“วันนอร์ – พ.ต.อ.ทวี ” ร้องศาลนราฯ อายัดประวัติโทรศัพท์ 3 ค่ายยักษ์ บี้ขยายผลลากคอผู้บงการ คดียิง “สส.กมลศักดิ์”

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 1 ชั้น 2 ศาลจังหวัดนราธิวาส มีการนัดไต่สวนสืบพยานล่วงหน้าในคดี ทหาร นาวิโยธิน นราธิวาส และ อดีตเจ้าหน้าที่ ทหาร นาวิกโยธิน นราธิวาส นำรถ กอ.รมน.นราธิวาส และ ใช้ปืน หลวง ก่อเหตุลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ

โดยมีบุคคลสำคัญและคณะทำงานติดตามคดีเข้าร่วมรับ นำโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวนายกมลศักดิ์ (ผู้เสียหาย) และทีมทนายความ รวมถึง คณะทำงานติดตามคดี

สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้มีทั้งหมด 7 ราย ซึ่งถูกนำตัวมาศาลครบทั้งหมด แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างฝากขัง ครั้งที่ 6-7 จำนวน 5 ราย เบิกตัวมาจากเรือนจำ 1.ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ทำหน้าที่มือปืน ผู้ลั่นไก 2.นายธนภัทร วัฒนภิญโญ (ทำหน้าที่มือปืน) 3.นายสมพร ลังเดช ผู้ประสานงาน จัดเตรียมแผน และชี้เป้า 4.นายอลาวี อาแว ทำหน้าที่ขับรถ 5.นายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่ ทำหน้าที่อำพรางและแยกชิ้นส่วนรถที่ใช้ก่อเหตุ

กลุ่มผู้สนับสนุนที่อยู่ระหว่างการประกันตัว จำนวน 2 ราย 6. น.อ.มนตรี โตประเสริฐ 7. น.ต.เดโช รัตนพันธุ์

หลังเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาในชั้นศาลร่วม 3 ชั่วโมง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เปิดเผยว่า ปัจจุบันสำนวนคดียังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ ทางนายกมลศักดิ์ในฐานะผู้เสียหายจึงใช้สิทธิ์ร้องขอสืบพยานสำคัญล่วงหน้า โดยเฉพาะข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ก่อนมีการฟ้องคดี เนื่องจากเกรงว่าหลักฐานสัญญาณโทรศัพท์จะสูญหายหากปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 3 เดือน

“ศาลได้กรุณาออกหมายเรียกข้อมูลเบอร์โทรศัพท์จาก 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ คือ ทรู (True), เอไอเอส (AIS) และ โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ซึ่งพบว่าเอกสารที่ส่งมาถอดรหัสมีจำนวนกองโตเป็นพัน ๆ หน้า วันนี้ถือว่าหลักฐานเอกสารกลุ่มนี้มาอยู่ในมือศาลอย่างปลอดภัยแล้ว จากนี้ทีมงานจะขอคัดถ่ายสำเนาเป็นรูปแบบไฟล์เพื่อนำไปวิเคราะห์อย่างละเอียด คดีฆาตกรรมสิ่งสำคัญคือหลักฐานการสื่อสาร เพราะผู้สั่งการคงไม่ได้เดินมาสั่งด้วยตัวเอง” พ.ต.อ.ทวี ระบุ

ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำว่า คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของนายกมลศักดิ์ แต่เป็นคดีสำคัญของประชาชนทั่วประเทศ หากปล่อยให้ผู้แทนราษฎรถูกลอบยิงแล้วจับผู้บงการไม่ได้ ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมจะหมดไป

ขณะนี้คดีคืบหน้าไปกว่าครึ่ง สามารถยึดรถและปืนที่ใช้ก่อเหตุซึ่ง “พบว่าเป็นของทางราชการทั้งหมด” รวมถึงจับกุมกลุ่มผู้ลงมือและผู้เกี่ยวข้องได้ 7 คน

“ทั้ง 7 คนนี้ นายกมลศักดิ์ไม่เคยรู้จักมาก่อน เราจึงเชื่อมั่นว่าต้องมีผู้บงการ ผู้ใช้ ผู้จ้างวาน แน่นอน การตรวจค้นข้อมูลโทรศัพท์ในวันนี้จะทำให้เห็นเค้าลางของผู้บงการตัวจริง เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับผมและคุณกมลศักดิ์โดยตรงว่า ขอให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมา ไม่ว่าผู้ใดจะเกี่ยวข้องต้องเอาผิดให้หมด พี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหมื่นคนร่วมละหมาดขอดุอาอ์ให้คดีนี้กระจ่าง คดีนี้ต้องเป็นคดีตัวอย่าง” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ขณะที่ นายอนุกูล อาแวปูเต๊ะ ประธานศูนย์ทนายความมุสลิมประจำจังหวัดปัตตานี ในฐานะคณะทำงานติดตามคดี ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านเทคนิคกฎหมายว่า การขอสืบพยานเอกสารโทรศัพท์ล่วงหน้าก่อนฟ้องในลักษณะนี้ อาจนับได้ว่าเป็นเคสแรกของประเทศ

โดยหลักการทั่วไปไม่สามารถทำได้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งทางเราอ้างเหตุผลว่าเกรงข้อมูลจะถูกลบไปเสียก่อน ซึ่งในวันนี้ตัวแทนจาก 3 ค่ายมือถือได้มาเซ็นรับรองความถูกต้องของเอกสารเรียบร้อยแล้ว และอัยการจะสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำพยานบริษัทมือถือเพิ่มเติมประกอบเข้าสำนวนต่อไป

ส่วนกลุ่มผู้ต้องหา 5 คนแรกนั้นส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพแล้ว ขณะที่อีก 2 คนที่ได้รับการประกันตัว (กลุ่มนายทหารเรือ) ไม่ได้มีการคัดค้านกระบวนการตรวจสอบเอกสารโทรศัพท์ดังกล่าว

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส กล่าวทิ้งท้ายว่า “เมื่อได้เอกสารหลักฐานโทรศัพท์มาอยู่ในความดูแลของศาลแล้วก็เริ่มสบายใจขึ้น ปัจจุบันคดีอยู่ในช่วงฝากขังครั้งที่ 7 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนที่อัยการจะมีความเห็นทางคดีสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ทางทีมงานขอนำเอกสารและไฟล์ข้อมูลทั้งหมดไปรวบรวมและวิเคราะห์เพื่อขยายผลไปให้ถึงที่สุด”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน