนีตำรวจ แต่หันมาทำอาวุธประกอบเพื่อป้องกันตัวหากตำรวจปราบจลาจลบุกเข้ามาจับกุม

++++++++++

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สะท้านศึกฮ่องกง จีนโกรธจัดสหรัฐ กฎหมายชูประชาธิปไตยถึงมือทรัมป์

บทความก่อนหน้านี้ทดสอบตำรวจไทย 2 ภารกิจระดับโลก
บทความถัดไปวิบากกรรมของธนาธร