พ่อสุดปวดใจ รอคอยจนท.กู้ร่างลูกชายวัย 35 ปี เลขาของเจ้าของบ้าน เผยเลี้ยงลูกคนเดียวตั้งแต่เด็ก รักและคิดถึงสุดหัวใจ ด้านเขตเตรียมตรวจสอบแพลนอาคาร
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 เม.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างของนายเกียรติ แพทเตอร์สัน อายุ 35 ปี เลขาของเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ผู้เสียชีวิตคนสุดท้าย ส่งสถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อทำการชันสูตร โดยตลอดการค้นหามีนายโรเบิร์ต เรมอน แพตเตอร์สัน พ่อของเกียรติ แพทเตอร์สัน มาค่อยเฝ้าตลอดเวลา
- อ่าน กราบลาดวงวิญญาณ เจ้าของบ้าน สดุดีความกล้า 4 กู้ภัย จ่อช่วยครอบครัว
- อ่าน กู้ร่าง 2 อาสาสมัครกู้ภัย ออกจากอาคารถล่มได้แล้ว ครอบครัวร่ำไห้กอดศพ
- อ่าน ผู้ว่าฯ‘อัศวิน’คาดไม่เกินตี4 กู้ร่างอีก 2 วีรบุรุษดับเพลิงออกจากบ้านถล่มได้
โดยนายโรเบิร์ต เปิดเผยว่า ตนผูกพันกับลูกมาก เพราะหลังจากเลิกกับภรรยา ก็เลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งเเต่เล็ก ตอนนี้รู้สึกเสียใจมาก หากลูกยังอยู่ตรงนี้ อยากบอกกับลูกว่า พ่อรักลูก คิดถึงลูกมาก และยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้ลูกชายทำงานสอนภาษาอยู่ที่อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่จ.นครปฐม แล้วกลับไปที่บางสะพานอีกครั้ง จากนั้นได้กลับมาอยู่กรุงเทพฯ ได้ 3 สัปดาห์ ก่อนจะเกิดเหตุขึ้น ซึ่งตนยังมีข้อสงสัยว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นได้อย่างไร
ด้านนายจิรัฐฒิกร บรรจงกิจ ผู้ควบคุมหน่วยกู้ชีพบรรเทาสาธารณภัย ป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า ได้ประกาศเสร็จสิ้นภารกิจ และยุติการค้นหา หลังทำการกู้ร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายได้ ในเวลา 08.20 น. โดยการปฏิบัติการตลอดทั้งคืนเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากต้องระวังในเรื่องของโครงสร้าง และไฟที่อาจจะประทุขึ้นอีก

ส่วนอุปสรรคสำคัญคือพื้นที่เกิดภัยพิบัติถือเป็นพื้นที่เสี่ยง ซึ่งขั้นตอนการปฏิบัติในครั้งนี้ถือเป็นการกู้ภัยในระดับสากล โดยแบ่งเป็น 4 โซน เพื่อย่นระยะการค้นหาในความซับซ้อนลดลง แต่อุปสรรคคืออาคารที่ยังคงมีไฟที่อาจจะลุกไหม้ได้ตลอด จึงต้องคอยระวัง
อีกทั้งยังมีบ้านเรือนใกล้กับจุดดังกล่าว แต่ในขณะนี้สามารถดำเนินงานจนแล้วเสร็จ และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดปลอดภัยดี ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตทุกคนเปรียบเหมือนพี่น้อง ครูอาจารย์ที่คลุกคลีกันมานาน เราจึงตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่

ต่อมาเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ตรวจสอบได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการรื้อถอนอาคาร และยังมีควันไฟบริเวณด้านหลังอาคาร จึงได้มีการปรึกษากับทางตัวแทนเจ้าของบ้าน และผอ.เขตทวีวัฒนา ในการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่ดังกล่าว
ด้านนายพรเลิศ เพ็ญพาส ผอ.เขตทวีวัฒนนา กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่เขตได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เป็นเขตพื้นที่อันตราย พร้อมประสานงานกับทางผู้แทนเจ้าของบ้านว่าจะดำเนินการเรื่องรื้อถอนโดยเร็ว โดยทางตำรวจขอให้เหลือพื้นที่ชั้น 1 ไว้เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้และอาคารถล่มครั้งนี้
เพราะชั้น 1 เป็นจุดต้นเพลิง คาดว่าจะตรวจสอบเเล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามทางตัวเเทนเจ้าของบ้านระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านละเเวกใกล้เคียงที่ได้รับความเสียหาย จะรับผิดชอบชดใช้ทั้งหมด

นายพรเลิศ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามทางเขตทวีวัฒนาจะเร่งดำเนินการออกใบอนุญาตรื้อถอนภายในวันพรุ่งนี้ โดยทางพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ได้สั่งการให้เขตดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เบื้องต้นทางเขตทวีวัฒนาจะเร่งตรวจสอบเพิ่มเติม พบมีใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร 3 ชั้น ตั้งแต่ปี 2553 โดยจะทำการตรวจสอบแบบแพลนอาคาร และการขออนุญาตก่อสร้างอีกครั้ง
แต่คาดว่าต้องใช้เวลาเนื่องจากอาคารนี้ก่อสร้างมาแล้ว 10 ปี ทั้งนี้ที่ผ่านมาไม่มีอาคารถล่มลักษณะดังกล่าวมาก่อน แต่ทางเขตทวีวัฒนาจะเร่งดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำต่อไป
ด้านพล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ทางพนักงานสอบสวนสน.ธรรมศาลา ลงพื้นที่ทำการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว แต่อยู่ระหว่างช่วงที่ทางญาติๆเขากำลังจัดงานศพให้ผู้เสียชีวิต เลยยังไม่รบกวนแต่หลังจากนั้นแล้วจะสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้และอาคารถล่มลงมาอีกครั้ง

////////