หลานสาวร่ำไห้ ยายวัย78ถูกทำร้าย-ชิงทรัพย์ ไม่รู้มานอนข้างถนน เผยอยากพากลับไปดูแล แต่ยายไม่ยอม ขณะที่ ยาย เผยสาเหตุมานอนข้างถนน เพราะห้องพักร้อนนอนไม่สบาย ยันไม่อยากไปอยู่กับหลาน
กรณีคุณยายถูกทำร้ายและชิงทรัพย์จนใบหน้ามีรอยฟกช้ำ จากนั้นมีพลเมืองดีพบเห็นจึงโพสต์ตามหาญาติกระทั่งมีหลานสาวมารับตัวไป ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 28 มี.ค. พบว่าระหว่างที่คุณยายนอนอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ผู้ก่อเหตุเป็นชายสวมเสื้อสีดำ กางเกงขาสั้น เดินตรงเข้ามานั่งข้างๆ ก่อนจะลงมือรื้อค้นทรัพย์สินมีค่า เมื่อยายรู้สึกตัวจึงขัดขืน ทำให้ผู้ก่อเหตุกระทืบเข้าที่ลำตัวและใบหน้าหลายครั้งจนยายสลบไป ก่อนจะรีบขโมยทรัพย์สินมีค่าและเดินหนีหายไปทันที
ต่อมา วันที่ 29 มี.ค. 2569 ทางอาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง นำตัว นางสาวมาลี (สงวนนามสกุล) อายุ 78 ปี คุณยาย และนางสาวขวัญนรี อายุ 32 ปี หลานสาว พร้อมหลักฐานภาพวงจรปิด เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี
นางสาวมาลี เดินทางมาถึง ได้นำเสื้อตัวที่ใส่วันเกิดเหตุมาให้ผู้สื่อข่าวดู พบว่าบริเวณกระเป๋าข้างเสื้อฉีกขาด พร้อมบอกว่าโทรศัพท์มือถือ และเงินอยู่ในกระเป๋าใบนี้กว่า 2,000 บาท โดยผู้ก่อเหตุเข้ามาล้วงกระเป๋านี้เพื่อเอาทรัพย์สินไป แต่ตนก็จำเหตุการณ์ไม่ได้ เพราะมันชุลมุน และไม่รู้ว่ามีอาวุธหรือไม่ หลังจากนั้นตนก็ไปโรงพยาบาล และก็มีกู้ภัยพาตนไปโรงพยาบาลอีกครั้ง และทราบว่ากระดูหน้าด้าน ซ้ายร้าว และตอนนี้ยังรู้สึกระแวงอยู่
ยืนยันว่า ไม่รู้จักชายรายดังกล่าว และไม่ใช่สามีของตนตามที่เป็นกระแสข่าว เพราะตนไม่มีสามี ส่วนสาเหตุที่ไปนอนข้างทาง เพราะห้องที่ตนอยู่ร้อน ทำให้ตนนอนไม่สบายเลยออกไปนอนหน้าป้ายรถเมล์และข้างทางบ้างบางครั้ง
นางสาวมาลี บอกว่า ตอนนี้อยากได้โทรศัพท์คืนเพราะว่าตนมีเงินไม่มาก แทบไม่พอแต่ละเดือนที่ใช้จ่าย หลังจากนี้ตนไม่อยากกลับไปอยู่กับหลานเพราะหลานอยู่ จ.ราชบุรี และมีคนอยู่กันจำนวนมาก จึงอยากจะไปหาเช่าที่ใหม่ที่ปลอดภัยกว่านี้ เพราะที่ปัจจุบันถูกทางอพาร์ตเมนต์ไล่ออกแล้ว แต่หากเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือก็ดีอย่างน้อยจะช่วยดูแลความปลอดภัย และยินดีที่จะไป
ด้าน นางสาวขวัญนรี อายุ 32 ปี หลานสาวของผู้บาดเจ็บ เปิดใจทั้งน้ำตา ไม่คิดว่าคุณยายจะตกอยู่ในสภาพนี้ ยิ่งเห็นร่องรอยบาดแผลยิ่งทำใจไม่ได้ และยืนยันว่าต้องการให้ตำรวจช่วยตามจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างถึงที่สุด
เมื่อวานนี้ทันทีที่ได้เห็นโพสต์ประกาศตามหาญาติจากพลเมืองดี เธอและครอบครัวได้รีบออกตามหาคุณยายทันที ก่อนจะไปเจอตัวอยู่ที่หน้าห้างสรรพสินค้ าย่านติวานนท์ และพาคุณยายไปเปิดห้องพักในที่ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม เธอรู้สึกติดใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ เนื่องจากหาว่าคุณยายของเธอไปเกิดอุบัติเหตุหกล้มเองหรือไม่ และมีท่าทีไม่เต็มใจให้ความช่วยเหลือ ขณะที่ในเวลานั้นยังไม่มีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย
ส่วนประเด็น หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าญาติดูแลคุณยายดีหรือไม่ ทำไมถึงปล่อยให้อยู่สภาพแบบนี้ หลานสาว ยืนยันว่า ไม่เคยทอดทิ้งและรับรู้ความเป็นอยู่ของคุณยายมาโดยตลอด แต่เนื่องจากคุณยายมีนิสัยรักสันโดษ ชอบใช้ชีวิตตามลำพัง และมักออกไปไหนมาไหนคนเดียว อีกทั้งไม่มีปัญหาด้านการเงินเพราะมีเงินบำนาญ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ครอบครัวจะหารือกันอีกครั้งว่าจะให้คุณยายไปอยู่ที่ใด โดยตนต้องการพากลับไปดูแลที่จังหวัดราชบุรี แต่ยังไม่แน่ใจว่าคุณยายจะยินยอมหรือไม่
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพระนั่งเก้า ก่อนประสานส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตามสิทธิ์สวัสดิการข้าราชการ และเตรียมนัดหมายสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง และขณะนี่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังอยู่ระหว่างตามตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


