วิจัยเผย ดื่มมิลค์เชคแก้วเดียว ตัวการทำร้ายสมองชั้นดี หัวใจทำงานหนัก เพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น

แม้หลายคนจะมองว่า “มิลค์เชคแก้วเดียว” เป็นเพียงของหวานธรรมดา แต่ผลการศึกษาใหม่เผยให้เห็นถึงความน่าตกใจ หลังดื่มแค่เพียงแก้วเดียว อาจส่งผลร้ายต่อการไหลเวียนเลือดในสมอง เพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาธ์เวลส์ ประเทศอังกฤษ เขียนในเว็บไซต์ The Conversation ว่า “เมื่อพูดถึงการปกป้องสุขภาพสมอง ทุกมื้ออาหารล้วนมีความสำคัญ”

โดยผลการศึกษาใหม่เผยว่า แม้ร่างกายจะต้องการไขมันเพื่อเป็นพลังงาน รักษาความอบอุ่น และส่งเสริมสุขภาพผิวและเส้นผม แต่ไขมันอิ่มตัว (saturated fat) และไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fat) มีผลต่อร่างกายต่างกันโดยสิ้นเชิง

โดยอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงจะทำให้ระดับไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น ผนังหลอดเลือดแข็งตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และหัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งผลกระทบจะสูงสุดราว 4 ชั่วโมงหลังการบริโภค

ภาพประกอบ

ทีมนักวิจัยทำการทดลองกับอาสาสมัครชาย 41 คน แบ่งเป็นกลุ่มวัย 18–35 ปี และกลุ่มวัย 60–80 ปี โดยวัดประสิทธิภาพของหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจและสมอง ก่อนและหลังดื่มมิลค์เชค ซึ่งมีพลังงานสูงถึง 1,362 แคลอรี และไขมัน 130 กรัม เนื่องจากส่วนผสมหลักคือครีมสดข้น

ผลการวิจัยยืนยันว่า การดื่มมิลค์เชคดังกล่าวทำให้หลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับหัวใจนั้นแย่ลงทั้งในคนหนุ่มและผู้สูงอายุ และยังลดความสามารถของสมองในการปรับสมดุลความดันโลหิต

โดยในกลุ่มผู้สูงอายุพบว่าผลกระทบมากกว่าเดิมราว 10% ซึ่งบ่งชี้ว่าสมองผู้สูงอายุอาจเปราะบางต่อผลลัพธ์จากมื้ออาหารลักษณะนี้มากกว่า

ขณะที่ งานวิจัยก่อนหน้านี้ก็พบว่า อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงนั้นสามารถเพิ่มความเครียดออกซิเดชันและอาจกระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ได้ อีกทั้งเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล LDL ซึ่งส่งผลให้การผลิตไนตริกออกไซด์ลดลง

ด้วยเหตุนี้ สมาคมโรคหัวใจอเมริกันจึงแนะนำให้จำกัดการบริโภคไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 6% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน ซึ่งเกินได้ง่ายมาก เพราะเนยเพียง 1 ช้อนโต๊ะมีไขมันอิ่มตัวราว 7 กรัม ขณะที่เบคอน 2 แผ่นมีประมาณ 3 กรัม

ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง มาเลือกทานเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาทิ ปลาที่มีไขมันสูง วอลนัต เมล็ดพืช อะโวคาโด และน้ำมันมะกอก ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

ภาพประกอบ

แม้ยังมีช่องว่างของข้อมูล แต่นักวิจัยหวังว่าผลลัพธ์ครั้งนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของโภชนาการ ทั้งในมุมระยะยาวและผลกระทบทันที ซึ่งงานวิจัยล่าสุดถือเป็นการเตือนว่า อาหารไม่ได้มีผลต่อสุขภาพในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อร่างกายและสมองในแบบเรียลไทม์ด้วย

ทั้งนี้ ภาวะเลือดไหลเวียนไม่ดี หัวใจทำงานหนักขึ้น และสมองเสื่อมเป็นภาวะที่เชื่อมโยงกัน โดยภาวะเลือดไหลเวียนไม่ดีและการที่หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น อาจเป็นผลมาจากโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ ซึ่งทำลายหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ส่งผลให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและสารอาหาร และนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน