ยังวิกฤต กทม.จม ฝุ่น PM 2.5 สีแดง 33 เขต ‘หนองแขม-บางกอกใหญ่’ หนักสุด ต่างจังหวัด สมุทรสาคร อ่วม 131.7 มคก./ลบ.ม. พบจุดความร้อนโผล่เขมรอื้อ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 ม.ค.67 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัติกรรม (อว.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรมควบคุมมลพิษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมง ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” พบว่า 17 จังหวัด มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง)

โดย 3 อันดับแรก คือ จ.สมุทรสาคร 131.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) จ.สมุทรสงคราม 124.8 มคก./ลบ.ม. และจ.นครปฐม 105 มคก./ลบ.ม. และพบอีก 28 จังหวัด ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ(พื้นที่สีส้ม)

ในขณะที่กรุงเทพฯ พบค่าฝุ่น PM2.5 ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) พบถึง 33 เขตพื้นที่ โดย 3 อันดับแรก คือ หนองแขม 119 มคก./ลบ.ม. บางกอกใหญ่ 100.2 มคก./ลบ.ม. ทวีวัฒนา 99.0 มคก./ลบ.ม. ในส่วนของ 17 เขตที่เหลือยังคงมีค่าฝุ่นที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ(พื้นที่สีส้ม)

แอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” ยังคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าหลายพื้นที่จะมีค่าคุณภาพอากาศที่ยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม ทั้งนี้ ข้อมูลบนแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ AI (Artificial intelligence) ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ร่วมกับการใช้ข้อมูลการตรวจวัด PM 2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ, ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก มานำเสนอให้ในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและค่าสีในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลจุดความร้อนที่รายงานโดยจิสด้า ในวานนี้ (17ม.ค.) พบจุดความร้อนทั้งประเทศ 221 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เกษตร 70 จุด ตามด้วยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 49 จุด พื้นที่แขต สปก. 37 จุด ชุมชนและอื่นๆ 32 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 27 จุด พื้นที่ริมทางหลวง 6 จุด และ โดยจังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนสูงสุด 3 อันดับแรก คือ จ.ชลบุรี 22 จุด จ.ลพบุรี 15 จุด จ.ขอนแก่น 13 จุด

นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านที่พบจุดความร้อน มากสุดอยู่ที่กัมพูชา 1,174 จุด ตามด้วย พม่า 328 จุด ลาว 100 จุด และเวียดนาม 72 จุด ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูล PM2.5 แบบรายชั่วโมงเพิ่มเติมผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน