ผอ.แจงปมปล่อย ด.ช.วัย 14 ป่วยตายคาโรงเรียน ยันไม่ได้เสียชีวิตคาโรงเรียน แต่เห็นนอนนิ่งจึงช่วยกันปั๊มหัวใจ บอกเพราะคำพูดหมอตะโกนบอกตายมา 6-8 ชั่วโมง จึงเป็นเรื่อง
ป่วยตายคาโรงเรียน กรณีนายประพันธ์ นิลเศษ อายุ 38 ปี และ น.ส.พัชรินทร์ ถั่วเถื่อน อายุ 41 ปี ชาว ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี พ่อแม่ของ ด.ช.วงศธร นิลเศษ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังป่วยอยู่ 3 วัน ครูไม่ยอมส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. แต่เพิ่งส่งรักษาในวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยครูโทร.มาบอกว่าลูกป่วยหนัก พอไปถึงก็พบว่าเสียชีวิตแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง สาเหตุมาจากขาดน้ำรุนแรงและติดเชื้อที่ปอด จึงสงสัยว่าเหตุใดโรงเรียนและครูถึงไม่ส่งลูกไปโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่หลังโรงเรียน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 22 พ.ย. น.ส.เพียงใจ หงษ์ทอง ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงพร้อมกับหลักฐานมายืนยัน โดยได้กล่าวว่า ด.ช.วงศธร เป็นเด็กพิเศษ เมื่อศุกร์ที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา มีอาการไข้หวัด ทางโรงเรียนจึงได้จัดยาแก้หวัดของโรงเรียนให้ทานพร้อมกับให้คนคอยเช็ดตัวให้ เนื่องจากตัวร้อนเล็กน้อย จนวันเสาร์และวันอาทิตย์ได้โทรศัพท์ไปแจ้งนายประพันธ์ ผู้เป็นพ่อแต่ไม่รับสาย
กระทั่งวันจันทร์จึงสามารถติดต่อนายประพันธ์ ได้ จึงแจ้งให้ทราบ ก่อนนายประพันธ์จะเดินทางมาทันที และทางโรงเรียนได้นำ ด.ช.วงศธร พร้อมนักเรียนคนอื่นรวม 9 คน ที่ป่วยเป็นไข้หวัดเล็กน้อย พาไปให้หมอตรวจที่โรงพยาบาลกาชาด ซึ่งรับการตรวจรักษาคนป่วยไข้ด้วย เนื่องจากทุกวันจันทร์จะมีหมอจาก ร.พ.ทุ่งสง ร่วมกับหมอที่ ร.พ.กาชาดตรวจคนไข้ และอยู่ใกล้โรงเรียน หากว่าพาเด็กไป ร.พ.ทุ่งสง ซึ่งมีคนไข้มาก ต้องใช้เวลานานอาจจะทำให้เด็กหงุดหงิด
วันนั้นมีครู 2 คนคอยดูแล ระหว่างที่พามานั้น ด.ช.วงศธร ก็ยังปกติ พูดคุยได้ หลังหมอตรวจแล้วได้จัดยาให้นักเรียนทั้งหมด โดยระหว่างที่พาไปตรวจนั้นทางสภากาชาดได้ออกเอกสารรับรองในการตรวจรักษานักเรียนมาให้ด้วย หลังจากครูนำนักเรียนกลับมาแล้วก็ให้นอนพักที่ห้องคนไข้ในโรงเรียน จากนั้นครูก็ไปเอาข้าวมื้อเที่ยงมาให้นักเรียนที่ป่วยรวมทั้ง ด.ช.วงศธร ทาน ซึ่ง ด.ช.วงศธร กินข้าวไป 2-3 คำแล้วบอกว่าไม่กินแล้ว ครูจึงจัดยาให้กิน
ซึ่งทุกนาทีที่เด็กมีอาการตัวร้อนก็จะมีคนคอยเช็ดตัวให้ตลอด กระทั่งเวลา 14.00 น. ของวันที่ 19 พ.ย. ด.ช.พงศธร ไม่ยอมให้เช็ดตัว ทางผู้ดูแลจึงได้แจ้งครูให้ทราบและครูประจำหอก็ได้ไปดู และพบว่า ด.ช.วงศธร ยังรับรู้ปกติดี จนกระทั่งเวลา 16.00 น.ครูประจำหอจึงไปพาเด็กนักเรียนที่นอนอยู่ในเรือนคนไข้ให้ไปนอนที่หอนอน ปรากฏว่า ด.ช.วงศธร มีอาการช็อก จึงรีบนำรถของโรงเรียนมาพาไป ร.พ.ทุ่งสง ทันที
ระหว่างที่อยู่บนรถครูได้ช่วยปั๊มหัวใจ ด.ช.วงศธร อยู่ตลอดเวลาจนถึง ร.พ.ทุ่งสง เจ้าหน้าที่ได้รีบนำส่งเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อแพทย์เวรมาตรวจดูแล้วได้พูดดังๆ ว่า เด็กเสียชีวิตมาก่อนแล้ว 6-8 ชั่วโมง ซึ่งจากคำพูดของหมอทำให้บรรดาครูรวมทั้งคนอื่นๆ และนายประพันธ์ นางพัชรินทร์ พ่อกับแม่ของ ด.ช.วงศธร ซึ่งเดินทางมาถึงได้ยินคำพูดของหมอ ทำให้สร้างความงุนงงเป็นอย่างมาก
น.ส.เพียงใจ กล่าวอีกว่า เมื่อนายประพันธ์ ได้ยินคำพูดของหมอก็เลยนำไปลงเฟซบุ๊ก ตั้งข้อสงสัยต่างๆ นานา หลังจากที่ ด.ช.วงศธร เสียชีวิตก็ถูกส่งไปผ่าพิสูจน์ที่ ร.พ.มหาราชนครศรีธรรมราช แล้วทางโรงเรียนได้จัดการนำศพไปบำเพ็ญกุศพที่วัด อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี และเมื่อคืนที่ผ่านมาทางคณะครูก็เดินทางไปร่วมในงานศพด้วย ทั้งหมดนี้คือข้อเท็จจริงที่ทางโรงเรียนดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ด้าน ร.ต.อ.วรากูล บุญยะจันทร์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ที่ได้ร่วมชันสูตรศพ ด.ช.วงศธร เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมาร่วมกับแพทย์ที่ ร.พ.ทุ่งสง ได้ระบุว่า สาเหตุการตายยังไม่แน่ชัด แต่หลังได้ส่งศพ ด.ช.วงศธร ไปให้แพทย์ผ่าพิสูจน์แล้วก็ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตเพราะปอดติดเชื้อ แต่ยังไม่ได้รับหนังสือรายงานผลการผ่าพิสูจน์อย่างเป็นทางการจาก ร.พ.มหาราชนครศรีธรรมราช
ส่วนกรณีที่นายประพันธ์ ระบุว่าหมอที่ ร.พ.ทุ่งสง บอกว่า ด.ช.วงศธร เสียชีวิตก่อนมาถึง 6-8 ช.ม.นั้นจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อให้ได้ความจริงปรากฏมาว่าเสียชีวิตก่อนที่จะนำส่ง ร.พ.ทุ่งสง ตามที่หมอกล่าวหรือไม่