ตร.เร่งล่า มือปาขวดใส่รถ อาละวาดป่วน บนสะพานพระปิ่นเกล้า ก่อเหตุ 2 คันรวด เหยื่อโพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัย พ่อถูกเศษแก้วพุ่งทะลุกระจก บาดที่คอเย็บ 5 เข็ม เช็กวงจรปิดเจอกลุ่มวัยรุ่น 3 คน ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน

ตร.เร่งล่า

ผู้เสียหายให้ปากคำเพิ่มเติม

กรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ@Piyaporn Tang โพสต์เตือนภัยว่า “เตือนภัย..คนขว้างขวดแก้วใส่กระจกรถ…เหตุเกิดบนสะพานพระปิ่นเกล้า วันเสาร์ที่ 21/7/61 เวลาประมาณ 20.20 น.

ตร.เร่งล่า / เจ้าตัวระบุว่า ตอนนั้นนั่งรถกันมา 3คน เรานั่งด้านหลัง พ่อนั่งข้างคนขับและน้องเป็นคนขับ ขณะขับเกือบถึงกลางสะพานพระปิ่นเกล้า จู่ๆกระจกด้านหน้าก็แตกเป็นรู เศษกระจกเศษแก้วกับน้ำอะไรไม่รู้ (มารู้ตอนหลังว่าโค้ก) กระจายทั่วรถ ใส่หน้าทุกคน จึงลงไปดู พบว่ามีเศษขวดแก้วติดอยู่กระจกหน้ารถ

ตร.เร่งล่า

สภาพรถผู้เสียหาย

พอน้องไปแจ้งความที่ สน. พบว่ามีรถอีกคันโดนเหมือนกัน (ส่วนเรารีบพาพ่อไป รพ. เพราะเศษแก้วกระเด็นบาดที่ข้างขมับและคอของพ่อ มีเลือดออกไม่หยุดเลยต้องเย็บแผล โชคดีที่พวกเราใส่แว่นกันทุกคน เศษแก้วจึงไม่เข้าตา) ตอนนี้กำลังรวบรวมหลักฐาน ถ้าใครผ่านไปแถวนั้นในช่วงเวลาเกิดเหตุแล้วมีกล้องหน้ารถ รบกวนแจ้งมาในอินบล็อกนะคะ ขอบคุณค่ะ”

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ที่ สน.บางยี่ขัน นายปิยวัฒน์ ตั้งกาญจนภาสน์ อายุ 25 ปี 1 ในผู้เสียหายซึ่ง ขับขี่รถปิคอัพ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน 7 กฐ 2638 กรุงเทพมหานคร จากฝั่งพระนคร ขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มุ่งหน้าข้ามมาฝั่งธนบุรีแล้วโดนขวดน้ำอัดลมลักษณะเป็นขวดแก้ว ลอยมากระทบกระจกหน้ารถ

ทะลุเข้าไปถูก นายชาญวิทย์ ตั้งกาญจนภาสน์ อายุ 61 ปี ผู้เป็นบิดา ซึ่งนั่งมาคู่กันได้รับบาดที่คอเป็นแผลฉกรรจ์ต้องเข้ารักษาอาการที่ รพ.ธนบุรี 1 โดยแพทย์เย็บแผลให้ จำนวน 5 เข็ม เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ วิฤทธิ์เตชะ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางยี่ขัน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม

นายปิยวัฒน์ กล่าวเพียงสั้นๆ ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ว่า ยังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ไม่หาย ขณะนี้ผู้เป็นพ่ออาการเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ไม่ได้เดินทางมาพบตำรวจด้วยกัน เนื่องจากติดธุระด่วนต้องเดินทางไปต่างจังหวัด

วันนี้ทางพนักงานสอบสวนเรียกเข้ามาพบ เพื่อขอสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนหลักฐานต่างๆ ทั้งภาพถ่ายรถและเศษขวดน้ำอัดลม ได้มอบให้กับตำรวจไปทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นพอใจการทำงานของตำรวจที่โทรศัพท์มาสอบถาม และแจ้งความคืบหน้าเรื่องต่างๆให้ทราบ

โดยเฉพาะการพยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด อยากให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด เนื่องจากพฤติกรรมแบบนี้ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสุจริตชนในสังคม

ขณะที่พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ กล่าวว่า วันนี้เรียกผู้เสียหายเข้ามาให้การเพิ่มเติมได้เพียง 1 ราย ส่วน นายศุภโชค ไทยวงศ์วรกุล อายุ 46 ปี ผู้เสียหายอีกคน ซึ่งเป็นเจ้าของรถเก๋งยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเฟียตต้า สีแดง ทะเบียน 7 กฐ 2638 กรุงเทพมหานคร และถูกขวดน้ำอัดลมปาใส่กระจกหน้า จนได้รับความเสียหายในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น แจ้งว่ายังไม่สะดวกมาพบเพราะติดงานประจำ

หลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวน และฝ่ายสืบสวนชุดคลี่คลายคดีทั้ง สน.บางยี่ขัน และ กก.สส.บก.น.7 จะร่วมประชุมความคืบหน้าการทำงานอีกครั้งในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เพื่อนำหลักฐานทั้งหมดมาติดตามหาเบาะแสและจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ต่อไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า ในช่วงเวลาตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ชุดคลี่คลายคดีได้แบ่งงานกันไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งมีทั้งกล้องที่ใช้งานได้และกล้องชำรุด พบภาพรถของผู้เสียหายทั้ง 2 คัน ถูกก่อเหตุในเวลาห่างกันเพียง 16 วินาที

แต่ไม่มีกล้องตัวใดจับภาพผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ มีเพียงภาพชายวัยรุ่นต้องสงสัย จำนวน 3 คน เดินอยู่กลางสะพานในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งจะต้องตรวจสอบต่อไปว่าเกี่ยวข้องหรือไม่

ขอบคุณภาพจาก @Piyaporn Tang

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน