เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 ธ.ค. ที่บ้านเลขที่ 50 ม.20 ต.ทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร ของนายเชาว์ ครัวจตุรัส อายุ 55 ปี พ่อของน.ส.นนทิญา ครัวจตุรัส หรือหมอปอ เจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุข โรงพยาบาล สต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งถูกว่าที่เจ้าบ่าวคือนายรณชัย ปานชาติ หรือ เก่ง อายุ 26 ปี ใช้ปืนยิงจนถึงแก่ความตาย เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 19 ธ.ค. โดยบรรดาญาติๆ ของน.ส.นนทิญา กำลังเร่งช่วยกันประกอบอาหารเพื่อเลี้ยงแขกที่จะมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.นนทิญา เป็นคืนที่สอง หลังจากนำศพมาจากโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เมื่อเย็นวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรมเป็นคืนแรก
นายเชาว์ เปิดเผยหน้าโลงศพของลูกสาว ว่า ครอบครัวรู้จักนายรณชัยมา 6-7 ปี ตั้งแต่นายรณชัยและลูกสาวยังเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน ไม่เคยคิดมาก่อนว่านายรณชัยจะฆ่าลูกสาวของตน เพราะทุกวันเสาร์และอาทิตย์ นายรณชัยจะมาหาลูกสาวที่บ้าน และมีนิสัยดี พูดจาอ่อนน้อม จนเมื่อต้นปี 2560 นายรณชัยพาผู้ใหญ่มาสู่ขอ โดยขอหมั้นด้วยทองคำหนัก 10 บาท เอาไว้ก่อน และมีกำหนดจะแต่งงานกับลูกสาววันที่ 24 ธ.ค.นี้
นายเชาว์ กล่าวต่อว่า ก่อนลูกสาวจะถูกฆ่า เคยโทรศัพท์มาเล่าถึงปัญหาให้ฟังว่าพบนายรณชัยแอบไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพื่อนร่วมงาน ครอบครัวจึงรู้ว่าลูกสาวกำลังทุกข์ใจจริงๆ เพราะถ้าไม่มีปัญหาหนักลูกสาวมักไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟัง แต่นายรณชัยยังยืนยันว่าจะแต่งงานกับลูกสาว เพื่อพิสูจน์ว่านายรณชัยเลือกลูกสาวของตน แต่ไม่เคยคิดว่านายรณชัยจะฆ่าลูกสาวของตน ก่อนถึงวันแต่งงานไม่กี่วัน
“ญาติๆ กำหนดจะจัดงานรดน้ำสังข์ให้เก่งกับน้องปอที่บ้านในช่วงเช้า แล้วจัดงานฉลองแต่งงานที่สนามกีฬาโรงเรียนน้ำลอดน้อย โดยจัดเตรียมทุกอย่างไว้เกือบหมดแล้ว ไม่คิดว่าจะต้องเปลี่ยนจากงานแต่งงานมาเป็นงานเผาศพลูกสาวแทน เพราะเราจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลไปจนถึงคืนวันที่ 23 ธ.ค. แล้วจัดงานฌาปนกิจศพในวันที่ 24 ธ.ค. ที่เมรุวัดถ้ำฤๅษี ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร ในเวลา 13.00 น.” นายเชาว์ กล่าว
นายเชาว์ กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่กำหนดวันฌาปนกิจแล้วนั้น เพราะสงสารลูกสาว อีกทั้งทางครอบครัวเชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการให้ความยุติธรรมกับลูกสาว สำหรับเรื่องคดีนั้น ต้องขอขอบคุณตำรวจทุกคนที่ช่วยกันคลี่คลายในเวลาอันรวดเร็ว ก่อนที่กำหนดไว้ 3 วัน และญาติๆ อยากให้ลงโทษนายรณชัยจนถึงที่สุดด้วยการประหารชีวิตให้ตายตกไปตามลูกสาว
“เรื่องแฟนใหม่ของนายเก่ง ครอบครัวทราบจากน้องปอได้ประมาณ 3 เดือน เพราะลูกสาวโทร.มาเล่าให้ฟัง และมั่นใจว่าแฟนใหม่ของนายเก่ง ต้องมีส่วนรู้เห็นในการฆ่าน้องปอด้วย เพราะในวันเกิดเหตุทำหน้าที่ขับรถรับส่งนายเก่ง ทั้งก่อนและหลังก่อคดี ดังนั้น จึงอยากให้แฟนใหม่ของนายเก่งถูกดำเนินคดีด้วย” นายเชาว์ กล่าว
นายเชาว์ กล่าวถึงเงินสดจำนวน 7 แสนบาท และทองคำ 10 บาท ที่ลูกสาวเตรียมใช้จัดงานแต่งงาน และถูกเบิกจากธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนลูกสาวเสียชีวิต ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน เพราะบัญชีสูญหาย ยังหาไม่พบ จึงอยากตำรวจช่วยสืบสวนด้วยว่าเงินทั้งหมดและทองคำไปอยู่ที่ไหน
ด้านนายสำราญ แก้วใหญ่ อายุ 58 ปี ชาวบุรีรัมย์ พี่ชายของนางสมศรี ครัวจตุรัส อายุ 51 ปี แม่ของน้องปอ เปิดเผยว่า ตนเป็นคนบ้านเดียวกับครอบครัวของนายเก่ง นายเก่งมีบิดามารดาชื่อนายวินัย ปานชาติ และ นางยุพเยาว์ ปานชาติ อยู่หมู่บ้านเทพพัฒนา ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ก่อนหน้านี้เคยโทร.คุยกับครอบครัวของน้องปอตลอด แต่หลังเกิดเหตุนายวินัย และนางยุพเยาว์ ไม่เคยโทรศัพท์มาสอบถามเพื่อแสดงความเสียใจ และไม่ทราบว่าทั้งสองคนจะมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพหลานสาวของตนหรือไม่