เผยผลชันสูตรเหยื่อ ‘คิด เดอะริปเปอร์’ โดนฆ่าสุดโหด ชี้คราบเลือดที่เจอ
คิด เดอะริปเปอร์ / จากกรณีคนร้ายก่อเหตุฆ่ารัดคอ นางรัศมี มุลิจันทร์ หรือฝ้าย อายุ 51 ปี ชาว จ.ขอนแก่น สภาพศพถูกห่อด้วยผ้าห่ม ท่อนล่างเปลือย ลำคอถูกพันด้วยสายไฟและเทปใส ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระนวน ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นและชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ไล่ล่าคนร้าย
จนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายสมคิด พุ่มพวง หรือบัง อายุ 55 ปี ชาว จ.ตรัง ฉายา “คิด เดอะริปเปอร์” และออกหมายจับผู้ก่อเหตุในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายตามที่เสนอข่าวไปนั้น
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
![]()
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงศ์ราช ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับนายสมคิด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 ธ.ค. ล่าสุดทางตำรวจสภ.กระนวน ประสานการทำงานร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ลงพื้นที่แกะรอยหาเบาะแสของคนร้ายในทุกมิติ
ซึ่งจากพยานหลักฐาน และพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุยืนยันชัดเจนว่าคือ นายสมคิด พุ่มพวง ซึ่งเคยก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องมาแล้ว 5 ศพ และจำคุกเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว โดยได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2562 ก่อนจะรู้จักกับผู้ตายผ่านทางเฟซบุ๊กและเดินทางมาอาศัยอยู่กับผู้ตายเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา ก่อนจะเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ผกก.สภ.กระนวน กล่าวต่อว่า เบื้องต้นจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้ตายถูกมัดมือมัดเท้าและรัดที่คอโดยใช้สายไฟรัดและใช้เทใสพันทับอีกชั้น สันนิษฐานว่าขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ด้านนิติเวชว่า ขาดอากาศหายใจก่อนใช้สายชาร์จโทรศัพท์รัดขา หรือรัดขาก่อนค่อยใช้สายไฟรัดคอจนขาดอากาศหายใจ ก็จะทราบว่า ผู้ตายตอนยังนอนหลับอยู่หรือตอนรู้สึกตัวปกติ
พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเลือดคาดว่าน่าจะเกิดจากการถูกทำร้ายตบหน้า หรือชกหน้า หลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับตัวคนร้ายขณะนี้ มีเสื้อผ้าที่นายสมคิดสวมใส่ ลายนิ้วมือแฝง และภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันตัวบุคคล ใบจองรถที่ผู้ตายและผู้ต้องสงสัยจองรถยนต์ในตัวจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจองในนามของผู้ตาย มั่นใจในพยานหลักฐานมัดตัวนายสมคิดแน่นหนาอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี และผู้ต้องหารายนี้ฉลาด ทิ้งโทรศัพท์ให้ตำรวจรู้เลยว่าเป็นใคร เพื่อไม่ให้ตำรวจตามจากโทรศัพท์มือถือได้