‘บิ๊กอวบ’บินด่วนแถลงข่าวรวบโจรผอม ‘นิค แก่งหางแมว’ ปล้นทองระยอง ขณะกบดานสวนยางจันทบุรี พร้อมทองคำจำนวนหนึ่งสารภาพร่วม ‘เคเขาน้อย’ ปล้นทองเพียง 2 คน สรุปทองยังล่องหนอีก 191.25 บาท

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากกรณีที่โจรอ้วนผอม ควบอาก้าปล้นร้านทองระยอง เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้ทองคำและเงินสดกว่า 7 ล้านบาท หลังก่อเหตุจับกุมตัวนายประเสริฐ รักนาม หรือ จ่าเสริฐ อายุ 59 ปี ก่อนออกหมายจับพร้อมกับ นายปรเมศฐ์ อัครโภคินนุกูล อายุ 32 ปี หรือ เคเขาน้อย พร้อมยึดทองคำที่ปล้นไปกลับมาได้รวม 34 บาท จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 พ.ค. เคเขาน้อยใช้ปืน .38 ยิงตัวตายคาห้องพักหลังตร.ล้อมจับ พบทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้ว อ่านข่าว ไม่ยอมโดนจับ! “เค เขาน้อย” โจรอาก้าปล้นทอง ปลิดชีพตัวเอง หลัง ตร.ล้อมจับในรีสอร์ต

ตร.บุกจับตัวนิค แก่งหางแมว ในสวนยางพาราจันทบุรี

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. พ.ต.อ.ดำรงค์ อ้วนสูงเนิน ผกก.สภ.เมือง จ. ระยอง เรียกประชุมชุดสืบสวน สภ.เมือง ระยอง เกี่ยวกับการสืบทราบจากเส้นทางการหลบหนี จนรู้แน่ชัดว่า คนร้ายปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ห้างบิ๊กซีระยอง ที่ยังลอยนวลอีกหนึ่งคน คือนายมนตรี บุญยั่งยืน อายุ 39 ปี หรือ ฉายา ‘นิค แก่งหางแมว’ ซึ่งหนีไปกบดานอยู่ภายในสวนยางพารา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี จึงขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดระยอง นำกำลังไปติดตามจับกุมตัว

ทองคำของกลางที่คนร้ายฝังดินไว้

ต่อมากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบ สภ เมือง ระยอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เดินทางเข้าสู่พื้นที่สวนยางพาราหลังตลาดแก่งหางแมว สถานที่ที่สืบทราบว่านายมนตรี บุญยั่งยืน โจรผอม หลบซ่อนตัวอยู่ในขนำ ไม่มีเลขที่ ในสวนยางพารา ม.13 ต.แก่งหางแมว อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี จึงวางแผนโอบล้อมอย่างรัดกุม เกรงว่าคนร้ายจะมีการต่อสู้ขัดขืนไม่ยอมให้จับกุม

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. แถลงข่าวการจับกุม

ต่อมาพบนายมนตรี โจรผอม กำลังเดินอยู่ในสวนยางข้างบ้านพักไม่มีเลขที่ในสวนยางพารา จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวไว้โดยละม่อม ก่อนจะนำตัวเข้าค้นที่บ้านพัก ยังพบสร้อยคอทองคำที่ตรวจสอบภายหลังตรงกับทองคำที่ปล้นมา จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนทันที พร้อมกับตรวจค้นภายในขนำ ได้เงินสด 31,000 บาท สร้อยคอทองคำ 2 เส้น จนกระทั่งยอมรับสารภาพว่า ฝังทองคำที่ปล้นมาไว้ที่หลังบ้านใน ต.ประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง จึงนำตัวไปขุดเจอสร้อยคอทองคำถูกฝังอยู่ รวมทั้งหมด 79 เส้น จึงควบคุมตัวมายัง สภ.เมือง จ.ระยอง

นายมนตรี บุญยั่งยืน ฉายา ‘นิค แก่งหางแมว’

ต่อมาเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. เดินทางมายังกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง เพื่อแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายอีกคนที่เหลือคดีปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ห้างบิ๊กซีระยอง โดยมี พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รองผบช.ภ.2 พ.ต.อ.ดำรงค์ อ้วนสูงเนิน ผกก.สภ.เมือง ระยอง นำตัวนายมนตรี บุญยั่งยืน อายุ 39 ปี ใส่หมวกกันน็อค สวมกุญแจมือ ใส่เสื้อยืดสีเทา กางขายาว พร้อมด้วยของกลาง สร้อยคอทองคำ 79 เส้น เงินสด 31,000 บาท รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าคลิก 1กม5034 ระยอง มาแถลงข่าว

จากการสอบสวน นายมนตรี โจรผอม ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับเคเขาน้อย โจรอ้วน ที่ชิงยิงตัวตายไปก่อนหน้า ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน โดยการวางแผนกัน 2 คน มาคุยกันไม่แป๊ปเดียวก็ลงมือปล้นเลย เพราะตนกำลังมีปัญหาทางบ้าน และขัดสนการเงินอยู่พอดี พอเคเขาน้อยมาชวนจึงตกลง แต่มีข้อตกลงกันว่าห้ามใช้ปืนยิงคนเด็ดขาด

จากนั้นก็เตรียมตัวหาชุดไอ้โม่งมาใส่และเข้าปล้นทันที สำหรับปืนอาก้าเป็นปืนที่เคเขาน้อยใช้ติดตัวเป็นประจำโดยใช้รถยนต์ที่ยืมมาจากนายประเสริฐ รักนาม มาใช้อยู่ก่อนนานแล้วไปก่อเหตุ ขณะเข้าปล้นร้านทอง โดยตนเองเป็นคนที่กระโดดเข้าไปกวาดทอง ส่วนเคเขาน้อยเป็นคนถือปืนอาก้าคุมเชิงอยู่ด้านนอก ก่อนจะหลบหนีด้วยรถยนต์คันดังกล่าว ไปทางถนนสายบ้านดอนผ่านไปทางอ.แกลง จ.ระยอง ไปจนถึงบ้านในพื้นที่ ต.ประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง แล้วแบ่งเงินสดและทองคำที่ปล้นมา ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี

โดยตนเองนำทองคำส่วนหนึ่งฝังไว้หลังบ้านใน ต.ประแสร์ และนำติดตัวไปหลบซ่อนตัวอยู่ในสวนยางพารา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี โดยชะล่าใจคิดว่าตำรวจคงจะสาวมาไม่ถึงตน จึงนำเงินสดที่ได้มา ซื้อรถจักรยานยนต์มาหนึ่งคันและขี่ไปกลับต.ประแสร์ และอ.แก่งหางแมวเป็นประจำ โดยไม่คิดว่าจะมาถูกจับ เพราะมั่นใจว่าไม่มีใครจำได้ จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัว ก็ขอรับสารภาพว่าทำกันเพียง 2 คนกับผู้ตาย โดยไม่มีคนอื่นเกี่ยวข้อง

ต่อมา น.ส.ดวงกมล เงาใส ผจก.ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ มาตรวจสอบทองคำทั้งหมดก็ยืนยันว่าเป็นทองคำที่ถูกปล้นไป พร้อมทั้งมอบกระเช้าของคุณการทำงานของตำรวจ ที่สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ทั้งหมด และ ฝากให้ช่วยติดตามทองคำส่วนที่เหลือกลับคืนมา

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาตลอด จนกระทั่งคนร้ายรายแรกได้ฆ่าตัวตายไป ส่วนรายนี้ก็เป็นคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุซึ่งก็มีเพียง 2 ราย จากการสอบสวนลงมือกันเพียง 2 คน สำหรับน้ำหนักทองคำที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด น้ำหนัก 178.75 บาท พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ซึ่งยังเหลือทองคำน้ำหนักอีก 191.25 บาท ที่ยังไม่พบทางตำรวจก็จะออกติดตามหาทองคำส่วนที่ยังไม่พบต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน