“จ่าแหบ” ยันไม่ได้หาปืนให้ หนุ่มจีน ลั่นถ้าขายจริงรวยไปแล้ว ขัดแย้งผลสอบสวน แฉบวกกำไรเป็นทอดๆ ดันราคาพุ่ง 200,000 บาท เปิดจุดนัดส่งมอบ
วันที่ 10 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจับกุม นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี สัญชาติจีน และหญิง อายุ 33 ปี สัญชาติไต้หวัน พร้อมอาวุธปืนสงคราม วัตถุระเบิดชนิดแรงทำลายล้างสูง วัตถุระเบิดสังหารบุคคลและระเบิดขว้าง รวม 10 ลูก พร้อมอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดและน้ำมันจำนวนมาก
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 10 พ.ค. ที่ สภ.นาจอมเทียน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว พ.จ.อ.เมธี หรือ “จ่าเมธี” สังกัดกองทัพเรือ และ พ.จ.อ.ปฐมพล หรือ “จ่าแหบ” อดีตข้าราชการกองทัพเรือ มาสอบสวน หลังพบว่าเป็นผู้จัดหาปืนให้กับชาวจีน โดยมีการสอบสวนนานหลายชั่วโมง
พ.จ.อ.ปฐมพล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ได้มาติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเข้าพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยอมรับรู้จักกับ “จ่าเมธี” เพราะทหารเรือ เรารู้จักกันทุกคนอยู่แล้ว แต่ตนไม่ได้เป็นคนจัดหาปืนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนจีนกลุ่มนี้ ถ้าขายจริงก็รวยไปแล้ว กระบอกเป็นแสน
ทั้งนี้ มีรายงานจากการสอบสวนได้เปิดไทม์ไลน์ ระบุว่า นายหมิงเฉิน ผู้ต้องหาชาวจีน ได้เข้าไปใช้บริการที่สนามยิงปืนที่พัทยา และรู้จักกับนายคเชนทร์ (บอย) ซึ่งเป็นครูฝึกยิงปืน ต่อมานายหมิงเฉินได้ส่งรูปอาวุธปืนที่ต้องการให้นายคเชนทร์เพื่อสั่งซื้อ
นายคเชนทร์จึงประสานไปยัง “จ่าเมธี” ให้ช่วยหาอาวุธปืนตามใบสั่ง จากนั้น “จ่าเมธี” ได้ติดต่อ “จ่าแหบ” ก่อนมีการเสนอขายปืนผ่านทาง จ.อ.วัชรินทร์ หรือ “จ่าบอย”
ในการซื้อขายครั้งนี้มีการบวกกำไรกันเป็นทอดๆ อย่างเป็นระบบ
1.ราคาต้นทาง: 150,000 บาท
2.จากนั้น “จ่าแหบ” บวกเพิ่ม 30,000 บาท (แจ้งราคา 180,000 บาท)
3.นายคเชนทร์ บวกเพิ่มอีก 20,000 บาท (แจ้งราคาขายหนุ่มจีนที่ 200,000 บาท)
เมื่อตกลงราคาได้ นายคเชนทร์ได้ขับรถยนต์พานายหมิงเฉินไปพบ “จ่าเมธี” ที่ร้านสะดวกซื้อ บริเวณถนนสุขุมวิท ก่อนจะพากันไปยังจุดนัดพบซึ่งเป็นบ้านสวนในเขต อ.สัตหีบ ลักษณะเป็นสวนล้อมลวดหนามติดเนินเขา มีตู้คอนเทนเนอร์ตั้งอยู่ ซึ่งเป็นจุดที่ “จ่าแหบ” และ “จ่าบอย” นำปืนมามอบให้
เมื่อตรวจสอบอาวุธปืนจนพอใจ นายหมิงเฉินได้โอนเงินเข้าบัญชี “จ่าบอย” 100,000 บาท และโอนเข้าบัญชี นายจำลอง (ผู้รับเงิน) อีก 100,000 บาท เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยนายจำลองได้รับเงินค่าจ้างกดเงินเพียง 500 บาท
ส่วน หญิงชาวไต้หวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวมาสอบสวนโดยมีล่ามคอยแปลภาษา เพื่อมีความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับอาวุธปืนและระเบิดหรือไม่

