รวบ 4 ผู้ต้องหา แชร์ข่าวปลอม ‘บิ๊กป้อม’ ดื่มกาแฟแก้วละ 1.2 หมื่น โทษสูงสุดคุก 5 ปี

รวบ 4 ผู้ต้องหา แชร์ข่าวปลอม ‘บิ๊กป้อม’ ดื่มกาแฟแก้วละ 1.2 หมื่น โทษสูงสุดคุก 5 ปี

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 4 มี.ค. ที่ห้องประชุม ปอท.ชั้น 4 อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวางและ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท.

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมเผยแพร่หรือส่งต่อข้อความ ข่าวสารอันเป็นเท็จ กรณีเผยแพร่ข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมรัฐมนตรี ดื่มกาแฟแก้วละ 12,000 บาท โดยใช้งบสวัสดิการในตำแหน่ง รวมเป็นเงิน 82,000 บาท ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับหน่วยงานรัฐและความมั่นคงของชาติ ประกอบด้วย 1.นายบุญยืน แสนคูณ อายุ 43 ปี 2.นายวิศรุต ธีรปัญญาวัฒน์ อายุ 34 ปี 3.นายปรีชา ทัศนา 31 ปี และ4.นายเกษมสันต์ ทวยมาตร์ อายุ 38 ปี

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากปรากฏข่าวในโลกสังคมออนไลน์ว่า มีการโพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลในเว็บไซต์ https://www.one31news.com โดยพาดหัวข่าวว่า “เบิกงบกาแฟแก้วละ 12,000” ซึ่งปรากฏเนื้อหาว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมรัฐมนตรี ดื่มกาแฟแก้วละ 12,000 บาท โดยใช้งบสวัสดิการในตำแหน่ง รวมเป็นเงิน 82,000 บาท พร้อมกับนำภาพประกอบที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษา มาตัดต่อร่วมกัน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดจากข้อมูลที่คาดเคลื่อนจนประชาชนหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับหน่วยงานรัฐและความมั่นคงของชาติ

ต่อมา พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้าน กฎหมาย คสช. ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษในกรณีดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนบก.ปอท. ให้ร่วมสืบสวนหาผู้กระทำความผิด
จากนั้นทางบก.ปอท. บูรณาการร่วมกับ ศปอส.ตร. ทำการสืบสวนสอบสวนทราบว่ามีผู้เผยแพร่และส่งต่อข่าวปลอมดังกล่าว 6 ราย โดยหนึ่งในนั้นมี พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ รวมอยู่ด้วย

ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการนำเข้าเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ถือเป็นความผิดตามมาตรา 14 (2)และ14(5) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งมีอัตราจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายเรียกทั้ง 6 ราย รวมทั้ง พล.ท.พงศกร รอดชมภู มารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ 4 คน โดยขั้นตอนจากนี้จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หาก พล.ท.พงศกร และนายประพฤทธ์ แจ้งท้วม อายุ 44 ปี ยังไม่มาพบ ก็จะดำเนินการขอหมายจับต่อไป

โดยในขณะนี้ใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีการหาเสียงจากผู้สมัครรับเลือกตั้ง อาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีสร้างความปั่นป่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งสร้างข่าวปลอมโจมตีใส่ร้ายรัฐบาลและผู้สมัครรับเลือกตั้งทำลายความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงของประเทศและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จึงขอให้ผู้เสพข่าวเสพอย่างมีสติไตร่ตรอง ก่อนที่จะแชร์ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวออกไป เพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์

พล.ต.ต.ไพบูลย์ กล่าวว่า อยากฝากเตือนถึงคนที่ผลิตข่าวเว็บปลอม ทางเรารู้หมด ว่ามีใครบ้างให้หยุดการกระทำเสีย นอกจากนี้ยังรวมถึงเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ไปลงโฆษณาในเว็บปลอมด้วย ถ้ายังไม่หยุดต่อไปจะถือว่าท่านมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดร่วมด้วย

ด้านผู้ต้องหารายหนึ่งกล่าวขอโทษ โดยกล่าวว่า ตนไม่ได้มีความตั้งใจจะสร้างความปั่นป่วนกับสังคม เห็นเพื่อนแชร์มาก็แชร์ไปเท่านั้น

สำหรับ พล.ท.พงศกร รอดชมภู เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 14 รุ่นเดียวกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล

บทความก่อนหน้านี้‘มาร์ค’ ชูภารกิจเพื่อสตรี เพิ่มสิทธิ์ลาคลอด 6 เดือน รับเงินเดือนเต็ม ก่อนขึ้นบีทีเอสพูดคุยปชช.
บทความถัดไปราชบุรี จวกยับเปาไทยลีกไร้มาตรฐาน – เหน็บมีวีเออาร์ไม่ช่วยให้เกมสะอาด