เผยสถานที่ ‘ไฮโซปอ’ บวชพราหมณ์ไม่ใช่วัด สำนักพุทธฯแจงเข้าตรวจไม่ได้ ขออนุญาตใช้พื้นที่ก่อตั้งมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี 2552 ขณะนี้ยังอยู่ขั้นตอนพิจารณา
จากรกรณีนายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือไฮโซปอ และนายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือโรเบิร์ต ได้มาโกนผมโกนคิ้ว บวชโยคีพราหมณ์ ถือศีล 8 รับประทานอาหารมื้อเดียว ที่ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย หรือเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นมูลนิธิชยันโต โพธิธรรมรังสี ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยสวมชุดเป็นเสื้อคอกลมแขนสั้น และนุ่งกางเกงขายาวสีกลัก อยู่ปฏิบัติธรรมภายในสำนักปฏิบัติแห่งนี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนทำการเดินธุดงค์ขึ้นไปยังเขากระโจมเพื่อไปฝึกสมาธิ
สำหรับความคืบหน้า วันที่ 17 มี.ค.65 หลังจากผู้สื่อข่าวติดตามไปที่สถานปฏิบัติธรรมดังกล่าว โดยพบว่าทั้ง 2 คนยังอยู่ในสำนักปฏิบัติธรรม และปิดประตูไว้ทุกด้าน แต่ยังคงมีเจ้าหน้าที่และพระปฏิบัติกิจอยู่ด้านในตลอด จนกระทั่งช่วงสายทางพระอารย์ โย ปุณญวังโส พระที่ดูแลสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ได้ยอมออกมาไขกุญแจเปิดประตูให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปนั่งพูดคุยได้
พระอารย์ โย ปุณญวังโส บอกว่า สำนักแห่งนี้มีพระอยู่ทั้งหมด 13 รูป นอกนั้นเป็นแม่ชีและพราหมณ์มีพื้นที่ทั้งหมด 70 ไร่ อยู่ในพื้นที่ราชพัสดุ และทางสำนักได้ทำเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ในการก่อตั้งมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี 2552 ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอนุญาต ตั้งมา 13 ปี
พระอารย์ โย กล่าวว่า ส่วนพราหมณ์ 2 คนที่มาบวชนั้นยังคงอยู่ในสำนักแห่งนี้ แต่ขออยู่อย่างสงบไม่อยากเป็นข่าว และกำลังดูพื้นที่ในการที่จะไปเดินธุดงค์ปฏิบัติธรรมที่เขากระโจม ว่าจะไปช่วงไหน ส่วนที่ต้องสวมชุดสีกลักนั้น เนื่องจากที่สำนักแห่งนี้มีการก่อสร้าง ซึ่งชุดที่สวมใส่นั้น จึงต้องเป็นสีไม่เลอะง่าย แต่ก็สามารถสวมใส่ชุดสีขาวได้ มีสองสีให้เลือก ส่วนการบวชนั้นจะบวช 15 วัน แต่ถ้ามีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนก็สามารถสึกไปได้ ขณะที่มีข้อสงสัยว่าเป็นผู้ต้องหาแล้วมาบวชนั้นในเรื่องนี้มองว่า ทั้งสองคนไม่ได้ถูกออกหมายจับ และเมื่อมาบวชทุกคนก็รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ สามารถติดต่อได้ตลอด ไม่ได้หลบหนีก็สามารถที่จะบวชได้
ด้านนายวิวัฒน์ วันกุมภา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า พื้นที่นี้จริงๆแล้วไม่ใช่วัด เมื่อไม่ใช่วัดแล้ว ก็ไม่ได้มีหน้าที่ไปดูแลเรื่องต่างๆ ขณะที่หากเป็นวัด หรือหากเป็นที่พักสงฆ์ก็จะเป็นเจ้าคณะปกครองดูแล พอไม่ได้เป็นวัดก็ไม่สามารถไปดำเนินการที่ตรงนั้นได้ อีกทั้งการจะให้ข้อมูลต่างๆ ต้องขออนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน
สำหรับสำนักงานพุทธฯจะดูแลเกี่ยวกับงานพระ กับเรื่องที่ประพฤติไม่ดีในเรื่องการคุ้มครอง อย่างกิจกรรมนี้ไม่ทราบว่ามีสาขาวัดท่าไม้มาดำเนินการตรงนี้ แต่รู้เพียงข้อมูลคร่าวๆ ตามที่เป็นข่าวเท่านั้น
ส่วนเมื่อวานนี้ตนเองไปพร้อมรถของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ แต่เข้าไปด้านในไม่ได้ เพราะมีการปิดประตูไว้ เนื่องจากทางหัวหน้าได้สั่งการให้เข้าไปดูพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์ เมื่อเข้าไปไม่ได้จึงได้เดินทางกลับ ส่วนการที่มาขอเป็นมูลนิธิฯ นั้นทางประธานมูลนิธิฯ จะต้องไปทำเรื่องขอใช้พื้นที่ ซึ่งทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ก็จะต้องไปขอใช้พื้นที่กับหน่วยงานนั้นๆ ทางสำนักพุทธฯ ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้



