จ่านิว เผยภายหลังศาลพิพากษายกฟ้อง คดีหมิ่นประมาทกกต. ยันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะพลเมืองไทยที่ตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังจากศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.3328/2567 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อดีตแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาชนเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น

โดยศาลได้พิพากษายกฟ้อง นายสิรวิชญ์ เนื่องจากถ้อยคำที่วิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในขณะนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่มีประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จึงทำให้มีข้อสงสัยเกิดขึ้นแก่สังคม จำเลยได้กล่าวในลักษณะท้วงติงให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับไม่ได้กล่าวมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงไปยังบุคคลใดรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษอันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 อนุ 3 การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท จึงพิพากษายกฟ้อง

ต่อมา นายสิรวิชญ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ศาลพิพากษายกฟ้องคดีที่ตนวิจารณ์การทำหน้าที่ของกกต.เพื่อให้การเลือกตั้งปี 2562 เป็นธรรม เนื่องจากศาลเห็นว่าเป็นการใช้คำวิจารณ์โดยสุจริต ไม่ได้มีการเจาะจงไปที่กกต.คนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ

รวมถึงการเลือกตั้งครั้งนั้นก็ยังไม่มีการรับรอง ในฐานะที่เป็นพลเมืองชาวไทย ก็มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์ได้ มุมนึงอาจจะทำให้มองว่าประชาชนไทยก็มีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์บุคคลที่ทำงานในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

นายสิรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ตนพูดในครั้งนั้นเพราะการทำงานของกกต.ค่อนข้างมีปัญหา ตนก็ต้องตรวจสอบในฐานะประชาชนคนหนึ่งในการติชมและตรวจสอบ แม้เวลาจะผ่านจนเปลี่ยนบุคลากรไป 3 ชุดแล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ แต่ตนก็ขอให้การวิจารณ์การทำงานของกกต.ระมัดระวังเรื่องการโจมตีเชิงตัวบุคคล ให้พูดถึงการทำงานที่มีปัญหาแล้วให้หน่วยงานออกมาชี้แจงให้ชัดเจนดีกว่า

เมื่อถามว่าเป็นบรรทัดฐานของคนที่จะออกมาวิจารณ์การทำงานของหรือไม่ นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นสิทธิ์ของประชาชนในการวิจารณ์การทำงานของกกต.อยู่แล้ว แต่ควรระมัดระวังและพูดโดยหลักฐานและข้อมูลที่เป็นประจักษ์ ไม่ใช่การโจมตีเชิงตัวบุคคลเพื่อไม่ต้องเจอปัญหาเดียวกับตนในการโดนฟ้องแล้วต้องเสียเวลามาขึ้นศาลอีก เพราะเห็นหลายฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าในฐานะที่ทำงานภาคประชาชนรู้สึกอย่างไรที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสังคมแต่กลับโดนฟ้อง นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเหนื่อยหน่ายแต่ตนยืนยันว่าใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญเราต้องการทำหน้าที่ตรงส่วนนี้ และคิดว่าภาครัฐต้องหลีกเลี่ยงในการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทกับประชาชน ในเมื่อเป็นการตรวจสอบการทำงานเชิงภาครัฐก็ต้องยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะถูกมองว่าภาครัฐพยายามใช้กฎหมายส่วนนี้ในการปิดปากประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน