อภิสิทธิ์ ประกาศ ลาออกจาก ส.ส. แล้ว รับไม่ได้ มติ ปชป. โหวต บิ๊กตู่ !

อภิสิทธิ์ ประกาศ ลาออกจาก ส.ส. แล้ว รับไม่ได้ มติ ปชป. โหวต บิ๊กตู่ !

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารทีโอที แจ้งวัฒนะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงจุดยืนภายหลังจากพรรคมีมติเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นนายกฯ ว่า  ก่อนการเลือกตั้ง ผมได้แสดงจุดยืนทางการเมืองไปยังประชาชนทั้งประเทศว่าไม่สนับสนุน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายก การแสดงจุดยืนของผมในขณะนั้น เป็นการแสดงจุดยืนในฐานะพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้น แน่นอนว่า สอดคล้องกับจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ และสอดคล้องกับเป้าหมายที่พรรคเสนอต่อประชาชน ว่า ประชาชนะเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต และเชื่อว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา พรรคไม่ประสบความสำเร็จ และผมตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ผมขอบคุณประชาชน 4 ล้านคน ที่สนับสนุนจุดยืนของผมในขณะนั้น เป็นหน้าที่ของผมที่จะทำให้สิ่งที่ประชาชนสนับสนุนเป็นจริงให้ได้ ตั้งแต่การเลือกตั้งผ่านมา ก็ยังมุ่งมั่นในจุดยืน และให้สมาชิกพรรครักษาจุดยืนดังกล่าว

บรรยากาศขณะแถลง

สิ่งที่เราประสบในช่วงการเลือกตั้ง ใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน หรือ พฤติการณ์สรรหา ส.ว. แทรกซึมสื่อมวลชนบางแขนง ทำให้นิติบัญญัติทัดทานตามกติกาไม่ได้ยังมีอยู่จริง ทำให้การสืบทอดอำนาจยังมีอยู่จริง ไม่ต่างกับปี 2548 ที่ผมยืดหยัดต่อสู้กับระบอบทักษิณ ถ้านึกไม่ออกให้ไปอ่าน แอนนิมอลฟาร์ม จะเข้าใจว่า พฤติการณ์ต่อต้านอำนาจบางสิ่งบางอย่าง แต่กลับทำสิ่งเดียวกับสิ่งที่ต่อต้าน คงไม่ต้องแนะนำให้ไปอ่านหนังสือเล่นต่อไป 1984

บัดนี้ประชาธิปัตย์ มีมติสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ผมไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว แต่บอกที่ประชุมแล้ว ถ้าพรรคเห็นเช่นใด สมาชิกพรรคก็ต้องเห็นด้วยเช่นนั้น ยังแอบหวังลึกๆ ว่า จะมีแก้รัฐธรรมนูญ แอบหวังว่า คนที่พรรคไปพายเรือให้จะกลับใจ

โดยเสียดายว่า โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์ จะกลายเป็นพรรคขนาดกลาง เป็นพรรคที่เป็นกลาง เป็นฝ่ายที่ 3 อะไรที่ดีพรรคก็สนับสนุนได้ อะไรไม่ดีพรรคก็สามารถตรวจสอบ ถ่วงดุลได้ พร้อมกับเสียดายโอกาสการมีพื้นที่เริ่มต้นเล็กๆ ให้เติบโตเป็นทางสายหลักของประชาธิปไตย โดยไม่ให้ใครอ้างประชาธิปไตยมาบังหน้า เสียดายที่ประเทศไทยไม่สามารถหลุดพ้นการบีบบังคับให้เลือกข้าง กลัวเผด็จการหรืออำนาจทักษิณ

ประการแรก ขอโทษประชาชนที่เลือกประชาธิปัตย์ โดยเข้าใจว่าพรรคจะรักษาจุดยืนคำพูด
ประการที่สอง สิ่งที่ต้องทำใน ส.ส. คือการเลือกตั้ง นายกฯ คงไม่สามารถเดินเข้าไปในห้องประชุมและลงคะแนนขัดต่อพรรคได้ ผมเป็นนักการเมืองที่สนับสนุนระบอบพรรค ซึ่งทราบดีว่า นักการเมืองต้องมีวินัย แต่จะให้เดินเข้าไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำไม่ได้ สัญญาประชมคมที่ผมให้ไว้กับพี่น้องทั้งประเทศ

ในการประชุมคนที่เสนอให้ผมงดออกเสียง เพื่อรักษาเกียรติผม ซึ่งผมได้ตอบไปในที่ประชุม ว่า พรรคไม่มีหน้าที่ รักษาเกียรติภูมิของใคร ส่วนรักษาเกียรติภูมิของผมเป็นหน้าที่ของผม ผมจึงงดออกเสียง แต่ผมทราบดีว่า ปัญหาทั้งหมดจะไม่จบในวันนี้ ทุกสัปดาห์ผมจะเผชิญกับปัญหานี้อยู่ตลอดเวลา เหมือนกับที่ผ่านมา ผมไม่เคยอึดอัดขนาดนี้ เหมือนตอนที่ต้องลงมติให้เลื่อนการประชุมสภาครั้งที่ผ่านมาทั้งที่ไม่มีเหตุผลที่จะตอบสังคม แต่ผมต้องการทำตามมติพรรค

ดงนั้น เมื่อมาถึงวันนี้ ผมเหลือทางเดียวที่ต้องรักษา เกียรติภูมิ ที่ไม่ใช่แค่เกียรติภูมิผม แต่เป็นเกียรติภูมิของพรรค ตามคติพรรค ว่า สัจจังเวอมตาวาจา ที่ต้องรักษาคำพูดและรับผิดชอบต่อคำพูดที่กล่าวไว้กับประชาชน เพราะการทำงานการเมืองของผม ผมเชื่อว่าการยึดมั่นอุดมการณ์และหลักการถึงจะเดินต่อได้ สร้างประโยชน์แก่ประเทศในระยะยาวได้

โดยคานธี เขียนจดหมายถึงหลาน ถึงบาป 7 ประการ  ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การเมืองที่ไม่ยึดหลักการ ผมไม่สามารถทำตามนั้นได้ 

ผมจึงจำเป็นต้องตัดสินใจลาออกจาก ส.ส. พรรค ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ ภายหลังจากแถลงจบ นายอภิสิทธิ์ ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนและเดินไปทันที โดยการลาออกของนายอภิสิทธิ์ ทำให้ นายสุทัศน์ เงินหมื่น จะได้รับการเลื่อนลำดับเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคคนต่อไป

บทความก่อนหน้านี้FootNote : ทิศทางของประชาธิปัตย์ กับปัญหาและการต่อสู้
บทความถัดไปอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ : ลาออก