กองปราบบุกรวบอดีตนาวิกมะกัน อุ้มนักธุรกิจไต้หวันกลางกรุง เรียกค่าไถ่ 100 ล้าน

15 พ.ค. 2564 - 21:55 น.

กองปราบบุกรวบอดีตนาวิกมะกัน อุ้มนักธุรกิจไต้หวัน เรียกค่าไถ่ 100 ล้าน ลงมือกลางทองหล่อ ผู้ร่วมกระทำผิดรวม 8 คน เป็นต่างชาติ 7 คน ไทย 1 คน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 พ.ค.64 ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป. ร่วมกันแถลงจับกุมนายเจเรมี่ แมนเชสเตอร์ นายลูอิส ซิสกิน ชาวอเมริกัน และ นายเอกบดินทร์ ประสิทธิ์นฤทธิ์ ชาวไทย ทั้งหมดถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา “ร่วมกันเรียกค่าไถ่,พยายามฆ่า,อั้งยี่,ช่องโจร,ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายฯ ,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”

จากการจับกุมทราบว่าเมื่อประมาณปลายปี 2563 นายลูอิส เป็นตัวแทนบริษัทของตนเองติดต่อขอซื้อถุงมือ กับบริษัทของนางเอมิลี่ เป็นคู่เจรจาธุรกิจ แต่ปรากฏว่าเกิดความขัดแย้งกัน จนทำให้บริษัทของนายลูอิส ได้รับความเสียหายมากกว่า 93 ล้านบาท ประกอบกับทราบว่านายเวน ยู ชุง ชาวไต้หวัน ผู้เสียหาย หนึ่งในตัวแทนบริษัทของนางเอมิลี่ พักอาศัยอยู่ในประเทศไทย จึงว่าจ้างให้ นายไมเคิล ชาวอิสราเอล ซึ่งมาเปิดบริษัทนักสืบเอกชนในประเทศไทย ให้ช่วยติดตามทรัพย์สินคืนจากคู่กรณี

หลังจากนั้นนายไมเคิลและพวกที่มีทั้งต่างชาติและคนไทย จึงวางแผนติดต่อนายเวน ยู ชุง ทำทีขอซื้อถุงมือ โดยนัดหมายเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ในวันดังกล่าวเมื่อกลุ่มผู้ต้องหาพบผู้เสียหายนั่งรับประทานอยู่ จึงเข้าจู่โจมจับตัวล็อกคอใส่กุญแจมือ แล้วก็พาออกจากร้านอาหารไปยังห้องพักรายวันแห่งหนึ่งภายในซ.สุขุมวิท 36 อยู่ห่างไปประมาณ 200 เมตร โดยภายในห้องพักดังกล่าวมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกกลุ่มหนึ่งรออยู่ในห้องพักด้วย

จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาช่วยกันลงมือทำร้ายร่างกายนายเวน ยูชุง ผู้เสียหาย ก่อนจะโทรศัพท์โทรติดต่อไปหานางเอมิลี่ เจ้านายของเหยื่อ เพื่อข่มขู่เรียกเงิน 2 ล้านเหรียญยูเอส และยังโทรศัพท์ไปข่มขู่เรียกเงินจากญาติของผู้เสียหายอีก 1 ล้านเหรียญยูเอส รวมเป็นเงินไทยประมาณ 90 ล้านบาท แต่นางเอมิลี่และญาติของผู้เสียหายไม่ยินยอม จึงขอความช่วยเหลือไปยังสถานทูตและตำรวจ

ต่อมากลุ่มผู้ต้องหาเห็นท่าไม่ดีจึงพาผู้เสียหาออกจากห้องเช่า พาตัวไปส่งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในซอยสุขุมวิท 24 เพื่อไปพูดคุยกับนายลูอิส ขณะนั้นมีอดีตนายตำรวจสันติบาลนายหนึ่ง นั่งรออยู่ในรถเก๋งจอดอยู่ข้างร้านอาหาร ก่อนจะพาผู้เสียหายขึ้นรถขับไปที่สน.ทองหล่อ

เมื่อไปถึงกลุ่มผู้ต้องหาพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ แต่ฝ่ายผู้เสียหายไม่ยอม ทำให้กลุ่มผู้ต้องหาต้องยอมปล่อยตัวผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป

ส่วนนายเวน ยูชุง ผู้เสียหายหลังจากเป็นอิสระก็เข้านอนรักษาตัวที่ รพ.แห่งหนึ่ง ก่อนกลับมาแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ อีกครั้ง พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดรวม 8 คน เป็นต่างชาติ 7 คน ไทย 1 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายหลบหนีอยู่ในกทม. จึงนำกำลังเข้าติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าวสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การภาคเสธ ก่อนนำตัวส่ง สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ผู้ต้องหาชาวต่างชาติทั้ง 2 รายนั้นยอมรับว่า เคยเป็นอดีตทหารนาวิกโยธินของประเทศสหรัฐอเมริกา เคยผ่านสงครามอ่าวเปอร์เซียมาก่อน มีความชำนาญทักษะการต่อสู้ แต่เนื่องจากรายได้ไม่เป็นไปตามต้องการ จึงลาออกมาเป็นทหารรับจ้าง ก่อนมาทำงานให้กับบริษัทรับจ้างทวงหนี้ของนายไมเคิล

ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล ได้เข้ามาต่อว่าเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กรณีที่มีการพาดพิงว่ามีอดีตนายตำรวจสันติบาลเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว รวมทั้งตำหนิเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอีกด้วยว่าเป็นคดีละเอียดอ่อน ผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ และตนก็เป็นตำรวจกองปราบเก่า จึงรู้ว่าการทำงานเป็นเช่นไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ กองปราบบุกรวบอดีตนาวิกมะกัน อุ้มนักธุรกิจไต้หวันกลางกรุง เรียกค่าไถ่ 100 ล้าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง