มีอยู่จริง! “บิ๊กแดง” รับแล้ว ในกองทัพ มีระบบเอื้อประโยชน์ ชนวนปมทหารโหดกราดยิง พร้อมล้างบาง
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 ก.พ.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แถลงข่าวกรณี จ่าคลั่ง ก่อเหตุสะเทือนใจจนมีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 30 คน และบาดเจ็บหลายราย ที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โดยถูกเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญฆาตกรรม ตอนหนึ่งว่า
- “บิ๊กแดง” ร่ำไห้ แจงจ่าคลั่ง กราดยิงประชาชน เขาคือ “อาชญากร” ไม่ใช่ทหาร!
- “บิ๊กแดง” น้อยใจ หลังถูกวิจารณ์แต่งเครื่องแบบ พ้อ เราไม่มีโซเชียล ที่สวยงาม
- “จาตุรนต์” อัด “บิ๊กแดง” หลังแถลงร่ำไห้ เหมือนจะดี ที่แท้ละครตบตาประชาชน!
ในหนึ่งปีกว่ามานี้ตนได้ปรับปรุงพัฒนากองทัพบกเพื่อรองรับ สภาวะการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป และความถดถอย และเสื่อมถอยของกำลังและผู้บังคับบัญชา ที่ไม่ใส่ใจ มีหลายอย่างไม่ได้เปิดเผยให้สื่อมวลชนได้รับทราบ หลายเรื่องมีการสั่งการอย่างเอาจริงเอาจังในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งที่ผ่านมานายทหารระดับสูงฝ่ายบริหารของกองทัพได้เตือนและให้กำลังใจตนเสมอ
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณี ซึ่งไม่ใช่การปฏิบัติการทางทหาร แต่เป็นเรื่องการบาดหมางจิตใจ การก่ออาชญากรรม ซึ่งกองทัพบกก็รับผิดชอบทั้งในส่วนของผู้ก่อเหตุและคู่กรณีตามมาตรฐาน
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์ ได้นิ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อพูดถึงทหารที่เสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เขาเป็นเพียงพลทหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระราชทานเพลิงศพและกองทัพบกจะดูแลครอบครัวอย่างดีที่สุดและสมเกียรติ รวมถึงพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ
สำหรับความรับผิดชอบต่อประชาชนที่เสียชีวิตกองทัพบกจะรับทายาทเข้ารับราชการตามคุณวุฒิโดยไม่มีข้อแม้ และหากทายาทยังเรียนหนังสือไม่จบก็จะดูแลด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่องแม้ตนจะเกษียณราชการไปแล้วก็ตาม ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียในการประกอบอาชีพหากประสงค์จะเข้าราชการกองทัพจะไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่การเยียวยาและดูแลครอบครัวผู้ก่อเหตุจะเป็นไปตามขั้นตอน
เมื่อถามว่า มีข้อเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งผบ.ทบ.พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลของกองทัพบก และตั้งแต่ที่ผู้ก่อเหตุไปก่อเหตุที่ไม่ใช่การไปปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก เช่นทหารขนยาเสพติด ค้าอาวุธสงครามแล้วถูกตำรวจวิสามัญ ตนก็อยากจะถามเหมือนกันว่าสมควรที่จะใช้คำถามนี้กับตนหรือไม่
“ผมมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างที่สั่งไปในทุกตำแหน่ง ทุกวิกฤตที่ผมได้ผ่านมาจนกำลังจะเกษียณอายุราชการ อะไรที่สั่งผู้ใต้บังคับบัญชาทำ ผมรับผิดชอบ แต่ผมไม่สามารถรับผิดชอบต่อการกระทำที่เป็นเหตุการณ์ส่วนตัว การก่ออาชญากรรม การทำผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนระเบียบวินัยที่มีอยู่อันนั้นผมรับไม่ได้”
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ลามไปนอกหน่วยทหาร ซึ่งมีเสียงกดดันให้ผบ.ทบ.แสดงสปิริตด้วยการลาออก พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า หากอยู่บนพื้นฐานความจริงและหลักการว่าข้อเท็จจริงคืออะไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นคืออะไร เราควรจะรับผิดชอบอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น
คนที่ถามแบบนี้ช่วยดูข้อเท็จจริงด้วย อย่ามุ่งแต่คำตอบหรือต้องการให้ตนตอบบางสิ่งบางอย่างที่ตนตอบไปแล้วจะพึ่งพอใจแล้วรู้สึกว่าชนะ ตนบอกว่าไม่ยอมแพ้ ตนแสดงความรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิด เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นทหาร ทั้งนี้ยังมีคำถามอื่นที่ตนอยากตอบมากกว่าคำถามเรื่องลาออก
พล.อ.อภิรัชต์ ยังกล่าวถึงการยุติเหตุการณ์ที่เป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากผู้ก่อเหตุติดตามข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งเขาก็ไม่ธรรมดา อีกทั้งไม่ทราบว่าประชาชนที่ติดอยู่ภายในห้างเทอร์มินอล 21 อยู่จุดไหนบ้างซึ่งจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนจึงต้องใช้เวลานาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายและเราไม่อยากสูญเสียไปมากกว่านี้
เพราะมีการสูญเสียไปพอสมควรแล้ว จึงต้องใช้ความระมัดระวัง ส่วนการปรับมาตรการในการดูแลคลังอาวุธของหน่วยทหารนั้นทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและป้องกันอย่างแน่นหนาอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ก็ไม่ดีทั้งนั้น ซึ่งตนจะพยายามทำให้ดีขึ้น
“การลอกเลียนแบบ หรือเอาโมเดลในลักษณะเช่นนี้ ไปขยายผล ซึ่งในต่างประเทศค่อนข้างกังวล ผมรับปาก ว่าจะไปทบทวนเพิ่มมาตรการให้มากกว่านี้ และยืนยันว่ามาตรการเดิมที่ทำอยู่นั้น อยู่ในระดับมาตรฐานและผู้ก่อเหตุก็เป็นกำลังพลในหน่วย เป็นเพื่อนร่วมงานที่เดินเข้ามาก็ไม่คิดว่าเขาจะมาทำร้าย ซึ่งก็เป็นจุดหนึ่งที่กองทัพบกต้องไปคิดเช่นเดียวกัน เพราะไม่ได้เฉลียวใจว่าคนที่รู้จักจะก่อเหตุ ตั้งแต่เกิดเหตุ ผมรู้สึกไม่สบายใจ และแทบจะนอนไม่หลับ” ผบ.ทบ. กล่าว
เมื่อถามว่าการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาต่อจากนี้ จะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นนโยบายหลักของผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า หลายคนเติบโตจากพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่นายทหารหลักได้เข้ามาอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน ได้รับการปลูกฝังเช่นเดียวกันเป็นเวลา 5 ปีที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาถูกปลูกฝังมาโดยตลอด
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณธรรมและจริยธรรมโดยเฉพาะตนเอง ซึ่งไม่ใช้การยกยอปอปัน แต่เป็นสิ่งที่ตนทำมาโดยตลอด และที่ตนเติบโตได้มาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา แต่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำง่านกับตนมาตลอด เพราะตนดูแลเขาดี ในขณะที่หน่วยข้างเคียงตนก็เห็นความล้มเหลวของผู้บังคับบัญชา ซึ่งพยายามที่จะเลือกสรรคนให้มาเป็นผู้บังคับบัญชา
แต่คนในกองทัพบกกว้างใหญ่และมีจำนวนหลายแสนคน ไม่สามารถที่จะลงไปดูได้ ยกเว้นการออกมาตรการและการแสดงความรับผิดชอบต่อไปนี้ มาตรการในการสรรหา การคัดหาคนเข้ามาเป็นผู้บังคับบัญชาจะทำให้รอบคอบกว่าที่เป็นอยู่ ตนได้เน้นย้ำอยู่เสมอว่าการเป็นผู้บังคับไม่ใช่ไปแต่บังคับบัญชาคนอื่น
แต่ผู้บังคับบัญชาต้องบังคับตัวเองด้วย ผู้บังคับบัญชาหน่วยรับ เช่นทหารราบ ทหารม้า ปล่อยตัวให้อ้วน ไร้ความรู้ ไม่พัฒนาตัวเองก็ไม่ต้องมาเป็นแม่ทัพ หากผู้บัญชาการรกองพลเสนอชื่อมา ตนจะย้ายให้หมดและล่าสุดตนได้ปรับมาตรฐานทดสอบร่างกายและความรู้กับผู้บังคับหน่วยกำลังรบอย่างเต็มที่ หากใครที่ไม่ได้มาตรฐานก็ไม่ต้องอยู่
“อยากมาด่าก็มาด่าผม แม่ทัพภาคหรือตั้งแต่ ผู้บังคับบัญชากองพลลงไปไม่ให้ความสนใจก็โยกไปประจำและไม่ใช่ผมไม่ทำ บังคับบัญชาคนอื่นต้องบังคับตนเองด้วย ผมบอกแล้วว่าจะใช้อำนาจผบ.ทบ.จนถึงวันสุดท้ายที่ส่งมอบธงรับมอบตำแหน่งผบ.ทบ.เพื่อพัฒนากองทัพ” ผบ.ทบ.กล่าว
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขายที่ดินในหน่วยงานทหาร โครงการเช่นนี้มีจำนวนมากหรือไม่ และจะแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า กองทัพบกถูกตั้งมาเป็นระยะเวลายาวนาน มีโครงการหลายอย่างเป็นจำนวนมาก ที่พูดมาไม่ได้ไปตำหนิ ติเตียนใคร ในห้วงเวลาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
เคยมีโครงการเช่นนี้ อย่างเช่นบ้านสวัสดิการ การกู้เงิน การร่วมมือระหว่างหน่วยทหารกับพ่อค้า มีการวิ่งเต้น ซึ่งตนไม่อยากลงรายละเอียด และเรื่องทั้งหมดนี้ตนทราบและรับรองว่า อีก 3 เดือนต่อจากนี้ตั้งแต่ระดับนายพลถึงระดับพันเอกหลายคนไม่มีงานแน่ และตนก็ไม่สนเพราะรู้ข้อมูล และตนเติบโตมากับความรู้สึกที่ไม่ถูกต้องในหลายเรื่อง
ซึ่งตนไปเรียนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่า “พี่ครับ ผมต้องทำ” ตนขอยกตัวย่ารงเช่นมีใครกล้ายกเลิกทีมฟุตบอลอาร์มี่ยูไนเต็ดหรือไม่ และสัปดาห์นี้จะมีการลงนามกับกระทรวงการคลังในการใช้ที่ราชพัสดุเป็นโครงการสวัสดิการเชิงพาณิชย์ โดยนำเงินและรายได้กลับเข้าสู่กระทรวงการคลัง
นี่คือการเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานของกองทัพบก แน่นอนว่ามีคนไม่พอใจ หรือในวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาตนได้เซ็นยกเลิก การจัดซื้อปืนสวัสดิการทุกชนิดของกองทัพบก และต่อไปนี้ใครจะซื้อปืนสวัสดิการภายนอกจากหน่วยง่านใดก็ตาม ผู้บังคับบัญชาชั้นนายพล จะต้องทำคำสั่งผ่านเสนาธิการทหารบกเท่านั้นเพื่อให้ออกคำสั่ง
ซึ่งของเดิมตามระเบียบจะให้นายทหารยศชั้นนายพันเป็นผู้เซ็นซึ่งเปิดโอกาสให้กำลังพลและพ่อค้าซื้อขายอาวุธกันได้ง่าย เพราะผู้ก่อเหตุมีปืน 5 กระบอก ซึ่งทั้งหมดเป็นปืนที่มาจากโครงการสสวัสดิการจากหน่วยงานอื่น
“ ทหารไม่จำเป็นต้องมีปืนส่วนตัว เพราะมีปืนหลวงที่ถูกเก็บรักษาและจะมีการแจกจ่าย ซึ่งแต่เดิมมีไม่รู้กี่โครงการ ทหารมีบ้านมีที่พักให้กับกำลังพลเพียงพอ รับราชการ 20-30 ปีไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน เพื่อให้มีเวลาเก็บเงินไปซื้อบ้านของตัวเองหลังเกษียณอายุราชการ
ผมขีดเส้นตายภายใน เดือน ก.พ.สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้ว และยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหาร และย้ายจากกองทัพบกไปอยู่หน่วยงานใดก็ต้องย้ายออกเพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีบ้านมาอยู่ ทั้งนี้การถูกเชิญชวน ถูกหลอก การเชื่อคนง่าย ยิ่งเป็นผู้บังคับบัญชาหรือเครือญาติของผู้บังคับบัญชา มีแรงจูงใจ การอยู่แบบไม่พอเพียง
เพราะผู้ก่อเหตุมีปืน 5 กระบอกที่มีราคาแพงมีไว้เพื่ออะไร โครงการต่างๆ ต้องมีการปรับกรุงแก้ไขและเอาจริง อันไหนไม่จำเป็นผมจะยกเลิก และผมจะเอาจริงสำหรับผู้ที่เอาเปรียบหลวง เพื่อนร่วมงาน ขอเวลาและยืนยันว่า ผมไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ แต่ทำมาก่อนหน้านี้และถ้าไม่สัมฤทธิ์ผลภายในวงรอบ การปรับย้ายนายทหารครั้งนี้เห็นดีแน่ และผมก็ไม่ล้อมคอก” ผบ.ทบ.กล่าว
พล.อ.อภิรัชต์ ยังกล่าวยืนยันอีกว่า ตนไม่กลัวและไม่ถนอมตัว เพระเป็นปีสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่งผบ.ทบ. จะทำให้กองทัพบกให้ดีขึ้นจนวันสุดท้าย ขอให้มั่นใจ แต่ตนก็เชื่อใจผู้บังคับบัญชาที่นั่งอยู่ตรงนี้ ว่าจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ทำไมไม่สามารถล้างธุรกิจในหน่วยทหารได้ ต้องรอจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวก่อน
พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ไม่ใช่เพราะเกิดเหตุแล้วดำเนินการ ทั้งนี้ผบ.ทบ.แต่ละท่านที่ผ่านมามีวิสัยทัศน์และแนวทางแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน และสภาวะเช่นนั้นก็แก้ไขปัญหาไปตามสถานการณ์ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาเป็นผบ.ทบ. ตนได้เล็งเห็นปัญหามาโดยตลอด และเมื่อมารับตำแหน่งก็ตั้งใจที่จะมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ซึ่งเรื่องก่อหน้านี้ก็ขอให้ผ่านไป แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ในสิ่งที่ถูกต้อง
ในการปรับตัว ปรับสภาพองค์กรของตัวเอง ซึ่งไม่มีองค์กรไหนที่จะสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ต้องแก้ไขและตนเชื่อมั่นทุกคนที่เข้ามาเป็น ผบ.ทบ.หลังจากนี้ต้องยึดถือแนวทางที่ได้ประกาศต่อหน้าสาธารณะชน เพื่อแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้นและให้ได้รับความธรรม ทั้งนี้ขออย่านำไปเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะปัจจุบันตนไม่ได้พูดเรื่องของการเมืองแล้ว
โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ผู้ก่อเหตุและคู่กรณีมีความสัมพันธ์กันทางการบังคับบัญชา กองทัพบกโดยตนได้สั่งการให้ หาวิธีการที่ดีที่สุด เปิดเรื่องร้องเรียนโดยตรงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกเอาเปรียบ และจะเน้นย้ำผู้บังคับบัญชา ที่ไม่ใส่ใจดูแลทุกข์สุข ของผู้ใต้บังคับบัญชา
ผมมั่นใจและให้คำมั่นว่า ช่องทางนี้จะเป็นความลับที่สุดแต่ต้องแสดงตัวตน ว่าเป็นใคร อยู่หน่วยไหน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจัดส่งตรงมาที่ตัวผม เดิมผมก็ไม่มีเฟสบุ้ค และไอจีเพราะรับไม่ไหวในหลายเรื่อง แต่ก็จะมีช่องทางให้เข้าถึง
โดยไม่ผ่านช่องทางของกองทัพบก ซึ่งจะหาบุคลากรมาทำ โดยสั่งการไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ก.พ.แล้ว เพื่อเป็นโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชา สื่อสารกับผมโดยตรง และตนก็จะลงโทษอย่างเต็มที่สุดความสามารถเท่าที่จะทำได้