รู้แล้วเพราะอะไร! ทำนายช่างอบต.โดนใบสั่ง 3 ใบซ้อน ตร.ตามรวบถึงบ้าน เผยใช้กระดาษปิดตัวเลขทะเบียนรถ ทำนายช่างอบต.โดนใบสั่ง 3 ใบซ้อน ทั้งที่ไม่เคยขับรถไปไหนไกล รับไม่ได้ชูนิ้วกลาง แต่เป็นสัญลักษณ์ ไอ เลิฟ ยู
จากกรณี นายสมยศ จันทะรักษ์ นายช่างโยธาอาวุโส อบต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ร้องเรียนสื่อมวลชนว่า รถของตนถูกออกใบสั่งข้อหาขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด จากสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จ.นครปฐม และสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จ.เพชรบุรี รวม 3 ใบ ทั้งที่ไม่ได้ไปไหนเลย เผยออกรถคันนี้มา 12 ปี ยังไม่เคยขับไป จ.สมุครสงคราม หรือจ.เพชรบุรี ใช้ขับแค่บ้านมาที่ทำงานเท่านั้น ภาพถ่ายเห็นรถคันก่อเหตุชูมือขึ้นเหมือนท้าทายตำรวจว่า ไม่สามารถจับได้ คาดปลอมแปลงเลขทะเบียน ตามที่เสนอเป็นข่าวไปนั้น
โดนใบสั่ง / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 ก.ค. พ.ต.ต.กฤตย์ ธีรเวศย์สุวรรณ สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.(นครปฐม) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นมีผู้โดนใบสั่งทั้งที่ไม่เคยมีการกระทำความผิดในพื้นที่ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดจึงไปสืบสวนติดตามกรณีดังกล่าว โดยไล่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดรถลักษณะดังกล่าวทั้งหมด โดยเฉพาะรถที่ใช้กระทำความผิด จนกระทั่งสืบสวนทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งใช้ป้ายกระดาษปิดตัวอักษรหมายเลข 7 ซึ่งเป็นรถยนต์ของ นายศุภกิจ หรือบาส อายุ 29 ปี ทำอาชีพเป็นช่างสัก โดยจับกุมได้ระหว่างขับรถที่ก่อเหตุเข้าบ้านพัก จ.ราชบุรี เมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุพบว่า เป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์เทา ทะเบียนที่แท้จริงคือ ชป9577 กรุงเทพมหานคร แต่นายศุภกิจ หรือบาส ใช้กระดาษสี่เหลี่ยมปิดทะเบียนที่แท้จริง บริเวณหมายเลข 7 เพื่อให้รถของตนเป็นรถทะเบียน ชป957 กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้เจ้าของทะเบียนที่แท้จริงคือ นายสมยศ จันทะรักษ์ นายช่างโยธาอาวุโส เจ้าของรถทะเบียน ชป957 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย ถูกใบสั่งความเร็วจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 3 ใบ
การกระทำดังกล่าวของนายศุภกิจ หรือบาส เป็นความผิดตาม “พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 มาตรา 11 ซึ่งกำหนดไว้ว่า รถที่จดทะเบียนแล้วไม่มีและไม่แสดงแผ่นป้ายจดทะเบียนและเครื่องหมายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มีโทษตามมาตรา 60 ปรับไม่เกิน 2,000 บาท”
ถือว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องไม่นำวัสดุ หรือสิ่งอื่นใดไม่ว่าจะก่อให้เกิดแสงสว่าง หรือเรือนแสงหรือไม่ก็ตาม มาปิดทับ บัง หรือติดไว้ใน บริเวณใกล้เคียงกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ จนไม่สามารถมองเห็นตัวอักษรประจำหมวด หมายเลขทะเบียน หรือตัวอักษรบอกชื่อกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.(นครปฐม) จึงเชิญตัวนายศุภกิจ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการซักถามศุภกิจ ให้การรับสารภาพว่า ตนเคยถูกใบสั่งความเร็วจำนวนหลายใบ จึงนำกระดาษมาปิดที่ป้ายทะเบียนหมายเลข 7 ตัวท้าย และใส่กรอบปิดบังไว้ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าเป็นรถยนต์ของตน และบุคคลตามภาพที่ชูนิ้วสัญลักษณ์ ไอ เลิฟ ยู นั้น ตนยอมรับว่าเป็นตนเองจริง
ส่วนข่าวที่ปรากฏว่าชูนิ้วกลางนั้น ไม่เป็นความจริง และตนกระทำความผิดหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตนขอรับผิดชอบในการกระทำดังกล่าว และเดินทางมาเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจแต่โดยดี
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่![]()
ส่วนกรณีที่สามารถจับกุมได้นั้น เกิดจากการพยายามติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงนครปฐม ไล่ติดตามรถคันดังกล่าวจนทราบว่า ใช้ป้ายทะเบียนปกติสลับกับการเอากระดาษปิดทับไว้ แล้วผู้ก่อเหตุก็มีรูปพรรณตรงกับภาพกล้องวงจรปิด เนื่องจากใส่ทองเส้นเดียวกัน ระหว่างที่ถูกจับกุมจึงยืนยันได้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ
ทั้งนี้ อยากฝากเตือนผู้กระทำผิดลักษณะดังกล่าวอย่ากระทำผิดเลย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบแล้วดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุตามกฎหมายต่อไป