คุมตัว ‘สายันต์’ ทำแผนชี้เป้าสังหารโหด ‘ฟอส-สปาย’ เสียชีวิตคาลานจอดรถเขาชีจรรย์ ไล่ไทม์ไลน์ตั้งแต่ถึงพัทยา จนถึงจุดปิดชีวิต เผยส่งไลน์หา ‘เสี่ยอ้วน’ ถี่ยิบจนถึงวินาทีลั่นไก ด้าน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ลั่นเงินซื้อความยุติธรรมไม่ได้ ยันนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
จากกรณีคนร้ายขับรถเก๋งสีขาว ไม่ทราบทะเบียนมาดักซุ่มยิง “น้องสปาย-น้องฟอส” เสียชีวิตคาลานจอดรถ ฝั่งตรงข้ามหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หลังเดินทางมาเที่ยวพัทยาฉลองวันเกิดกับเพื่อนรวม 4 คน โดยหลังเกิดเหตุตำรวจภาค 2 ได้ระดมทีมสืบสวนไล่ล่าแก๊งคนร้าย ตั้งปมชู้สาว มีเสี่ยภูเก็ตที่มาติดพันน้องสปายตกเป็นผู้ต้องสงสัย จนนำไปสู่การออกหมายจับ 3 ผู้ต้องหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ฟอส-สปาย / ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 ส.ค. ที่สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.จว.ชลบุรี เดินทางมาติดตามความคืบหน้าในคดีคนร้ายก่อเหตุดักยิงน.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 21 ปี ก่อนจะนำตัวนายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนคอยบอกความเคลื่อนไหวชี้เป้าให้นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน และมือปืน ลงมือสังหาร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน ได้นำตัวนายสายันต์ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนหลังการควบคุมตัวครบ 48 ชั่วโมง ก่อนจะนำตัวกลับควบคุมต่อยังสภ.นาจอมเทียน
พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า ประเด็นที่ครอบครัวของผู้เสียหายทั้ง 2 คน ออกมาบอกว่าทั้งคู่ไม่ได้คบกัน เพราะฝ่ายชายมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนนั้น เป็นเรื่องส่วนตัว ตำรวจไม่สามารถเกี่ยวข้องได้ แต่เมื่อเกิดคดีขึ้น ตำรวจมีหน้าที่ในการหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีเท่านั้น และหลักฐานที่ปรากฏตอนนี้ ผู้เกี่ยวข้องในคดีก็ถูกออกหมายจับแล้ว ส่วนสาเหตุที่ลงมือสังหารทั้ง 2 คน ตำรวจยังคงยืนยันมุ่งไปยังปมชู้สาว ซึ่งตรงตามคำให้การของนายสายันต์
พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่มีรายงานว่ารถกระบะ สีบรอนซ์ที่ประสบอุบัติเหตุที่ จ.สระแก้ว อาจจะเป็นของนายปัญญา ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับนั้น ตนยังไม่ขอยืนยันว่าใช่รถคันที่นำมาใช้ก่อเหตุหรือไม่ แต่มีรายงานระบุถึงกรณีดังกล่าวว่ารถที่พบเป็นชื่อของนายปัญญา ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการสับเปลี่ยนรถหลังก่อเหตุ จากซีอาร์วี สีขาว เป็นรถกระบะคันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะขอตรวจสอบอีกครั้ง
“ตนอยากฝากถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต ที่ได้สูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป ตนเข้าใจความรู้สึกนั้นดี และอยากให้ครอบครัวมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวอย่างแน่นอน และจะนำตัวคนร้ายที่ลอยนวลอยู่มารับโทษให้ได้ แม้ว่าคนร้ายจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพล หรือมีเงินมากมายเพียงใด ขอให้เชื่อว่าเงินไม่สามารถซื้อความยุติธรรมได้” พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าว
จากนั้น เวลา 13.00 น. ตำรวจได้นำตัวนายสายันต์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมด 6 จุด โดยจุดที่ 1 เป็นจุดลงรถตู้ บริเวณปากซอยพัทยาสุขุมวิท 75 ซึ่งเป็นจุดที่นายอนันตชัย และน.ส.ปวีณา ลงจากรถตู้เพื่อจะเดินทางเข้าที่พัก จุดที่ 2 บริเวณวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ เป็นจุดที่พักอาศัยของผู้เสียชีวิต จุดที่ 3 บริเวณภายในถนนคนเดินวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ โดยผู้เสียชีวิตได้ออกมาเดินเล่น
สำหรับจุดที่ 4 คือ บริเวณตลาดน้ำ 4 ภาค ซึ่งเป็นจุดที่นายอนันตชัย และน.ส.ปวีณา ได้แวะมาท่องเที่ยวด้วยกัน จุดที่ 5 บริเวณสวนนงนุช ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายได้เดินทางมาซื้อบัตรเพื่อเข้าชมโรงละคร นงนุชเธียเตอร์ และจุดที่ 6 บริเวณลานจอดรถเขาชีจรรย์ ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายก่อเหตุยิงนายอนันตชัย และน.ส.ปวีณา จนเสียชีวิต
โดยทุกจุดที่ได้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายสายันต์ได้ส่งโลเคชั่นผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ และโทรศัพท์หานายปัญญาเพื่อบอกความเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ ตลอดเวลาการท่องเที่ยว โดยที่ผู้เสียชีวิตไม่รู้ตัว ซึ่งจุดสุดท้ายบริเวณเขาชีจรรย์ เป็นจุดที่ส่งโลเคชั่นบ่อยมากที่สุดส่งถึง 3 ครั้ง
ครั้งแรกเมื่อถึงลานจอดรถ ก็ได้ส่งโลเคชั่นให้กับนายปัญญาทราบ จากนั้น เมื่อเข้าไปไหว้พระด้านใน ก็ได้ส่งโลเคชั่นอีกรอบ เมื่อไหว้พระเสร็จกำลังเดินกลับไปที่ลานจอดรถ นายสายันต์ได้ชวนเพื่อนสนิทของนายอนันตชัย และน.ส.ปวีณา ที่ร่วมเดินทางมาด้วยไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะโทรไลน์หานายปัญญา เพื่อบอกความเคลื่อนไหวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยหลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทางตำรวจได้นำตัวนายสายัณห์ไปขออำนาจศาลเพื่อทำการฝากขังทันที หลังครบกำหนดคุมตัว 48 ชั่วโมง







