ปลัดกระทรวงแรงงาน ห่วงแรงงานไทย ถูกจับตัวประกันในอิสราเอล ติดต่อไม่ได้ ยันพิจารณาเยียวยาแรงงานผิดกฎหมายตามหลักมนุษยชน คาดกระทบ 400 คน

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2566 ที่กระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยความคืบหน้า เกี่ยวกับการติดตามสถานการณ์การให้ความช่วยเหลือ และดูแลแรงงานไทยในอิสราเอลในภาวะสงคราม โดยระบุว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไม่น่ากังวลมากนัก ขณะนี้เป็นห่วงผู้ที่ถูกจับตัวเป็นตัวประกันที่ไม่สามารถติดต่อได้

ส่วนจำนวนผู้ที่เดินทางไปทำงานในอิสราเอลอย่างไม่ถูกต้องตามกฏหมายนั้น คาดว่ามีอยู่ประมาณ 3,000 คน ซึ่งจำนวนนี้ส่วนใหญ่ตอนแรกเมื่อไปถูกต้องตามกฏหมาย แต่เมื่ออยู่ครบสัญญาจ้างไม่ได้เดินทางกลับมาและอยู่ทำงานต่อ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ภาคเหนือและภาคกลาง ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและคาดว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ น่าจะไม่เกิน 400 คน

สำหรับการช่วยเหลือกลุ่มแรงงานเหล่านี้ ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงแรงงานพยายามแจ้งเตือนว่าเมื่ออยู่ครบสัญญาจ้างแล้ว ขอให้กลับไทยและทำตามขั้นตอนเพื่อกลับไปไปทำงานใหม่ แต่บางคนอาจจะไม่ทราบข้อกฎหมายของอิสราเอลด้วย ค่าแรงที่ค่อนข้างสูงอาจเป็นแรงจูงใจ และพึงพอใจในส่วนนี้ โดยคาดว่าบริษัทนายจ้างน่าจะมีการเยียวยาตามกฎหมายของประเทศอิสราเอล

อย่างไรก็ตามประเทศไทยก็จะมีการพิจารณาการเยียวยา เพราะถือว่าเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่ต้องดูแลตามหลักมนุษยชน แต่ต้องมาดูรายละเอียดอีกครั้ง

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นสิ่งที่อิสราเอลไม่ได้คาดคิด จึงไม่ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนให้ไปอยู่ในหลุมหลบภัย ดังนั้นจะเป็นบทเรียนและประสบการณ์ให้กับแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศที่มีภัยสงคราม รวมถึงนายจ้างในการเตรียมความพร้อมเมื่อมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน