สิทธิโชติ กกต.เสียงข้างน้อย ยันมติกกต.คดีฮั้วสว.ไม่เป็นเอกฉันท์ ดูจากพยานหลักฐานโยงถึงพรรคหนึ่งจริง นักการเมืองที่เราสงสัย ไม่มีเส้นเงินออกจากตัวเอง แต่จะออกจากคนรอบข้าง รวมถึงพยานที่ให้การว่าไปรับเงินสด มีข้อจำกัดเรื่องหลักฐานที่มีอยู่เท่านี้
เมื่อเวลา 16.55 น. วันที่ 15 ก.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ หนึ่งใน กกต. เสียงข้างน้อย ที่ให้ส่งฟ้องกรรมการบริหารพรรค-สส. ในคดีฮั้วสว. ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ใช่ไม่พอใจ เพียงแต่ดูข่าวแล้ว ในที่ประชุมก่อนแถลงขาว เราคุยกันแล้วว่า ในการชี้แจงแถลงข่างเราจะต้องพูดเป็นทีละข้อหาว่าข้อกล่าวหานี้ กกต.มีมติเสียงข้างมาก ข้างน้อยเท่าไหร่ บอกให้ชัด
เราพูดกันถึงขนาดว่ามติศาลรธน. จะทำอะไร จะบอกว่าข้อหานนี้ผลเป็นอย่างไร ด้วยมติเสียงข้างมากเป็นใครบ้าง พูดชัดเจน ซึ่งในที่ประชุมกกต.พูดกันชัดเจนว่าแต่ละข้อกล่าวหากกต.ลมติเสียงข้างมากเป็นอย่างไร เสียงข้างน้อยมีกี่เสียง โดยแถลงเหตุผลของแต่ละคนที่ออกมาแถลงเพื่อให้ประชาชนทราบว่าในทุกมติไม่ได้เป็นเอกฉันท์
นายสิทธิโชติ กล่าวว่า มีเอกฉันท์อยู่บางคนว่าไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีบทบาทในการกระทำที่กล่าวหา และบางคนก็เอกฉันท์ว่าชัดเจน ส่วนสำคัญคือข้อกล่าวหาที่ 1 และ2 บุคคลในพรรคการเมือง สส. มติไม่เอกฉันท์ ขอยืนยัน เป็นมติบางคนสำคัญก็ 5 ต่อ 2 ให้ยก ส่วน 2 เสียงให้ลง มีบางคนอาจจะเป็น 6 ต่อ 1 และบางคนไม่เกี่วข้องเลยก็จะเป็นยกอย่างเอกฉันท์
เราพิจารณาตามเนื้อผ้า ไม่ใช่ 5 ต่อ 2 ทั้งหมดในกลุ่มคนที่สำคัญ
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารพรรค ตนกับนายชาย นครชัย เป็นเสียงข้างน้อย เรามองว่าพยานหลักฐานที่ปรากฎมันค่อนข้างที่จะเชื่อได้ สาเหตุที่ตนพูดอย่างนั้นเรามองบริบทว่าไม่ได้ที่จุดเดียว แต่ที่เราจับได้ไล่ทัน มีบางจุดเช่น นครศรีธรรมราช ภูเก็ต หนองบังลำภู อุทัยธานี นครสวรรค์ สุโขทัย มาพูดคุยแล้วทำโพย มี 12 โพยฮั้วมีหมายเลขที่เขียนเอาไว้ ได้ 1-7 อยู๋ในโพยนี้ทั้งนั้น
กลุ่มที่มาทำโพยและถูกลงโทษ ถือเป็นการทุจริตการเลือกตั้ง และอาจถึงอาญา เข้ามาตรา 77(1)
ดังนั้น ถ้ามองทุกพื้นที่เกี่ยวข้องกับพรรคๆเดียว เป็นสมาชิกและเกี่ยวกับพรรค ในกลุ่มนี้ทำโพยเสร็จไปสอดคล้องกับพยานที่กลับคำให้การ ตอนแรกบอกว่ามีการกระทำ มีการมอบหมายให้บุคลากรในพื้นที่ของพรรคนั้นทำจริงๆ ตนไม่ได้เชื่อคนๆนี้ แต่ตนเชื่อคำพูดของเขาว่าได้รับการปฏิบัติว่าเกิดขึ้นจริง เมื่อพิสูจน์ได้ก็น่าเชื่อถือ
เบอร์โทรศัพท์และเส้นเงิน พยานนี้ติดต่อใคร ไม่ว่าสมาชิกพรรคหรือ กก.บห.หรือสส.ยึดโยงกันอยู่ มันโยงกันจริง
หลังจากได้สว. กกต.ประกาศแล้วได้นัดประชุมสว.ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกทม.วันที่ 21 คนที่อยู่ในพรรคมาร่วมประชุม พยานให้การเป็นเลขาฯของสส. คนๆนี้เคยอยู่หน้าห้องสส. รมต. และมาเป็นสว. ซึ่งเลขาฯคนนี้มาเป็นพยานว่ามีการนัดประชุมเพื่อกำหนดตัวประธานและรองประธานวุฒิสภา มีการเก็บโทรศัพท์แลัพบคนสำคัญของพรรคเดินออกมา อาจจะพบถึงหัวหน้าพรรคด้วยซ้ำ แต่อาจจะอยู๋คนละห้อง
พฤติการณ์อย่างนี้ มีการโทรศํพท์ติดต่อกัน สอดคล้องกันไปหมด กรณีอย่างนี้อย่างน้อยถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนหรือทำให้เกิดเหตการณ์ทำโพยฮั้วแต่ละจังหวัด นอกจากนี้ยังมี นายดิเรก พรสีมา ให้การสอดคล้องกับพยานปากนี้ ให้การบอกชื่อคนๆหนึ่งเคยอยู่กับรมต. เล่าให้ฟังถึงพฤติการณ์ ตรงกับพยานที่ 16
ส่วนพยานที่กลับคำให้การ ตนเห็นว่าไม่น่าจะกลับคำด้วยการถูกข่มขู่ เขาเป็นใคร ใครจะข่มขู่เขาได้ เป็นผู้มีบารมี เป็นสส.ของพรรคนั้นใครจะไปขมขู่ อีกคนที่กลับคำให้การก็เป็นพ่อตาของนักการเมืองระดับสำคัญด้วย อันนี้คือข้อที่ 1
ข้อที่ 2 เขามายื่นกลับคำให้การในเวลาที่เราตั้งคณะอนุที่ 36 แล้ววันที่ 30 ต.ค.2568 เรามองช้างทั้งตัวแล้ว เราจะรู้ว่าช้างตัวจริงอยู่ตรงนี้ ข้อเท็จจริงแบบนี้ เมื่อประกอบร่างแล้วเป็นแบบนี้ เมื่อข้อกล่าวหาที่ 1 กับ 2 ต้องไปด้วยกัน
นายสิทธิโชค กล่าวว่า ตอนที่ประธานกกต.แถลง อาจไม่มีตัวเลขในมือ ท่านบอกกับตนวันนี้ว่าเป็นความเห็นเสียงข้างมาก ตนจึงขออนุญาตเรียนว่า มตินั้นไม่มียกเป็นเอกฉันท์ในกลุ่มคนสำคัญ
เมื่อถามว่า การออกมาเช่นนี้เพื่อป้องกันตัวเองเนื่องจากมีหลายฝ่าขู่ฟ้องมาตรา 157 นายสิทธิโชค กล่าวว่า ตนไม่จำเป็นต้องป้องกันตัวเอง ตนมีหลักฐานลงมติ มีเหตุผลยึดโยงหมด เหตุผลเขียนคำวินิจฉัยสั้นๆ ยึดโยงกันหมด เราเห็นภาพอย่างไร มีพยานอ้างอิงได้
เมื่อถามว่ากกต.ไม่ได้มีการแบางฝ่ายใช่หรือไม่ นายสิทธิโชค กล่าวว่า ไม่ใช่ เชื่อว่าแต่ละคนแยกแยะได้ เรื่องนี้อาจเห็นไม่ตรงกัน ต่างคนต่างมีเหตุผล ซึ่งเหตุผลของตนสามารถร้อยเรียงกัน หยิบเล็กของการกระทำของแต่ละกลุ่ม วิเคราะห์ตรงกัน ที่มาเบื้องหลังของเสียง การกระทำของพรรคบางพรรคซัดกร่อนบ่อนทำลาย เราเรียงให้เห็นว่าช้างทั้งตัวเป็นอย่างไร เมื่อจับมาผสมกันหมดแล้วว่าช้างหน้าตาอย่างนี้
เมื่อถามว่าทั้ง 77 คนที่ส่งฟ้อง มติเอกฉันท์หรือไม่ นายสิทธิโชค กล่าวว่า มีเอกฉันท์อยู่บางกลุ่ม สว.ตัวจริงเท่าที่ดูไม่เอกฉันท์ เป็น 4 ต่อ 3 ส่วนที่เอกฉันท์ไม่ใช่สว. แต่เป็นโหวตเตอร์ เส้นเงินชัดเจน เสียงข้างน้อยยืนอยู่แล้ว 2 ก็มาอีก 2 จึงเป็น 4
เมื่อถามว่าเชื่อมโยงนักการเมือหรือไม่ นายสิทธิโชค กล่าวว่า นักการเมืองจริงๆ ไม่มีเส้นเงินออกจากตัวเอง แต่ออกจากคนรอบข้าง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน คนสำคัญๆของประเทศ จะปรากฎจากพยานว่าให้ไปรับเงินสดชั้นที่ 4 ขอที่ทำการพรรค ซึ่งป็นคำกล่าวอ้าง
ส่วนเส้นเงินมีปัญหานิดนึงว่าบางคน สว.ตัวจริงที่ถูกครั้งนี้ จากจ.ประจวบฯ ปรากฎว่าเส้นเงินจะปล่อยไปถึงไหน หรือคนที่โอนมา วรพจน์ เป็นมือจ่ายโอนไปทางใต้ อยากรู้ว่ารับมาจากใคร คนที่โอนให้เป็นใครเพื่อไปต่อ แต่ได้รับแจ้งว่า 4 ต่อ 3 ไม่รับเส้นเงินนี้ ก็ไปได้แค่นี้ มีข้อจำกัด
หลักฐานแต่ละชั้นจะมีมติออกมา 4 ต่อ 3 ไม่ให้สอบต่อเส้นเงิน เรื่องเส้นเงินจบไปแล้ว ตอนนี้เรื่องต้องส่งไปศาลฎีกา ส่วนนอกเหนือจากนี้อยู่นอกสำนวน เนื่องจากหมดเวลาทำงานแล้ว
เราไม่ได้ส่งไม้ต่อให้ดีเอสไอเพราะเขาทำเรื่องฟอกเงืนอยู่แล้ว ความผิดเลือกสว.ถือเป็นความผิดมูลฐานนี้ไปทำคดีฟอกเงิน ทั้งนี้ คนรอดจากกกต.อาจโดนคดีฟอกเงิน ก็อาจเป็นไปได้ ดีเอสไอต้องไปวิเคราะห์กันเอง
เมื่อถามว่าในส่วนของรมต. มีพยานพูดถึงหรือไม่ นายสิทธิโชค กล่าวว่า ในส่วนนี้มีเพียงถ้อยคำพูดเท่านั้น มีพยาน 2 คน แต่ไม่มีพยานอื่นมาสนับสนุน คำพูดของคนยังเชื่อไม่ได้ เราจะดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่
ส่วนคำให้การมีขัดแย้งกันบ้าง หรือไม่ ก็มีบ้าง ถ้าได้สว.ระดับประเทศที่เลือกแล้ว 15-20 คนจะได้โควตาสว.ตัวจริง 1 คน ส่งชื่อสว.ตัวจริงไปที่คนมีอำนาจในพรรค แล้วส่งต่อไปสส. ส่งไปรมต. เพื่อลงในโพย แล้วยังมีพยานอีก 2 ปาก ให้การแบบนี้ แต่แตกต่างกันในบางสาระ
อย่าลืมว่าเรื่องนี้เราเรียกมาสอบหลังจากนั้นเกือบปี พยานหลักฐานหาลำบาก ปกปิดวิธีการทำทั้งสิ้น จะเห็นว่าการนัดประชุมจะเก็บโทรศัพท์ ยึดเครื่องมือสื่อสารทั้งหมด คนจำนวนเยอะอาจจะปิดยาก
พยานที่มากลับคำให้การที่บอกว่าโพยไม่มีอยู่จริง มาทำหลังจากคณะชุดืั้ 26 นั้น ขอให้กลับไปดูกล้องวงจรปิด ซึ่งถ่ายวันที่ 26 มิ.ย. ถ่ายผู้มีสิทธิเลือกสว.ดึงโพยออกมาเพื่อจะลอก แสดงว่าวันนั้นมีโพยอยู่แล้ว ไม่ได้ทำที่คณะชุดที่ 26 และที่จับได้ มาให้การเพราะบางคนถ่ายภาพโพยอยู่ในมือถือ พอขอดูเลยเจอ ซึ่งบันทึกวันนี้ไว้ด้วย
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามีอยู่ก่อนแล้ว คณะชุดที่ 26 ไม่ได้กลั่นแกล้งเขา ถ้าเราเชื่อว่าโพยมีอยู่ก่อน มีการร้องทุกจังหวัด เราจ้องพิจารณาว่าใครเป็นคนทำ ต้องคิดและพิจารณาให้ควาเป็นธรรม ทำผิดมากน้อยแค่ไหน
คณะชุดที่ 26 ที่ตั้งขึ้นเนื่องจากคณะสืบสวนทุกจังหวัดที่ร้องเรียน ทุกคนถูกตัดตอนที่อำเภอหมดเลย บอกมาสมัครเอง ควักเงินเอง แล้วบอกว่าคนอื่นดีกว่าจึงเลือกคนอื่น ทั้งที่ตัวเองไม่มีจะกิน พอถูกตัดตอนอย่างนี้ จึงจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากดีเอสไอ ตำรวจ มานั่งคิดตั้งแต่ต้น แล้วทำให้งานไปทั้งประเทศได้ จึงมาจบที่คณะที่ 26 ล่าช้าไปนิดนึง เพราะมีอุปสรรคในการตั้ง เป็นรื่องบรรยากาศทางการเมือง
กระบวนการผลิตโพย มันมีหลายความหมาย ถ้าเราได้ใบสมัครเป็นสิบๆคน ถ้าไม่มั่นใจก็จดชื่อ บันทึก แต่ตัวเลขที่มีอยู่ คนอื่นคิดให้ ศาลเคยตัดสินแล้วว่าเลือกสว.โดยไม่บริสุทธิ์ใจ ทุจริตเลือกตั้ง ผิดมาตรา 62 แค่คุยแลกคะแนน
นายสิทธิโชค กล่าวว่า การออกมาเปิดเผยครั้งนี้ ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงผลได้ เพราะเรื่องส่งไปศาลฎีกา ให้ไต่สวน ขึ้นอยู่กับศาลจะแก้ปัญหาให้บ้านเมืองได้อย่างไร ซึ่งศาลเรียกสำนวนพยานหลักฐานไปดูได้ แต่จะดำเนินคดีกับคนที่เราไม่ได้ร้องไปขึ้นอยู่กับศาลเอง ผู้สมัครเป็นผู้เสียหายยื่นต่อศาลโดยตรง ศาลก็รับด้วยใช้หลักเป็นธรรมเข้าไปดู
ไม่ได้มีกฎหมายให้อำนาจแบบของกกต. ถ้าความปรากฎ กกต.สอบได้ แต่ศาลใช้หลักความเป็นธรรม อยู่ที่ศาลมองว่ามุมไหน
เมื่อถามว่าจะแก้ข้อครหากกต.สีน้ำเงินอย่างไร นายสิทธิโชค กล่าวว่า กกต.ท่านมีความเห็นเป็นตัวชี้ ถ้าความเห็นมีเหตุผล ฟังขึ้นไม่ว่าเป็นผลประโยชน์กับฝ่ายไหนก็อย่างนั้น เสียงข้างมากเป็นประโยชน์กับสิ่งที่ถาม ก็มองอย่างนั้นไดเ ขอให้ดูเหตุผลของแต่ละท่าน คนที่เป็นกกต.เหมือนเป็นช่วงสุดท้ายของชีวิต อยากทำดีให้บ้านเมือง ขึ้นอยู่กับเหตุผลมากกว่า
ส่วนที่มีกกต.ไปเดินเก็บโพย เรายังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นโพยใหญ่หรือไม่
นายสิทธิโชค กล่าวว่า เจตนาของตนพูดวันนี้ ตนฟังการแถลงเมื่อวาน เกรงว่าประชาชนจะเข้าใจผิดว่าเป็นเอกฉันท์ แต่เป็นมติเสียงข้างมากข้างน้อยอยู่ ขอให้ชัดขึ้น ไม่ใช่ว่าทุกคนเห็นด้วยกันหมด