‘สุชาติ’ พ่อ “เท้ง ณัฐพงษ์” ตกใจรายชื่อผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หายยกครัว เช็กสิทธิ์วุ่น พบถูกย้ายไปหน่วยอื่น ‘ณัฐพงษ์’ ฝากคนใช้สิทธิ์ เช็กสถานที่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 มิ.ย.2569 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 วัดบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนั้น ไม่มีรายชื่อของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง หัวหน้าพรรคประชาชน ทำให้ผู้สื่อข่าวหลายคนกำลังสับสน ว่าเหตุใดถึงไม่มีรายชื่อในการมีสิทธิ์เลือกตั้ง

จนกระทั่งต่อมา นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ นักธุรกิจ ซึ่งเป็นบิดาของนายณัฐพงษ์ ได้เดินทางมาตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งด้วยตัวเอง ก็พบว่า ในสมุดบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนั้น มีเพียงรายชื่อสมาชิกในครอบครัวของพี่ชาย แต่ไม่มีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เป็นสมาชิกของครอบครัวตนเองทั้งครอบครัว จนเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบหน่วยเลือกตั้ง ต้องโทรตรวจสอบกับสำนักงานเขตตลิ่งชัน

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

‘สุชาติ’ พ่อ “เท้ง ณัฐพงษ์” ตกใจรายชื่อผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หายยกครัว เช็กสิทธิ์วุ่น พบถูกย้ายไปหน่วยอื่น ‘ณัฐพงษ์’ ฝากคนใช้สิทธิ์ เช็กสถานที่

จนต่อมามีรายงานว่า รายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ครอบครัวเท้ง ณัฐพงษ์ นั้นได้มีการย้าย ไปยัง หน่วยเลือกตั้งที่ 8 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน

เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบยังหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ก็พบว่าครอบครัวของ เท้ง ณัฐพงษ์ มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ลำดับที่ 19

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ นักธุรกิจ ซึ่งเป็นบิดาของนายณัฐพงษ์

ทั้งนี้ นายสุชาติ ให้ข้อมูลว่า ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ผ่านมาได้มีการ เปลี่ยนบ้านเลขที่ทั้งครอบครัว แต่ยังคงอยู่ในแขวงและเขตเดียวกัน จึงไม่คิดว่าจะถูกย้ายหน่วยเลือกตั้ง จากหน่วยที่ 15 ไปเป็นหน่วยที่ 8 ทำให้เกิดความสับสนเล็กน้อย

เท้ง ณัฐพงษ์ ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้เดินทางมาเพียงคนเดียว จากการสังเกต เท้ง ณัฐพงษ์ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ได้กล่าวทักทายสื่อมวลชนก่อนที่จะเข้าไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

จากนั้น ได้ให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชน ว่า ปกติแล้วทางครอบครัวจะเลือกตั้งที่วัดทอง บางเชือกหนัง เป็นประจำ แต่วันนี้มีการปรับเปลี่ยนหน่วยเลือกตั้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ลำบากมากเนื่องจากว่า อยู่ใกล้กัน

ซึ่งก็อยากจะบอกทุกคนว่า ถ้าหากจะออกไปเลือกตั้งก็อยากจะให้เข้าไปในเว็บไซต์เพื่อตรวจสอบสิทธิ์เลือกตั้งของตัวเองว่าเลือกตั้งที่ไหน เผื่อว่าการเปลี่ยนแปลง จะได้ไปทันเวลา

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง หัวหน้าพรรคประชาชน

โดยวันนี้ตนมีการนัดหมายกับสื่อมวลชนว่า จะมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเวลา 08.10 น. ซึ่งก็มั่นใจเลือกเวลานี้แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นเคล็ดอะไร แต่อยากให้เป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างเท่านั้น

ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้มีการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต สิ่งสำคัญประชาชนอาจจะไม่ได้มีความสะดวกเท่ากับเลือกตั้งใหญ่ แต่สำหรับใครที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันนี้ก็มีเวลาถึง 5 โมงเย็น

อยากให้ทุกคนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเยอะเยอะเพราะว่า การเลือกตั้งทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสนามกรุงเทพมหานคร ที่มีงบประมาณต่อปี ปีละ แสนล้าน การตัดสินใจของทุกคนจะช่วยกำหนดคุณภาพชีวิตของพวกเราต่อจากนี้อีก 4 ปี

ตนมองว่า ผลการเลือกตั้งของประชาชนก็เป็นการตัดสินทุกอย่าง มองว่ายิ่งคนออกมาใช้สิทธิ์เยอะเราก็จะได้เสียงสะท้อนและเจตจำนงของประชาชนมากขึ้นเท่านั้น อยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะ ๆ ส่วนผลจะเป็นยังไงก็รอปิดคูหา คาดว่าหลังปิดคูหา 2 ชั่วโมง ก็น่าจะทราบผล อย่างเป็นทางการแล้ว

เมื่อถูกถามถึงผลสำรวจความคิดเห็นหรือโพลต่าง ๆ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า “ผมยังมั่นใจในแนวทางการทำงานของพรรคประชาชน และ ผลจะออกมาเป็นยังไง เราก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อ”

ส่วนก่อนการเลือกตั้งมีการหาเสียงที่ค่อนข้างเข้มข้นและพูดพาดพิงกันนั้น ตนมองว่า เป็นเรื่องปกติที่ทุกสนามการเลือกตั้งจะต้องมีการเสนอข้อคิดเห็นบางอย่างที่ทำให้เกิดการโต้เถียงกันบ้างซึ่งนั่นก็เป็นกระบวนการปกติของประชาธิปไตย

ตนเชื่อว่าในทุกเวทีดีเบต ทุกการขึ้นเวทีปราศรัย มีการถกเถียงด้วยเหตุและผลเป็นประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับพ่อแม่พี่น้องประชาชนเชื่อว่าสิ่งที่คนกรุงเทพต้องการคือ การเมืองในระดับท้องถิ่นที่มีการโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ที่จะเริ่มขึ้นหลังการเลือกตั้ง โดยระบุว่าพรรคประชาชนเตรียมผู้อภิปรายไว้ประมาณ 30 คน ครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญ และมั่นใจว่าจะเป็นการอภิปรายที่มีคุณภาพ พร้อมเชิญชวนประชาชนติดตามการอภิปรายตลอด 3 วัน

สำหรับโครงการ AI Passport นายณัฐพงษ์ ระบุว่า แม้รัฐบาลจะมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนของโครงการแล้ว แต่ยังมีงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาทจากกองทุนดีอีที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยกเลิกสัญญาและเปิดประมูลใหม่หรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนยังติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

และกำลังดำเนินการผ่านทั้งกรรมาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า พร้อมทิ้งท้ายว่า ประเด็นการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ฝ่ายค้านเตรียมนำมาอภิปราย โดยขอให้ติดตามรายละเอียดในการอภิปรายงบประมาณที่จะมีขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน