ตร.ชิงจับก่อนมอบตัว นายกฯอบต. ปราจีนบุรี เอี่ยวแก๊งเสี่ยรับเหมา รีดเงินผู้ประกอบการ-แลกใบอนุญาต ยังให้การปฏิเสธ รวมทั้งข่าวลือจ่าย 10 ล้านเคลียร์คดีกับบิ๊กเต่าด้วย
วันที่ 25 ธ.ค. 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.2 บก.ปปป. พ.ต.ท.ประดิษฐ์ สีฟอง สว.กก.2 บก.ปปป. นำกำลังดักจับกุม นายสุรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี นายก อบต.แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค2 ที่ จ.20/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค.2568 ข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ,ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ” ขณะจะเข้ามอบตัวต่อสู้คดี ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)
จากการจับกุมทราบว่าเมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจ กก.2 บก.ปปป. วางแผนเข้าจับกุม ส.อ.จักรพันธ์ อายุ 45 ปี หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง อบต. และ นายสายันต์ หรือเสี่ยน้อย อายุ 63 ปี ผู้รับเหมารายใหญ่ในพื้นที่ หลังร่วมกันข่มขู่รีดเงินจากผู้ประกอบการรายย่อย จำนวน 6.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างโกดัง
ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงขยายผลการสอบสวนกระทั่งพบหลักฐานเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เชื่อมโยงมาถึงตัว นายสุรชัย ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งมีอำนาจลงนามอนุมัติออกใบอนุญาตได้โดยตรง สอดคล้องกับพยานหลักฐานอื่นๆ
โดยเฉพาะหลักฐานการติดต่อสื่อสารระหว่าง นายสุรชัย กับผู้ต้องหาทั้งสอง ในช่วงเวลาที่มีการเจรจา และเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย จึงทำให้เชื่อว่า นายสุรชัยมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการทุจริตดังกล่าว
ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา ยังมีกระแสข่าวลือหนาหูในพื้นที่ว่า นายสุรชัย นั้นจ่ายเงินวิ่งเต้นเคลียร์คดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีได้ เจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ
แต่ นายสุรชัย รู้ตัวว่ากำลังจะถูกดำเนินคดี จึงเก็บตัวเงียบไม่ยอมออกนอกบ้าน เพื่อไปหาเสียงเตรียมเลือกตั้งเหมือนเช่นเคย ก่อนรีบเดินทางมายัง บช.ก. หวังชิงมอบตัวต่อสู้คดี จนถูกจับกุมได้ดังกล่าว
สอบสวน นายสุรชัย ให้การปฏิเสธ อ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิดทุจริต เพื่อเรียกรับเงินแลกออกใบอนุญาตกับผู้ต้องหาทั้งสองรายแต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าวลือว่าตนสามารถวิ่งเต้นเคลียร์คดีกับ “บิ๊กเต่า” ได้แล้วนั้น
ยืนยันว่าไม่เคยพูด และหรือแอบอ้างชื่อแม้แต่ครั้งเดียว ข่าวลือเช่นนี้ตนเชื่อว่าเป็นการปล่อยข่าวจากผู้ไม่หวังดี เพื่อหวังดิสเครดิตตนให้ได้รับความเสื่อมเสียมากกว่า จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปปป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

