รู้ตัวแล้วมือยิงวัยรุ่นหาของป่า 3 ศพที่ยะหริ่ง เชื่อฝีมือ ‘ซอบือรี เจะหะ’ แกนนำก่อเหตุรุนแรง

กรณีคนร้ายยิงวัยรุ่น 3 ศพตายภายในสวนยางพาราในพื้นที่ ม.1 ต.ตัน หยงจึงงา อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี โดยตร.ได้เบาะแส 2 คนร้ายที่ลงมือแล้ว พบประวัติมีหมายจับคดีความมั่นคงหลายคดี ล่าสุดร่วมกันก่อเหตุยิงใส่รถครูดับและบาดเจ็บสาหัส คาดหลบหนีกบดานในป่าห่างไกลหมู่บ้าน โดยมีกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ช่วยเหลือ เร่งปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายทุกจุด เตรียมออกหมายจับ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าว พบอีกศพ3 ยิงดับกลางป่าปัตตานีได้เบาะแส2คนร้าย ทพ.ปิดล้อมยะหริ่ง ผงะอาวุธสงคราม

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้ากรณี คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มเยาวชนผู้บริสุทธิ์ขณะหาของป่าในพื้นที่ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ว่า

จากกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 พร้อมสนธิกำลังร่วมทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าทำการติดตามความเคลื่อนไหวและเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ผลปรากฏว่าบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุพื้นที่ บ้านดุซงปาแยตะวันตก หมู่ที่ 2 ต.ตอหลัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พบศพเพิ่มเติม 1 ราย คือนายณัฐภพ อินทรทิตย์ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/3 หมู่ที่ 6 ตำบลดอน อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี

“จากการติดตามจับกุมและปฏิบัติตามกฎหมายในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 2 จุด ได้แก่ หมู่ที่ 1 ต.ตันหยงจึงงา และพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.ตันหยงดาลอ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืนขนาด M-16 จำนวน 1 กระบอก ปืน AK-47 (อาก้า) จำนวน 1 กระบอก ปืนพก จำนวน 3 กระบอก พร้อมอุปกรณ์และเครื่องกระสุนได้จำนวนหนึ่ง พร้อมกันนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวน 6 ราย โดยได้ดำเนินการนำบุคคลต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถาม และนำอาวุธทั้งหมดเข้าตรวจสอบตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบหรือไม่ พร้อมทั้งดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป และจากการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลด้านการข่าว รวมถึง เบาะแสที่ได้รับจากการแจ้งของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทำให้ในชั้นต้นคาดได้ว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุรุนแรงในครั้งนี้ คือ นายซอบือรี เจะหะ แกนนำคนสำคัญ ผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีความมั่นคงหลายคดี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม และจะเร่งติดตามผู้ก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าว

พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างยิ่ง และได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จำเป็นตามสิทธิเยียวยาที่ได้รับตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่ และให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตลอดจนรวบรวมงาน การข่าวเพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษ

โดยให้ทุกหน่วยปฏิบัติการเชิงรุกในการติดตาม จับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง พร้อมเพิ่มมาตรการความเข้มงวดการรักษาความปลอดภัย พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นความพยายามในการสร้างสถานการณ์ ความรุนแรงอย่างโหดเหี้ยมทารุณที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมุ่งกระทำต่อเด็กและเยาวชน ผู้บริสุทธิ์ที่เป็นอนาคตของชาติซึ่งมีอายุเพียง 18-19 ปี อย่างไร้ทางต่อสู้และเป็นการกระทำของกลุ่มผู้แสวงผลประโยชน์อย่างไร้อุดมการณ์ ไร้มนุษยธรรม ไร้ซึ่งความเมตตาต่อเด็กและเยาวชนที่ถือได้ว่าเป็นกระทำเพื่อหวังผลประโยชน์ของกลุ่มตนเองเท่านั้น

โดยไม่สนใจหลักมนุษยธรรมและยังเป็นการก่อเหตุในห้วงเดือนอันประเสริฐของพี่น้องชาวมุสลิมอย่างไม่ยำเกรง และไม่รับฟังผู้นำศาสนาอิสลามที่ได้ออกมาแถลงการณ์ ให้ยุติการใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้เกียรติห้วงแห่งเดือนรอมฎอน อันประเสริฐที่การก่อเหตุรุนแรงถือเป็นบาปใหญ่และขัดต่อหลักศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง และเป็นการสมควรที่พี่น้องประชาชน ควรออกมาร่วมกันประณามขับไล่พร้อมต่อต้าน การใช้ความรุนแรงในการกระทำอันชั่วร้ายดังกล่าวนี้

รวมถึงขอให้พี่น้องประชาชนทุกศาสนิกชนร่วมมือร่วมใจกันแจ้งเบาะแสข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ผู้ก่อเหตุรุนแรงผ่านสายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ให้ข้อมูลสำคัญกับเจ้าหน้าที่นำสืบและรวบรวมไปสู่การติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อเป็นแบบอย่างของผู้ที่ต้องได้รับโทษ และบาปจากการกระทำอันโหดร้ายทารุณอย่างสมควรที่จะต้องได้รับในครั้งนี้