“น้ำท่วมกบินทร์บุรีหนัก! ราชทัณฑ์เร่งอพยพผู้ต้องขังชาย 315 ราย เรือนจำกบินทร์บุรี รอรถทหารช่วยขนย้ายพรุ่งนี้ ไปฝากขังยังเรือนจำจังหวัดสระแก้ว หลังน้ำท่วมสูง 1.5 เมตร
เมื่อวันที่ 27 ก.ย. จากกรณีที่สถานการณ์เร่งด่วนที่เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขอความช่วยเหลือจัดหาเรือเพื่ออพยพผู้ต้องขัง 350 ราย ออกจากเรือนจำฯ ไปขึ้นรถของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งจอดรออยู่ห่างออกไปจากเรือนจำฯ ราว 2 กิโลเมตร แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายทางบกได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูงประมาณ 1.50 เมตร โดยผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี ยังติดอยู่ภายในด้วย
โดยมีแผนนำผู้ต้องขังทั้งหมดไปยังเรือนจำจังหวัดสระแก้ว แต่ขณะนี้ยังขาดแคลนเรือสำหรับภารกิจดังกล่าว
นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์น้ำท่วมขึ้นสูงแต่เช้า ทางเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จึงมีแผนจะอพยพผู้ต้องขังภายในเรือนจำฯ ทั้งผู้ต้องขังหญิงและผู้ต้องขังชาย ย้ายไปที่เรือนจำจังหวัดสระแก้ว ให้ครบถ้วน
ซึ่งวันนี้ได้มีการย้ายในส่วนของผู้ต้องขังหญิงและผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วย รวม 30 ราย ไปยังเรือนจำจังหวัดสระแก้วก่อนเรียบร้อยแล้ว จึงยังเหลือในส่วนของผู้ต้องขังชายอีกประมาณ 315 ราย ที่จะต้องอพยพไปไปด้วย
แต่เนื่องด้วยสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอกบินทร์บุรีในตอนนี้ ทางหน่วยราชการ ทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและทางจังหวัดยังอยู่ระหว่างการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมสูง ทั้งในส่วนของผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เป็นต้น และเล็งเห็นว่าเป็นเวลาเย็นแล้ว เพื่อความปลอดภัย จึงเห็นควรขยับแผนอพยพผู้ต้องขังชายทั้ง 315 ราย ออกไปเป็นวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย.69) แทน
แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคหรือต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะระหว่างนี้ทางเรือนจำฯ ก็ได้มีแผนการควบคุมดูแลความปลอดภัย และเรื่องความสะอาด เรื่องสุขอนามัยของผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ อาทิ อาหารและน้ำสะอาด
ทั้งนี้ ในการจัดเตรียมอพยพผู้ต้องขังชายที่เหลือ 315 ราย จากเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี ไปยังเรือนจำจังหวัดสระแก้ว ตามแผนแล้ว เราจะมีการประสานรถทหารมาช่วยเหลือ เพราะระยะทางจากเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรีไปยังส่วนภายนอก มีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร แต่เนื่องด้วยมีน้ำท่วมขังอยู่บริเวณด้านนอกเรือนจำฯ ประมาณ 1.50 เมตร
ดังนั้น หากพรุ่งนี้ทางเรือนจำฯ สามารถประสานรถของทางทหารมาช่วยขนย้ายผู้ต้องขังชายได้เรียบร้อย ก็จะใช้เวลาไม่มากเกินไป และเสร็จสิ้นเรียบร้อยตามแผนการอพยพจากเหตุอุทกภัย อนึ่ง ระหว่างนี้ผู้ต้องขังชายทั้ง 315 ราย ก็ขึ้นไปอยู่ด้านบนเรือนนอนเรียบร้อยแล้ว
นายยุทธนา เปิดเผยอีกว่า สำหรับแผนอพยพผู้ต้องขังจากเหตุอุทกภัย ปกติแล้วเรือนจำฯ มี 2 แผน แต่ก็ต้องอาศัยการประเมินระดับน้ำท่วมด้วย คือ 1.กรณีน้ำลดลง หากสามารถใช้รถทหารเข้ามารับผู้ต้องขังได้ ในระยะระยะทางเพียง 2 กิโลเมตร จากเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี ไปยังเขตภายนอก ก็จะใช้รถทหาร 8 คัน คันละ 30 ราย วิ่งเพียง 3 เที่ยว ก็จะเสร็จสิ้น แต่ถ้าหากน้ำยังไม่ลดลง ก็จำเป็นต้องใช้เรือก่อน
ซึ่งในส่วนของเรือที่จะใช้นั้น เราก็ต้องรอทางหน่วยงานราชการใช้ภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อน สำหรับระดับน้ำท่วมขังภายในเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี จากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ ทางผู้บัญชาการเรือนจำฯ ได้แจ้งว่า ระดับน้ำด้านในสูงประมาณ 1.20 เมตร เพราะยังมีประตูของเรือนจำกั้นไว้อยู่ ส่วนด้านนอกเรือนจำฯ สูงประมาณ 1.50 เมตร แต่ยังไม่มีเหตุน่าวิตกกังวลแต่อย่างใด ยังสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย.69) ก็จะได้มีการอพยพผู้ต้องขังชายที่เหลือ 315 ราย ไปยังเรือนจำจังหวัดสระแก้วได้ โดยทางเรือนจำจังหวัดสระแก้วได้มีการจัดเตรียมแดนไว้ให้แล้ว
นายยุทธนา เปิดเผยอีกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มีนโยบายในเรื่องของภารกิจงานผู้ต้องขัง ที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ โดยถ้าหากเรือนจำใดเป็นเรือนจำที่ไม่ได้ประสบเหตุอุทกภัย เราก็จะมอบหมายให้ผู้ต้องขังได้ไปช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนที่พักอาศัยซึ่งถูกน้ำท่วม หรือการช่วยกรอกกระสอบทรายสำหรับกันน้ำท่วม เป็นต้น
ซึ่งเป็นมิติงานที่ผู้ต้องขังเต็มใจให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความทุกข์ร้อนจากเหตุอุทกภัย ทั้งนี้ ในส่วนของกลุ่มเรือนจำลาดยาว ไม่ว่าจะเป็น เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำกลางคลองเปรม ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเรือนจำพิเศษมีนบุรี ซึ่งแม้จะเป็นเรือนจำที่ประสบปัญหาน้ำท่วมจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ผ่านมา แต่ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบัน
จากการตรวจสอบพื้นที่และวัดระดับน้ำในช่วงเช้านี้ พบว่าระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่กลุ่มเรือนจำลาดยาว และพื้นผิวจราจรโดยรอบ เริ่มมีปริมาณลดลงเล็กน้อย และการบริหารจัดการภายใน ระบบความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน และการดูแลสุขอนามัย รวมถึงเสบียงอาหาร น้ำดื่มของผู้ต้องขัง ยังคงได้รับการจัดการให้เป็นไปตามระเบียบและแนวทางปฏิบัติ ซึ่งเรือนจำ/ทัณฑสถาน ยังคงบริหารดูแลผู้ต้องขังได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่อาจยังไม่สะดวกในการเปิดบริการเยี่ยมญาติในตอนนี้เท่านั้น
นายยุทธนา เปิดเผยอีกว่า ในส่วนของผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี ยังคงปฏิบัติงานทั้งในส่วนของภายในเรือนจำและประสานหน่วยงานภายนอกปกติ ไม่ได้ติดอยู่ในเรือนจำแต่อย่างใด และปัจจุบันนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานเรือนจำหรือทัณฑสถานใดที่ประสบเหตุอุทกภัยจนน่าวิตกกังวล
ซึ่งยังมีเพียงในกรณีของเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี ที่ประสบเหตุอุทกภัยเพียงเท่านั้น และได้ดำเนินการย้ายผู้ต้องขังหญิง และผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยไปยังเรือนจำจังหวัดสระแก้วเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ต้องขังชาย จะเร่งดำเนินการในวันพรุ่งนี้