จากกรณีเกิดเหตุการณ์ยิงปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด (ปส.) ตำรวจภูธรภาค 4 กับคนร้ายคดียาเสพติด ที่บ้านดงสมบูรณ์ ม.2 ต.ดงสมบูรณ์ อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ บริเวณแพปลาลำน้ำปาวตอนเหนือ เป็นเหตุให้ ด.ต.ปราโมทย์ ทิพย์มงคล เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวน 2 ตำรวจภูธรภาค 4 บาดเจ็บที่แขนข้างซ้าย และส.ต.ท.ศรัญ มุทาพร ถูกยิงตกน้ำซึ่งคาดว่าจะเสียชีวิต ส่วนคนร้ายหลบหนีไปได้ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา อ่านข่าว : เร่งล่า “ไอ้น้อย”แก๊งยานรก! ปะทะเดือดยิงลูกผกก.ล่วงน้ำไร้ชะตากรรม ตร.เจ็บอีก1
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 พ.ค. พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 เดินทางมาติดตามเหตุคนร้ายคดียาเสพติดยิงปะทะตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 4 โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ และพล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองกุงศรี สภ.ท่าคันโท สภ.คำม่วง กว่า 200 นาย ร่วมติดตามและรายงานสถานการณ์ รวมถึงการค้นหาร่างของส.ต.ท.ศรัญที่ถูกยิงจนตกน้ำและจมหายไป
จากนั้น พล.ต.ท.วิสนุได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของบ้านดอนสมบูรณ์ ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ท่าคันโท เป็นเขตน่านน้ำในลำน้ำปาว ติดกับเขตอ.หนองกุงศรี โดยได้นั่งเรือเข้าไปตรวจสอบแพปลา ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากฝั่งถึง 2 กิโลเมตร โดยพบร่องรอยการต่อสู้ คราบเลือด กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด เนื่องจากขณะนี้นโยบายของทางตำรวจภูธรภาค 4 ได้มีการเร่งรัดให้ติดตามคดีหมายจับค้างเก่าและคดียาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดกองสืบกองกำกับ 2 ตำรวจภูธรภาค 4 ได้เข้ามาปฏิบัติงานไล่ล่าผู้ต้องหาคดีหมายจับในพื้นที่ อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามจับกุมนายสุริยันต์ซึ่งเป็นอดีตแพทย์ประจำตำบลดงสมบูรณ์ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนี โดยทางตำรวจภูธรภาค 4 ได้สั่งการให้เข้ามาจับกุม ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่มากันหลายนาย
พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวต่อว่า แต่บริเวณจุดเกิดเหตุเข้ามาทั้งหมด 3 คน หลังจากสืบทราบว่าผู้ต้องหาหนีมากบดานที่บริเวณนี้ ซึ่งก่อนเกิดเหตุตำรวจหนึ่งนายได้เข้าควบคุมตัวภรรยาผู้ต้องหาไว้ ส่วนอีก 2 นาย คือ ด.ต.ปราโมทย์ และส.ต.ท.ศรัญได้พายเรือเข้าไปยังแพกลางน้ำ ซึ่งเมื่อมาถึงและแสดงตัวปรากฏว่าผู้ต้องหากระโดดน้ำหนี ด.ต.ปราโมทย์จึงพายเรือตามและรอให้ผู้ต้องหาหมดแรง จนใกล้ถึงตัวแต่ผู้ต้องหากลับพยายามคว่ำเรือตำรวจ ทำให้ส.ต.ท.ศรัญ ซึ่งรออยู่ที่แพกระโดดน้ำลงไปช่วยเพื่อน
ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้ยิงด.ต.ปราโมทย์เข้าที่บริเวณแขนจนตกจากเรือและยิงซ้ำ ทำให้ด.ต.ปราโมทย์ว่ายน้ำหลบเข้าไปที่แพ จากนั้น ผู้ต้องได้ขึ้นเรือแล้วใช้ปืนเล็งไปยังส.ต.ท.ศรัญ ซึ่งกำลังว่ายน้ำอยู่ และพยายามร้องขอชีวิตว่าอย่างยิง แต่ผู้ต้องหาไม่ฟัง พร้อมกระหน่ำยิงส.ต.ท.ศรัญ ไปหลายนัด จนเสียชีวิตและจมน้ำหายไป ซึ่งก่อนหลบหนีผู้ต้องหายังนำเอาปืนของตำรวจไปด้วยอีก 2 กระบอก สำหรับพฤติกรรมดังกล่าว ถือว่าเป็นการก่อเหตุที่โหดเหี้ยมมาก ไม่มีความปราณี และถือเป็นบุคคลอันตราย ซึ่งขณะนี้ได้ระดมชุดสืบสวนทั้งหมดเร่งไล่ล่าตัวผู้ต้องหาแล้ว ส่วน ส.ต.ท.ศรัญหลังจากที่เจ้าหน้าที่พบศพแล้วจะมีการจัดพิธีให้สมเกียรติต่อไป
ต่อมาเมื่อเวลา 12.00. น. มีรายงานว่า ทีมประดาน้ำสามารถค้นหาร่างของส.ต.ท.ศรัญ มุทาพร จนพบซึ่งศพเริ่มลอยขึ้นผิวน้ำห่างจากแพจุดเกิดเหตุไปประมาณ 50 เมตร จากการตรวจสอบสภาพศพกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะกระสุนเจาะกะโหลก บริเวณกกหู และท้ายทอย คาดว่าระหว่างเกิดเหตุคงจะดำน้ำหนีแต่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงลงในน้ำจนเสียชีวิต
ด้าน พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.หนองคาย พ่อของส.ต.ท.ศรัญ หลังจากเห็นศพลูกชายมีสีหน้านิ่งขรึมน้ำตาคลอ กล่าวว่า เชื่อว่าคงจะถูกยิงระหว่างที่หลบหนี ลูกชายปกติเป็นนักว่ายน้ำเมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว
อย่างไรก็ตามการติดตามไล่ล่าตัวคนร้ายขณะนี้ ได้เพิ่มความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น มีการตรวจสอบเส้นทางเข้าออกจากถนนทุกสาย ทั้งการตั้งด่านและมีการประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศด้วย อีกทั้ง ยังมีการเรียกสอบปากคำพยานบริเวณที่เกิดเหตุหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่ให้การว่าเห็นตำรวจพายเรือเข้าไปจับกุม คงคิดว่าคนร้ายไม่มีอาวุธปืน จึงไม่ทันระวังตัวทำให้ถูกยิงจนเสียชีวิต
สำหรับประวัติของส.ต.ท.ศรัญ อดีตเป็นนักว่ายน้ำของโรงเรียนประจำจังหวัด เมื่อจบการศึกษาได้สอบเข้าตำรวจและได้เข้ารับราชการตำรวจในปี 2556 และรับราชการอยู่ที่ สภ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ปฏิบัติหน้าที่ ผบ.หมู่งานสืบสวนฯ ระหว่างนั้น พ.ต.อ.เกษม บิดา เดิมเป็นผกก.สืบสวน กก.2 ภ.4 จึงได้ขอตัวลูกชายมาช่วยราชการ ก่อนที่ตนเองจะย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผกก.เรนูนคร จ.นครพนม และได้ทำคดีครูจอมทรัพย์ ก่อนจะได้รับเลือกมาดำรงตำแหน่งเป็น ผกก.สภ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ส.ต.ท.ศรัญเป็นคนมีอุปนิสัยใจคอดี และมีความสนิทสนมกับพ่อ เนื่องจากอายุยังน้อย พ่อจึงฝากให้รุ่นพี่ในกองสืบฯดูแล และถือว่าเป็นตำรวจที่มีอนาคตไกลและเตรียมที่จะสอบตำรวจชั้นสัญญาบัตรในอนาคต แต่ก็มาเกิดเหตุการนี้เสียก่อน




