ถอดความจากรายงานของ ซีเอ็นเอ็น ทหารรัสเซีย พังโรงเรียนในยูเครน ฝากข้อความเรียกร้องสันติภาพ ถึงเด็กๆ
เมื่อกองทัพยูเครนเข้าควบคุมหมู่บ้านคาตูย์จันคา ทางเหนือของกรุงคีฟ ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียเป็นเวลาร่วมเดือนในเดือนมี.ค. พบโรงเรียนท้องถิ่นในสภาพพินาศ อุปกรณ์ใดๆ ที่ไม่ได้ถูกขโมยจะถูกทุบทำลาย มีสุสานชั่วคราวในสนามโรงเรียนและมีการขุดสนามเพลาะลึกทั่วสนามฟุตบอล
ภายในห้องเรียนหนึ่งที่ถูกทำลาย ข้อความที่เขียนด้วยชอล์กขาวกระดานดำสีเขียวขนาดใหญ่บนผนังเป็นจดหมายถึงนักเรียนและลงนามโดย “ชาวรัสเซีย”

ข้อความบนในกระดานดำในโรงเรียนในหมู่บ้านคาตูย์จันคา หลังกองทหารรัสเซียออกไป ข้อความหนึ่งเขียนว่า “ขาวยูเครนและรัสเซียเป็นคนเดียวกัน!!!” / ภาพ โวโลดีมีร์ รูเน็ตส์
ข้อความเขียนว่า “เด็กๆ เราขอโทษสำหรับความวุ่นวาย เราพยายามช่วยโรงเรียน แต่มีการทิ้งระเบิด จงอยู่อย่างสงบสุข ดูแลตัวเอง และอย่าทำผิดซ้ำซากที่ผู้ใหญ่คุณทำ ยูเครนกับรัสเซียเป็นหนึ่งเดียวกัน!!! สันติสุขจงมีแด่ท่านพี่น้องทั้งหลาย!”
ข้อความดังกล่าว ที่เขียนเป็นภาษารัสเซีย ต่างจากภาษายูเครน ที่เป็นภาษาที่ใช้ในโรงเรียน เป็นหนึ่งในหลายข้อความที่เขียนทิ้งบนกระดานดำและไวต์บอร์ดที่กระจัดกระจายรอบอาคาร อีกข้อความหนึ่งคือ “เราอยู่เพื่อสันติภาพในโลกทั้งปวง”
นายมีโคลา มีคิตชิค ครูใหญ่โรงเรียนมัธยมศึกษาของหมู่บ้านคาตูย์จันคา บอกซีเอ็นเอ็น เมื่อเดือนที่แล้วว่า เขารู้สึกขยะแขยงเมื่อพบข้อความเหล่านี้
“พวกเขาเขียนว่า “ชาวรัสเซียและยูเครนเป็นพี่น้องกัน” พร้อมๆ ปล้นโรงเรียนไปด้วย … พวกเขาทำลายคอมพิวเตอร์ เอาฮาร์ดไดรฟ์ คอมพิวเตอร์วางตัก และเครื่องพิมพ์ไป ไม่ได้ทิ้งอะไรที่โรงเรียน! มันเป็นความป่าเถื่อนและหน้าซื่อใจคด” นายมีคิตชิคกล่าว
เขาบอกว่า พบระเบิดต่อต้านรถถัง 3 ลูก ระเบิดช็อตหลายลูก และซองกระสุนปืนกลพร้อมกระสุนบนบริเวณโรงเรียน ส่วนห้องครัวที่เพิ่งได้รับการตกแต่งใหม่พร้อมอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ใช้เลี้ยงเด็กมากกว่า 500 คนในแต่ละวันก่อนสงครามจะเริ่มต้น พังทลายสิ้นเชิง

โรงเรียนในหมู่บ้านคาตูย์จันคาได้รับความเสียหายอย่างมากเนื่องจากการสู้รบ / ภาพ กาลีนา คาปีตัน
ตามข้อมูลความคืบหน้าปฏิบัติการที่กระทรวงกลาโหมยูเครนเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 มี.ค. กองทหารรัสเซียอยู่ในการควบคุมหมู่บ้านคาตูย์จันคาในเวลานั้น โดยจัดตั้งค่ายขนส่งขึ้นที่นั่นและในหมู่บ้านอื่นๆ ในพื้นที่
คาตูย์จันคาเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่แต่มีความสำคัญยุทธศาสตร์ เนื่องจากตั้งอยู่บนถนนหลักสายหนึ่งที่เข้าสู่กรุงคีฟ ภาพถ่ายดาวเทียมตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเผยขบวนรถ ทหารรัสเซีย ยาว 64 กิโลเมตรที่ประกอบด้วยรถถัง รถหุ้มเกราะ และปืนใหญ่ลากจูงในพื้นที่นี้
นายมีคิตชิคประเมินความเสียหายจากกองทหารรัสเซียที่คิดเป็นเงินประมาณ 5 ล้านฮริฟเนียยูเครน (ราว 5.8 ล้านบาท) และว่าตนไม่สามารถนึกภาพออกได้ว่านักเรียนจะกลับมาในเร็ววัน และในใจของครูใหญ่ ไม่ต้องสงสัยว่าพวกเขาเป็นผู้ปล้นโรงเรียน
“เราหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกัน”
“ทุกสิ่งทุกอย่างถูกนำออกไป แม้แต่สายเคเบิลยังถูกขโมย เรามีสายไฟฟ้าจากลวดทองแดง และสายเคเบิล 100 เมตรถูกขโมยไป” นายมีคิตชิคกล่าว
ขณะเดียวกัน อีกข้อความหนึ่งที่เขียนทิ้งในโรงเรียนดังกล่าวระบุว่า “ยุติธรรมและซื่อสัตย์ต่อกันและกัน ยื่นมือความช่วยเหลือแก่ทุกคนที่ต้องการ เราหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกัน! กลายเป็นหมอ วิศวกร ครู ผู้นำมาซึ่งสันติภาพ”
ข้อความดังกล่าวที่เขียนบนกระดานดำในเมืองคาตูย์จานคา เป็นหนึ่งในหลายสิบข้อความที่พบในโรงเรียนต่างๆ ในเขตต่างๆ ของยูเครนที่รัสเซียยึดครองก่อนหน้านี้ ก่อนถอนทหารออกไป
ในยูเครน ภาพถ่ายข้อความเหล่านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความโหดร้ายและความเสียหายมหาศาลของการรุกรานของรัสเซียที่ไม่มีเหตุผล แต่ในรัสเซีย ข้อความเหล่านี้สร้างกระแสตอบรับแตกต่างกันกมาก หลังเปิดเผยครั้งแรกเมื่อเดือนเม.ย. และกลายเป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณาชวนเชื่อที่เผยการจู่โจมยูเครนของรัสเซียเป็น “การปลดปล่อย”
เว็บไซต์ข่าวรัสเซีย เลนตา แพร่บทความเกี่ยวกับ “ข้อความจับใจถึงเด็กยูเครน” ที่กองทัพรัสเซียเขียนทิ้ง ขณะที่เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ซาร์กราดของรัสเซียรายงานข้อความที่ “จริงใจ” ที่อยากให้เด็กๆ ยูเครน “ประสบความสำเร็จในการศึกษา” ”
แม้แต่นายวลาดีมีร์ เมดินสกี อดีตรัฐมนตรีการศึกษาและวัฒนธรรมรัสเซีย ยังแชร์ภาพถ่ายหนึ่งในข้อความดังกล่าว และระบุว่า ตนรู้สึกจับใจกับข้อความนี้
“เราขอโทษ เราไม่ต้องการสงคราม”
ส่วนในหมู่บ้านโนวี บีคิว ในแคว้นแชร์นีฮิว ทางตะวันตกของกรุงคีฟ ข้อความลักษณะนี้จำนวนมากยังถูกพบบนกระดานดำ หลายข้อความเรียกร้องสันติภาพและมิตรภาพระหว่างชาวยูเครนและรัสเซีย
นาตาเลีย วอว์ฟ ครูใหญ่โรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไปโนโวบีคิวสกี ซึ่งถูกโจมตีอย่างหนักระหว่างการสู้รบ บอกซีเอ็นเอ็นเมื่อเดือนก่อนว่า หลังคาโรงเรียนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากการทิ้งระเบิด และหน้าต่างทุกบานพัง
“ห้องสมุดเสียหาย หนังสือเรียนถูกเผาหมดสิ้น ไม่เหลือสักเล่ม โต๊ะถูกทำลาย อุปกรณ์และคอมพิวเตอร์ถูกยกออกไป” วอว์ฟกล่าว ทว่าในห้องเรียนจำนวนมาก ทหารรัสเซียทิ้งข้อความเรียกร้องสันติภาพ
ข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่บนกระดานดำสีเขียวระบุ “ขออภัย เราไม่ต้องการสงครามครั้งนี้ พี่น้องชาวสลาฟ คุณถูกหลอก สงครามไม่ดี อย่าทะเลาะกันนะเด็กๆ!!” ส่วนบนกระดานอื่น ข้อความเขียน “อยู่เป็นเพื่อนกันเถอะ!!!” ขณะที่ในห้องเรียนอื่นๆ ข้อความบนกระดานดำเขียนว่า “เราทุกคนเป็นชาวสลาฟ ไม่ดีเลยที่พี่น้องใช้มีด (กันและกัน)”

พบระเบิดในโรงเรียนในหมู่บ้านโนวี บีคิว / ภาพ นาตาเลีย วอว์ฟ
วอว์ฟกำลังจัดทำรายการความเสียหายกับโรงเรียนระหว่างการยึดครองของรัสเซีย “เรามีแผงควบคุมแบบอินเทอร์แอคทีฟซึ่งใช้เงิน 100,000 ฮริฟเนีย ซึ่งถูกขโมยไป เครื่องพิมพ์และคอมพิวเตอร์วางตักถูกขโมย สิ่งไหน พวกเขาขโมยไม่ได้จะทำให้มันพังและใช้ไม่ได้”
อย่างไรก็ตาม วอว์ฟเชื่อว่าบางข้อความจากทหารรัสเซียแสดงความสิ้นหวังส่วนตัว หลายข้อความแสดงความรู้สึกต่อต้านสงคราม และอย่างน้อย 5 ข้อควา เรียกร้องเพื่อมิตรภาพ เช่น “เราทุกคนต้องการมีชีวิตอยู่” โดย “มีชีวิต” เน้นด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ และอีกข้อความ “เราไม่เข้าใจว่าเรามาทำอะไรที่นี่”
“ฉันเชื่อว่าข้อความเหล่านี้แสดงว่าพวกเขาเข้าใจความหายนะ บางทีพวกเขาอาจกำลังรอความตาย แต่พวกเขายังคิดเกี่ยวกับความจริงที่ว่า พวกเขาจะถูกลงโทษกับความชั่วที่พวกเขาทำ คนเขียนดูจะต้องการมีชีวิตอยู่ มีลูก และทำทุกอย่างเหมือนคนปกติ แต่เข้าใจว่าหลังจากนี้พวกเขาจะไม่สามารถกลับมามีชีวิตปกติได้” วอว์ฟกล่าว
“ปูตินเป็นประธานาธิบดีของคุณ”
ส่วนในโรงเรียนมัธยมศึกษาซดวีจิวคา (Zdvyzhivka) ในหมู่บ้านซดวีจิวคา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงคีฟ ข้อความว่า “ปูตินเป็นประธานาธิบดีของคุณ เด็กๆ ขยันเรียนหนังสือ รัสเซียต้องการพลเมืองที่มีการศึกษา” เขียนบนกระดานดำที่มีรูปวาดระบบสุริยะของเด็กๆ อยู่มุมซ้ายล่าง
ลูกจ้างโรงเรียนคนหนึ่ง ที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อเนื่องจากกลัวความปลอดภัย เผยถึงการพบทุ่นระเบิดแบบทริปไวร์ (tripwire) ในบริเวณโรงเรียนหลังจากที่กองทหารรัสเซียถอนตัวออกไปเมื่อปลายเดือนมี.ค. และระหว่างที่รัสเซียควบคุมโรงเรียนแห่งนี้กลายเป็นสำนักงานใหญ่ของหน่วยเคลื่อนที่วัตถุประสงค์พิเศษ ตำรวจพิเศษของกองกำลังป้องกันประเทศรัสเซีย
หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนสายหลักเข้าสู่กรุงคีฟจากทางเหนือ และโรงเรียนแห่งนี้เหมือนอีก 2 แห่งข้างต้น อุปกรณ์เกือบทั้งหมดถูกขโมยหรือทำลายเช่นกัน
“พวกเขาทุบโต๊ะ ทำลายโรงเรียนอนุบาล หน้าต่างพัง ขโมยสมาร์ทบอร์ดและคอมพิวเตอร์วางตัก ส่วนทีวีแอลซีดีขนาดใหญ่ พวกเขาขโมยไม่ได้เพราะใหญ่เกินไป จึงยิงและปล่อยทิ้งในห้องเรียน” ลูกจ้างโรงเรียนกล่าว ทว่าบนกระดานดำใกล้กับทีวี ข้อความสั้นๆ เขียน “ยกโทษให้พวกเราด้วย!”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ปูตินขยันขู่! ลั่นเพิ่มเป้าหมายโจมตี ยูเครนไม่สน-วอนตะวันตกเสริมอาวุธรัวๆ