สื่อเขมรอ้างทัพไทยใช้ “ระเบิดลูกปราย” – ขแมร์ไทมส์ รายงานว่าหน่วยงานช่วยเหลือเหยื่อและปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (ซีเอ็มเอเอ) แสดงความวิตกและประณามอย่างรุนแรงที่สุดหลังมีรายงานว่ากองทัพไทยนำ “ระเบิดพวง” หรือ “ระเบิดลูกปราย” ไปใช้ในพื้นที่ชายแดนกัมพูชาในวันนี้
ซีเอ็มเอเอระบุว่ากองทัพไทยได้ดำเนินการโจมตีสองครั้งโดยใช้ระเบิดพวงซึ่งเป็นอาวุธที่ถูกห้ามใช้ในระดับนานาชาติเนื่องจากส่งผลกระทบอย่างไม่เลือกหน้าและยาวนานในพื้นที่พนมขมุช (เขาผี) และหมู่บ้านเตโชธรรมชาติ จังหวัดพระวิหาร

สื่อเขมรอ้างทัพไทยใช้ “ระเบิดลูกปราย” – The Cambodian Mine Action and Victim Assistance Authority (CMAA) expresses its deepest alarm and strongest condemnation following reports that the Royal Thai Armed Forces deployed cluster munitions today in a border area within the Cambodian territory.
สื่อกัมพูชาระบุว่าการโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายที่พนมขมุช ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย และการโจมตีครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.50 น. ที่หมู่บ้านเตโชธรรมชาติ ส่งผลให้ประชาชน หน่วยงานท้องถิ่น และทีมกู้ระเบิดทางเทคนิคที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
เบื้องต้นทีมกู้ระเบิดพบกระสุนพวงหลายลูกซึ่ง อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดลูกปราย (ซีซีเอ็ม) พ.ศ.2551 ห้ามใช้ระเบิดลูกปราย เพราะมีการทำลายล้างอย่างกว้างขวางและเป็นภัยคุกคามระยะยาวต่อพลเรือน โดยเฉพาะเด็ก
กัมพูชาตระหนักดีถึงผลกระทบอันเลวร้ายของระเบิดลูกปรายเนื่องจากต้องทนทุกข์ทรมานจากเศษซากของระเบิดย่อยหลายล้านลูกที่ถูกทิ้งในความขัดแย้งครั้งก่อนๆ อาวุธเหล่านี้ก่อให้เกิดการบาดเจ็บแก่พลเรือน ขัดขวางความก้าวหน้า และทำให้ชุมชนตกอยู่ในความหวาดกลัวมาหลายชั่วอายุคน

A Cambodian military personnel stands on a BM-21 Grad multiple rocket launcher, around 40 km from the disputed Ta Moan Thom temple, after Thailand and Cambodia exchanged heavy artillery on Friday as their worst fighting in more than a decade stretched for a second day, in Oddar Meanchey province, Cambodia. REUTERS
ไทยกำลังใช้ยุทธวิธีอันโหดร้ายอีกครั้งหนึ่งเช่นเดียวกับที่เคยใช้ในปี 2554 ระหว่างการสู้รบกับกัมพูชาใกล้ปราสาทพระวิหาร โดยใช้ระเบิดพวงซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายและการปนเปื้อนอย่างกว้างขวาง
นายลี ธุช รัฐมนตรีอาวุโสและรองประธานคนแรกของ ซีเอ็มเอเอ กล่าวว่า “การใช้ระเบิดพวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหรือใกล้พื้นที่ชายแดนที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ถือเป็นการยกระดับสถานการณ์ที่ยอมรับไม่ได้ แสดงให้เห็นถึงการเพิกเฉยต่อชีวิตมนุษย์ หลักการด้านมนุษยธรรม และเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างโจ่งแจ้ง แม้ว่ากัมพูชาจะไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง”
“แต่กัมพูชาก็ไม่เคยนำอาวุธเหล่านี้ไปใช้ และได้ทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกำจัดอาวุธเหล่านี้ออกไปจากดินแดนของเรา เหตุการณ์ในวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อชีวิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความไว้วางใจและความร่วมมือที่ยาวนานหลายปีอีกด้วย”

สื่อเขมรอ้างทัพไทยใช้ “ระเบิดลูกปราย” – Fire and smoke rise after, what the Thai army says, was the Royal Thai Army’s drone operation causing damages on Cambodian military’s arms depot, in an area given as Phu Ma Kuea Hill near Preah Vihear Province, Cambodia, in this screengrab from a handout video released on July 25, 2025. Thai Army/Handout via REUTERS THIS IMAGE HAS BEEN SUPPLIED BY A THIRD PARTY. NO RESALES. NO ARCHIVES. MANDATORY CREDIT VERIFICATION – Reuters was not able to independently verify the location and date of footage. TPX IMAGES OF THE DAY
ซีเอ็มเอเอขอประณามการกระทำอันไร้ความรอบคอบนี้และเรียกร้องให้ยุติการใช้อาวุธดังกล่าวโดยทันที การกระทำนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กัมพูชาได้ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุดและยังคงปฏิบัติตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลอย่างครบถ้วน
ซีเอ็มเอเอขอเตือนทุกฝ่ายว่าความก้าวหน้าในการปฏิบัติการใช้ทุ่นระเบิดและการสร้างสันติภาพในภูมิภาคสามารถบรรลุผลได้ผ่านการเจรจา ความเคารพซึ่งกันและกัน และการปฏิเสธความรุนแรงและการยั่วยุทางทหารอย่างสิ้นเชิง
ซีเอ็มเอเอย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อความโปร่งใสและความรับผิดชอบ พร้อมเชิญชวนประชาคมระหว่างประเทศซึ่งรวมถึงสหประชาชาติ อาเซียน และหน่วยงานด้านการลดอาวุธมนุษยธรรมที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด “ประเทศไทยต้องยุติการกระทำที่เป็นปรปักษ์โดยทันที และยึดมั่นในหลักการของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ”

People rest inside a shelter, after Thailand and Cambodia exchanged heavy artillery on Friday as their worst fighting in more than a decade stretched for a second day, in Surin, Thailand, July 25, 2025. REUTERS/Athit Perawongmetha
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: