ทนายเดชา เผย ทนายตั้ม สับขาหลอกให้การปมเงิน 71 ล้าน เชื่อมีการวางแผนแต่แรก หวังเบี่ยงประเด็น เชื่อคดีนี้ทนายตั้มมีหมัดเด็ดสู้
เมื่อวันที่ 9 พ.ย.67 ทีสำนักงานทนายคลายทุกข์ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ให้สัมภาษณ์สื่อถึงกรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม และนางปทิตตา เบี้ยบังเกิด ภรรยา ผู้ต้องหาที่ถูกจับในคดีหลอก น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย ให้ลงทุนธุรกิจหวยออนไลน์ 71 ล้านบาท
ทนายเดชา เปิดเผยว่า เมื่อเช้าตนมีโอกาสได้คุยกับนายสายหยุด เพ็งบุญชู ที่เป็นทนายความของทนายตั้มและภรรยา โดยทนายสายหยุดยืนยันว่า ทนายตั้มไม่ได้ให้การกับตำรวจเหมือนกับที่พูดในรายการหรือตามที่ออกสื่อไปก่อนหน้านี้ ที่เคยกล่าวว่าได้เงินมาด้วยความเสน่หา
โดยทนายตั้มให้การกับตำรวจในลักษณะว่า ได้รับเงินมาจากผู้เสียหายเพื่อไปลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจหวยออนไลน์ และมาทำเพียงคนเดียว ไม่ได้ร่วมลงทุนกับผู้เสียหาย ซึ่งทางทนายตั้มวางแผนมาไว้นานแล้ว โดยขณะที่ทางทนายตั้มถูกจับกุม ตัวทนายสายหยุดเองก็เตรียมคำให้การทนายตั้มที่อยู่ในแฟลชไดรฟ์ส่งให้พนักงานสอบสวน หลังจากพนักงานสอบสวนฟังคำให้การเสร็จ ตัวทนายตั้มเองเพียงเซ็นชื่อเท่านั้น
ซึ่งทางทนายตั้มและทนายสายหยุดเองก็มั่นใจว่าจะหลุดคดีนี้ ส่วนที่ไปออกสื่อหรือรายการต่างๆ จะเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ ก็ต้องมาดูว่าผู้ใดเป็นผู้เผยแพร่ และขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน เพราะศาลจะใช้ข้อมูล สำนวนจากตำรวจเท่านั้น และใช้คำให้การในชั้นศาลเพียงเท่านั้น
ส่วนที่มองว่าคำพูดของทนายตั้มกลับไปกลับมาไม่อยู่กับร่องกับรอยนั้น ก็ถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ที่จะให้การอย่างไรก็ได้ ซึ่งศาลจะเอาคำให้การในสำนวนไปช่างน้ำหนัก ว่าคำให้การของพยานหรือฝ่ายโจทก์ผู้ใดมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน
เมื่อถามว่า สิ่งที่ทนายตั้มให้การกับตำรวจขัดแย้งกับที่พูดในรายการ จะทำให้กระทบต่อภาพลักษณ์ตัวเองหรือไม่ ทนายเดชา กล่าวว่า ตัวทนายตั้มไม่ได้คำนึงถึงอะไร คำนึงเพียงแค่ผลของคดีเท่านั้นว่าจะรอดหรือไม่ และส่วนที่จะถูกมองว่าเป็นการเพลี่ยงพล้ำในการต่อสู้คดีหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่อีกฝ่ายจะคิดได้ แต่ตัวทนายตั้มวางแผนไว้แล้ว เพราะทนายตั้มไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรก็พูด แต่ต้องเตรียมก่อนจะพูดไว้แล้ว
ส่วนกลุ่มไลน์ของทีมทนายความอเวนเจอร์แสดงความเป็นห่วงทนายตั้ม หลังจากมีกระแสข่าว 71 ล้าน ออกไปหรือไม่ ทนายเดชา กล่าวว่า ทุกคนแสดงความเป็นห่วง แต่ทนายตั้มพิมพ์เข้ามาในกลุ่มว่า “ไม่ต้องห่วงผมรอดแน่ คดีใหญ่กว่านี้ผมก็ผ่านมาแล้ว แล้วจะผ่านไปได้เหมือนทุกคดีที่ผ่านมา”
เพราะในเรื่องข้อกฎหมายทนายตั้มเป็นคนที่พริ้วและรู้ข้อกฎหมายอย่างดี และหากไปดูในประวัติของทนายตั้มก็รอดมาแล้วหลายคดี และคดีไม่เคยขึ้นสู่ชั้นศาล ได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนทุกครั้ง ตนยืนยันว่าความสัมพันธ์ในกลุ่มทนายอเวนเจอร์ยังรักกันเหมือนเดิม แต่แค่ไม่มีใครออกมาแสดงความคิดเห็น เนื่องจากกลัวทัวร์ลง
ส่วนที่มีกระแสข่าวมองว่าเป็นแผนการฟอกขาวของทนายตั้มนั้น ไม่ยืนยันว่าเป็นการฟอกขาวหรือไม่ แต่รู้มาว่าทนายตั้มรู้ตัวว่า จะถูกออกหมายจับมาก่อน เป็นเดือนแล้ว รู้กระทั่งจะโอนสำนวนไป บก.ป.วันไหน จึงเตรียมการทุกอย่างไว้ และเชื่อว่าคดีนี้ทนายตั้มมีหมัดเด็ดในการสู้คดี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมภรรยาถึงไม่ได้รับการประกันตัว ทนายเดชา ระบุว่า หลังจากที่ตนอ่านคำสั่งศาลที่เขียนไว้ชัดเจนว่า การสอบสวนยังไม่เสร็จ หากปล่อยตัวออกไปก็จะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน แล้วก็อาจหลบหนี และเกรงว่าจะทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย ดังนั้นถ้าสอบสวนพยานเสร็จสิ้นแล้ว ตำรวจมีความเห็นทางคดีที่จะสั่งฟ้อง ทนายสายหยุดก็จะยื่นคำร้องต่อศาลขอประกันอีกครั้ง โอกาสที่จะได้รับการปล่อยตัวก็น่าจะมี
ทนายเดชา ยังตั้งข้อสังเกตว่า การที่ทนายตั้มออกมาปรากฏต่อหน้าสื่อหรือการออกมาแอ็คชั่นในกรณีนี้ เป็นการเบี่ยงเบนให้ฝั่งตรงข้ามของทนายตั้ม เอาประเด็นนี้ไปเล่น นอกจากนี้ ส่วนประเด็นที่บุคคลสาธารณะหรือลุงส. มาโจมตีตนนั้น คาดว่าเพราะทนายตั้มสนิทกับตน จึงต้องเล่นตนเองก่อน และต้องการคอนเทนท์ไปลงรายการตัวเอง ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ว่าอะไร
แต่หากพบมีความเสียหายจะฟ้องทันที ซึ่งจะใหญ่โตจากไหนตนเองไม่สนใจ และในส่วนที่ลุงส.ออกมาไลฟ์สดว่า ไม่ให้ค่าตนนั้น ถ้าไม่ให้ค่าก็อย่ามาโหนตน อย่าเอาตนไปพูดในรายการ
ส่วนกรณีที่ทนายตั้มถูกดำเนินคดีในครั้งนี้ถือเป็นการเอาคืนของตำรวจหรือไม่ เพราะทนายสายหยุดก็มีการกล่าวว่า ตำรวจเล่นใหญ่เกินไป ทนายเดชา กล่าวว่า ตนพูดกับทนายสายหยุด ทนายสายหยุดกล่าวว่า การจะจับกุมในข้อหาก็ดำเนินการไป แต่การที่นำสืบในข้อมูลที่ลึก หรือการดูดข้อมูลในโทรศัพท์มองว่าเป็นการรังแก แต่ก็ต้องยอมรับว่าทนายตั้มสร้างศัตรูไว้เยอะ ตั้งแต่อดีตผบ.ตร. จนถึงคนปัจจุบัน ที่เป็นขั้วตรงข้ามกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีผู้กำกับสน.บางซื่อ ที่โดนตั้งคณะกรรมการสอบจะมีผลอย่างไรนั้น ทนายเดชา บอกว่า มีข่าวแว่วมาถึงตนว่า ผู้กำกับนายนี้มีสิทธิ์จะโดนเด้ง เพราะเท่าที่รู้มาผู้กำกับคนนี้เรียนรุ่นเดียวกันกับบิ๊กโจ๊ก จึงมองว่าครั้งนี้เปรียบเหมือนเป็นการกวาดล้างเครือข่ายบิ๊กโจ๊ก
ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างทนายตั้มกับผู้กำกับนายนี้ก็มีความสนิทสนมกัน จนถึงขั้นเข้าออกสน.บางซื่อบ่อยๆ และไม่ว่ามีอะไร ทนายตั้มก็จะไปแจ้งความในพื้นที่สถานีตำรวจนี้ โดยทนายเดชามองว่า เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของเครือข่ายเส้นสาย ที่มีคนรู้จักอยู่ท้องที่ไหน จะไปแจ้งความที่โรงพักที่นั้น หรือที่เรียกว่า “โรงพักของเรา”
ทั้งนี้จากการพิจารณาการถูกแจ้งข้อกล่าวหาตัวทนายตั้มมีอัตราโทษรวมแล้วกว่า 10 ปี จึงทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการควบคุมตัวและยังส่งผลให้การฝากขังถูกเพิ่มจาก 4 เป็น 7 ฝาก (84วัน) รวมถึงต้องไปดูเรื่องการฟอกเงิน ที่เป็นคดีต่างกรรมต่างวาระ แต่ในชั้นนี้ทนายตั้มยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีการพิพากษา
ส่วนกรณีที่ทนายตั้มจะถูกลบชื่อจากทนายความหรือไม่ หลังจากที่มีการร้องให้ตรวจสอบเรื่องมรรยาททนายความของทนายตั้มนั้น ทนายเดชา กล่าวว่า การถอนใบอนุญาตไม่ใช่เรื่องง่าย การดำเนินการมีขั้นตอน และจะต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุด อาจจะใช้เวลา 5-7 ปี ที่จะลบชื่อทนายตั้มออกได้ และขออย่าเหมารวมว่า แวดวงทนายความจะได้รับความเสื่อมเสีย ต้องมองเป็นรายบุคคล
เมื่อถามว่า หากทนายตั้มได้รับการปล่อยตัว จะได้เห็นทนายทีมอเวนเจอร์ไปรอรับหรือไม่ ทนายเดชา ระบุว่า ต้องดูสถานการณ์ก่อน เพราะกลัวทัวร์ลง จะต้องดูกระแสก่อนไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าจะมีทนายหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายคนต่อไปจะถูกแฉนั้น ทนายเดชา กล่าวว่า ตนทราบมาว่า มีทนายดังที่ไปออกรายการดัง และน่าจะอยู่ในแก๊งอเวนเจอร์ รับเงินลูกความมา 1 แสนบาท แต่ไม่ทำอะไร แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดมากกว่านี้ เพราะหากพูดไปทุกคนจะรู้ทันที
เมื่อถามว่า ทนายตั้มถูกนำตัวเข้าเรือนจำจะมีโอกาสได้เจอกลุ่มบอสดิไอคอนกรุ๊ปหรือไม่ ทนายเดชา กล่าวว่า ได้ข่าวว่าเจอ และพวกบอสอาจจะเปลี่ยนทนายก็ได้ เพราะทนายตั้มมีลีลาไม่ธรรมดา ซึ่งตนทราบมาว่า ระหว่างการให้ปากคำกับพงส.บก.ป. ตำรวจให้ทนายตั้มเซ็นลงชื่ออนุญาตในการเข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์ แต่ทนายตั้มไม่เซ็น
และทนายตั้มกล่าวกับพนักงานสอบสวนว่า “คุณจะเอามือถือผมไปดูด คุณรู้หรือไม่ ข้างในมีอะไร มีข้อมูลเกี่ยวกับบิ๊กต่อ บิ๊กโจ๊ก คุณกล้ารับผิดชอบหรือไม่หากหลุดไป” ซึ่งตนก็ตั้งคำถามว่า การที่เข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์ทนายตั้มนั้น เพื่อต้องการขยายผลถึงคดีนี้หรือคดีอื่นกันแน่
เมื่อถามว่าเมื่อเกิดกรณีคดีความของทนายตั้มแล้วนายพลตำรวจคนสนิท จะดีดทนายตั้มทิ้งหรือไม่ ทนายเดชา กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่ เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่เมื่อเกิดกระแสภาพลบก็กรรมใครกรรมมันไป อีกทั้ง ทั้ง 2 คนก็มีความลับซึ่งกันและกันด้วย คงไม่ทิ้งกัน
อย่างไรก็ตาม ทนายเดชาคาดว่าคนต่อไปที่อาจจะถูกดำเนินคดีคือพี่สาวของภรรยาทนายตั้ม เพราะในสำนวนคดีที่แจ้งข้อกล่าวหา พบว่ามีการโอนเงินจากภรรยาทนายตั้มไปถึงพี่สาว
ภาพบางส่วนจากเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์

