แม่แอร์สาวบินไทยให้ข้อมูล ลูกยังติดหนี้ ‘กยศ.’ ครอบครัวทำไร่ทำนาที่พะเยา ส่งเงินให้เดือนละหมื่น เพื่อนำไปผ่อนรถยนต์ที่ใช้ชื่อมารดาเป็นเจ้าของ

วันที่ 30 มิ.ย. 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยถึงกรณีแอร์สาวการบินไทย ถูกจับกุมขนยาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลียว่า จากการเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมที่พักของแอร์สาวในไทย พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบภาพไรเดอร์นำกล่องพัสดุมาส่งที่คอนโด วันที่ 22 มิ.ย.2569 โดยแอร์สาวยังไม่กลับถึงที่พัก จึงฝากพัสดุไว้ที่ล็อบบี้ ก่อนผู้ต้องหาจะกลับมารับกล่องและนำขึ้นห้องพักด้วยตนเอง

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า จากการตรวจค้นห้องพัก ไม่พบยาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมาย จึงเชิญแฟนหนุ่มมาให้ข้อมูล เพื่อขยายผลหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแฟนหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ข้อมูลที่ให้ยังไม่สามารถระบุตัวผู้ส่งพัสดุได้

“การสืบสวนร่วมกับตำรวจ AFP พบว่า แอร์สาวได้รับการติดต่อผ่านกลุ่มรับหิ้วสินค้าในออนไลน์ โดยมีบัญชีอวตารชื่อ “โรส” โพสต์หาผู้ที่เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย พร้อมระบุต้องการพื้นที่ว่างประมาณ 20 ด.ด. เพื่อฝากขนส่งสินค้าโอทอป เมื่อตรวจสอบข้อมูลการสนทนาพบแอร์สาวและแฟนหนุ่มเข้าไปพูดคุยกับผู้โพสต์ พร้อมสอบถามถึงความน่าเชื่อถือ เนื่องจากอีกฝ่ายใช้บัญชีอวตาร โดยแอร์สาวไม่รับงานจากผู้ใช้บัญชีปลอม แต่คู่สนทนายืนยันเป็นบัญชีที่ใช้งานเป็นประจำ ทำให้สองฝ่ายตกลงรับงานในค่าจ้าง 8,800 บาท”

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ตอนนี้ตรวจสอบแล้วทราบว่า บัญชีอวตารชื่อ “โรส” ปิดการใช้งานไปแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ใช้บัญชีดังกล่าว เพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ยังเข้าตรวจสอบบ้านพักของผู้ต้องหาที่ จ.พะเยา และสอบปากคำมารดา เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหากลับบ้านครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา และส่งเงินให้ครอบครัวเดือนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปผ่อนรถยนต์ที่ใช้ชื่อมารดาเป็นเจ้าของ โดยมีค่างวดประมาณ 8,000 บาทต่อเดือน

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า มารดายังให้ข้อมูลว่า ลูกสาวยังมีภาระต้องชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รายได้ไม่ได้สูงมาก และครอบครัวมีฐานะทั่วไป ประกอบอาชีพทำไร่ทำนา ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย

ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ ประเทศออสเตรเลีย ได้ให้การดูแลผู้ต้องหาตามสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะคนไทย ขณะที่คดีอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย โดยผู้ต้องหายังไม่ได้รับการประกันตัว และคาดว่าภายในประมาณ 4 สัปดาห์ จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนทางคดีเพิ่มเติม ส่วนการสืบสวนของไทย ยังคงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับตำรวจออสเตรเลีย เพื่อขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบขนยาเสพติดในคดีนี้ต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน