คุก 21 ปี บังนัท ลวง ด.ญ. 12 ปี ข่มขืนในตึกร้างย่านรามคำแหง สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง!

คุก 21 ปี บังนัท ลวง ด.ญ. 12 ปี ข่มขืนในตึกร้างย่านรามคำแหง สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง!

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ก.ค. ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ. รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีกระทำชำเรา หมายเลขดำ อ.1116/2562 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสำรวย จิตรชื้น หรือบังนัท อายุ 43 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาฯ เพื่อการอนาจาร กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน

อ่าน แฉ ‘บังนัท’ หื่นลวงดญ.12ปี ข่มขืน บุกตึกร้างเก็บหลักฐาน ผงะ! ชุดชั้นในสาวเพียบ

กรณีเมื่อวันที่ 13 ก.พ.62 เวลากลางคืนจำเลยได้หลอกลวงพาด.ญ.อ้อน (นามสมมุติ) อายุ 12 ปีเศษ ไปอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ ภายในตึกร้างย่านรามคำแหง ก่อนถูกตำรวจ 191 สืบทราบติดตามจับกุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก แจ้งข้อหาดำเนินคดี ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวจำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานเเล้วโจทก์นำสืบข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มารดาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.หัวหมาก ให้ดำเนินคดีกับจำเลย ซึ่งพาผู้เสียหายไปกระทำชำเราในตึกร้างย่านรามคำแหง พนักงานสอบสวน จึงพาผู้เสียหาย ไปตรวจร่างกาย ที่ รพ.ตำรวจ ผลชันสูตรพบว่าภายในช่องคลอดพบบาดแผลฟกช้ำ มีรอยฉีกขาด จากนั้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เดินไปทางตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน

จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อได้ว่า จำเลยเป็นผู้กระทำความผิด ต่อมาวันที่ 17 ก.พ. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมจำเลยได้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ และกระทำชำเราเด็กไม่เกิน 13 ปี ในชั้นสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และมีการนำตัวจำเลยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยาน เบิกความว่า ขณะพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักจำเลยได้มาชักชวนผู้เสียหายกับน้อง ลงไปซื้อขนม จากนั้นจำเลยได้ให้น้องสาวผู้เสียหายกลับขึ้นไปยังห้องพักและ พาผู้เสียหายซ้อนท้าย รถจักรยานยนต์ไปยังอาคารร้าง ซึ่งอยู่ตรงข้าม รพ.รามคำแหง ก่อนที่จะลงมือกระทำชำเราผู้เสียหาย

โดยที่ผู้เสียหายไม่ยินยอม เห็นว่าผู้เสียหายเป็นเด็กและเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าอับอาย หากเหตุการณ์ไม่เป็นความจริงคงไม่นำมาบอกเล่าแก่มารดา เชื่อว่า ผู้เสียหายเบิกความไปตามความจริงไม่ปรากฏข้อพิรุธสงสัย อีกทั้งผลชันสูตรจากรพ.ตำรวจ ที่ระบุ พบว่าภายในช่องคลอดของผู้เสียหายพบบาดแผลฟกช้ำ มีรอยฉีกขาด และหลังเกิดขึ้น ผู้เสียหาย ได้เล่าให้มารดาฟังและได้เดินทางมาแจ้งความทันที จึงไม่มีเหตุสงสัยว่าผู้เสียหายจะกลั่นแกล้งจำเลย

คดีจึงรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลย มีความผิดข้อหาพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ และ กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ จำคุก 6 ปี

โดยให้เพิ่มโทษ 1 ใน 3 ตาม มาตรา 92 ฐานพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ เป็นจำคุกปี 8 ปี ,และฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี เป็นจำคุก 13 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 21 ปี 4 เดือน

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 10 ปี 8 เดือน

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ไม่พบว่ามีญาติ หรือทนายความฝั่งจำเลย เดินทางมาฟังคำพิพากษาหรือให้กำลังใจแต่อย่างใด

บทความก่อนหน้านี้สั่งเด้งแล้ว! 7 ตร. ตื้บผู้ต้องหา ตั้งทีมสอบข้อเท็จจริง ลั่นไม่ปกป้องลูกน้องเด็ดขาด
บทความถัดไปธ.ไทยเครดิตติดอาวุธให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้ายุค 4.0 เปิดตัวโครงการพ่อค้าแม่ค้าพากเพียร ซีซั่น 3