นักดนตรีเล่านาทีลั่นไกใส่สารวัตรแบงก์ หน่อง-กำนันนกไม่เมา ยันไม่มีล้างคราบเลือด มีเพียงคนงานในสำนักงานทำความสะอาดโต๊ะยาว

กลายเป็นเรื่องสะเทือนวงการตำรวจ หลัง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ถูกยิงเสียชีวิตในงานเลี้ยงที่บ้านกำนันนก จ.นครปฐม ทั้งที่มีตำรวจอยู่ร่วมในงาน 20 กว่านาย แต่กลับไม่มีใครจับตัวนายหน่อง คนร้ายที่ลั่นไก กระทั่งถูกวิสามัญ ขณะเดียวกันตำรวจทั้ง 25 นายก็ถูกสอบสวนในเรื่องดังกล่าวด้วย ก่อนนำมาสู่การออกหมายจับ 6 ตำรวจ และสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เช่นเดียวกับผบก.ภ.จว.นครปฐม และผกก.สภ.เมืองนครปฐม ที่ถูกคำสั่งเด้งไปช่วยราชการที่ศปก.บช.ภ.7 โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า วันที่ 11 ก.ย.66 นายอ๊อฟ นักดนตรีภายในงานเลี้ยงบ้านกำนันนก และเป็นพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ขณะรับจ้างเล่นดนตรีที่บ้านของกำนันนกเสร็จ นายหน่องนำเงินค่าจ้างมามอบให้ตนเอง ตอนนั้นเหตุการณ์ก็ปกติดีทุกอย่าง ทุกคนยังอยู่ในอารมณ์สนุกสนาน จึงไม่ได้เอะใจอะไรมากนัก หลังจากนั้นตนก็เดินไปไหว้ขอบคุณกำนันนกที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ ซึ่งกำนันนกและนายหน่องก็ไม่มีท่าทีเมา ก่อนที่ตนจะเดินหันหลังกลับมาเก็บของ เพื่อเตรียมตัวจะกลับบ้าน แต่ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จึงหันหน้ากลับมาดู และพบว่าบุคคลที่ยิงสารวัตรแบงก์คือ นายหน่อง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ทุกคนอยู่ในอาการตกใจ ตำรวจบางคนที่อยู่ในงานก็ช่วยกันนำตัวคนเจ็บไปที่โรงพยาบาลทันที

สำหรับกำนันนกและนายหน่อง ตอนนั้นตนสังเกตเห็นว่า หลังเกิดเหตุมีกลุ่มชายประมาณ 5-6 คน เข้าไปจับตัวนายหน่อง และบอกว่า “ให้ใจเย็นๆ” พร้อมมีตำรวจ 2 นาย ประคองกำนันนกไว้ ก่อนที่จะพาทั้งคู่เดินเข้าไปยังภายในบ้าน ซึ่งตนไม่สามารถตอบได้ว่า กลุ่มชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจที่อยู่ในงานหรือไม่ และด้วยความตกใจ จึงพยายามรีบเก็บของและออกจากที่เกิดเหตุทันที จึงไม่ได้สังเกตว่ากำนันนกและนายหน่องออกไปในช่วงเวลาใด สำหรับตำรวจนายอื่นๆ นั้นก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันออกไปจากจุดเกิดเหตุทันที และตนไม่ได้สังเกตว่าขบวนรถออกกันไปตอนไหนอย่างไร

หลังเกิดเหตุด้วยความที่เหตุการณ์เริ่มสงบ ทางคนจัดโต๊ะจีนเริ่มเก็บข้าวของ รวมถึงโต๊ะที่เกิดเหตุด้วย ซึ่งในระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่ง ซึ่งตนก็ไม่มั่นใจว่าเป็นตำรวจหรือไม่ เข้ามาห้ามปรามไม่ให้พนักงานเก็บโต๊ะจีนที่เกิดเหตุ ส่วนประเด็นที่ว่าหลังเกิดเหตุมีคนสั่งให้ล้างคราบเลือดหรือไม่นั้น ตนยืนยันว่าไม่มีใครสั่งให้ล้างคราบเลือด มีเพียงคนงานในสำนักงานของกำนันที่มีการทำความสะอาดโต๊ะยาว ซึ่งไม่เกี่ยวกับโต๊ะที่เกิดเหตุ

สำหรับนายโบ๊ทนั้น ยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุ ตนไม่เห็นนายโบ๊ทอยู่พื้นที่จุดเกิดเหตุแต่อย่างใด ซึ่งก่อนหน้านั้นนายโบ๊ทอ้างกับตนว่า ขอตัวกลับบ้านก่อน แต่ตนไม่ทราบเขาได้กลับบ้านจริงๆ หรือเป็นเพียงคำกล่าวอ้างเท่านั้น สำหรับนายเก่งนั้น ตนยืนยันว่าไม่รู้จักและไม่เคยพูดคุยกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน