กทม.เข้มตรวจร้านสัก คลองหลอด หลังอ้างสาวติดเอดส์ ชี้ไม่ให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อซ้ำ!

กทม.เข้มตรวจร้านสัก คลองหลอด หลังอ้างสาวติดเอดส์ ชี้ไม่ให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อซ้ำ!

จากกรณีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านน้อยสนามบิน ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย เปิดเผยเรื่องราวหลังได้รับแจ้งว่า ลูกสาวของลูกบ้านคนหนึ่ง อายุ 22 ปี เสียชีวิตหลังจากไปสักลายพร้อมกับเพื่อน โดยแพทย์ตรวจพบว่าทั้ง 4 คน ติดเชื้อเอชไอวี และเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ ไม่นานหลังไปสักลาย ย่านคลองหลอด  ขณะที่ผลตรวจแพทย์ชี้ว่ามีการติดเชื้อมาก่อนการสัก แต่ก็อาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นที่มาใช้บริการสักลายได้นั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 ก.ย. บริเวณคลองหลอด ถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายประสิทธิ์ เหลืองรุ่งเกียรติ นักวิชาการสุขาภิบาลชำนาญการพิเศษ ร่วมกับ พญ.อลิศรา ทัตตากร ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านของนายสมชาย อริยะ หรือ ช่างเก่ง อายุ 41 ปี ช่างสักย่านคลองหลอด เพื่อตรวจสอบความสะอาดและปลอดภัย

นายสมชาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนทำอาชีพช่างก่อสร้าง และโดนคนโกง เอารัดเอาเปรียบ จึงออก มาทำอาชีพ รปภ. ก็โดนขับไล่อีก จึงอยากมีอาชีพเป็นของตนเอง ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร จึงหันมาทำอาชีพเป็นช่างสักลาย มากว่า 10 ปี ช่วงแรก ตนเริ่มจากการฝึกฝน สักมือ อยู่แถวบริเวณสนามหลวง จากนั้นได้มีโอกาสไปเปิดร้านสักลายที่ประเทศกัมพูชา อยู่ได้ไม่นานก็กลับมาเปิดร้านอยู่ที่คลองหลอด

นายสมชาย กล่าวอีกว่า เนื่องจากตนไม่มีทุนทำร้านเป็นหลักแหล่ง จึงได้เปิดเป็นร้านข้างทางเท่านั้น โดยเข็มต่างๆ ที่ใช้นั้น ซื้อมาจากร้านประจำ ราคาประมาณ 10-30 บาท เข็มบางส่วน ลูกค้าประจำก็จะซื้อมาให้บ้าง ส่วนสีที่ใช้ ซื้อมาขวดละประมาณ 500-1,000 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาสักกับตนนั้น เป็นลูกค้าประจำหรือบอกต่อกันมา แต่ละครั้งจะสักราคาเริ่มต้นที่ 200-2,000,000 บาท แต่ที่เคยได้เงินมากที่สุด คือ สักครั้งละ 5,000 บาท ส่วนลายสัก ก็คิดขึ้นมาเอง ไม่ได้ลอกเลียนแบบ แต่ละเดือนมีลูกค้าประมาณ 5 รายเท่านั้น ซึ่งตนก็ยังอยากทำอาชีพนี้ต่อ

“ผมจะไม่พูดอะไรมาก ว่าร้านผมสะอาด ปลอดภัยหรือไม่ แต่ลูกค้าที่มาสักกับผม จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผมทำสะอาด เพราะผมเปลี่ยนเข็ม มีการเช็ดแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ส่วนเครื่องพ่นสี ที่ผมทำ ก็ทำขึ้นมาเอง ใช้ราคาต้นทุนประมาณ 2,000 บาท ก็จะมีการเปลี่ยนหัวพ่นทุกครั้ง หากผมไม่มั่นใจในความสะอาด คงไม่สามารถเปิดร้านได้ถึง 10 ปี”

ช่างเก่ง ยังระบุอีกว่า “ส่วนประเด็นที่มี 4 สาวมาสักลายย่านคลองหลอด แล้วเสียชีวิตนั้น ผมไม่ได้สักให้ เพียงแต่เคยเห็นหน้าเท่านั้น”นายสมชาย กล่าว

ด้านพญ.อลิศรา กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า สภาพเข็มที่ใช้สักนั้น มีการผนึกถูกต้อง แต่การผนึกที่ไม่สนิทก็มีโอกาสที่เชื้อโรคต่างๆ เข้าไปเกาะตามเข็มได้ หากนำไปใช้สักก็จะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ติดเชื้อเอชไอวีได้ ซึ่งเข็มต่างๆ ที่ใช้นั้น ช่างสักอ้างว่าใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ในส่วนตัวยาที่ใช้จำพวกสีที่ใช้ และยาชา เป็นตัวยาที่ใช้ได้จริง แต่ใช้ไม่ถูกต้อง

เนื่องจากอบถาช่างสักพบว่าการใช้ยาชาต้องใช้ตอนที่เลือดหยุดแล้วค่อยทา ซึ่งทางช่างอ้างว่า ทายาชาทั้งๆ ที่มีเลือดอยู่ ซึ่งอาจทำให้แผลสักนั้นติดเชื้อได้ โดยรวมแล้วอุปกรณ์ทั้งหมดมีกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้

ด้านนายประสิทธิ์ กล่าวว่า ทางเราต้องตรวจสอบในเรื่องการเปิดร้าน และประกอบกิจการไม่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องปิดกิจการไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบและต้องนำตัวผู้ประกอบการงานสักมาชี้แจงในเรื่องของความสะอาด  ส่วนร้านสักที่ปรากฏในข่าว ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นร้านใด แต่จะตรวจสอบตามแหล่งที่มีการระบุไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อซ้ำ

บทความก่อนหน้านี้พิพิธภัณฑ์อายุ200ปี ของบราซิลถูกไฟไหม้
บทความถัดไปKTBST ชี้สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นมีแนวโน้มผันผวนตามต่างประเทศ จับตาสงครามการค้ารอบใหม่