ตร.บุกช่วย หญิงกระบี่ถูกหลอก ทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดนบังคับห้ามใช้โทรศัพท์ติดต่อครอบครัว เผย เพื่อนรักเป็นคนชวนมา เสียใจ ไม่คิดว่าจะหักหลังกันได้
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 ก.พ.2568 ที่สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว นางผิว นางหญิง และ นางปอนด์ อายุกว่า 50 ปี เป็นชาวกระบี่ เปิดเผยผ่านสื่อมวลชน หลังจากถูกเพื่อนรักหลอกให้ไปเปิดบัญชี ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ประเทศกัมพูชา
นางผิว กล่าวว่า วันที่ 6 ก.พ.2568 ตนถูกเพื่อนรักหรือว่าญาติ ชักชวนให้ไปทำงานโดยบอกว่าแค่ไปเปิดบัญชีได้เงินแล้ว บัญชีละ 5,000 บาท ยิ่งเปิดบัญชีมากยิ่งได้เงินมาก ตนจึงได้สนใจไปด้วย เพราะเห็นว่าเพื่อนก็ไปเช่นเดียวกัน
จากนั้นวันที่ 7 ก.พ.2568 ตนกับเพื่อนรวม 7 คน เดินทางไปกทม. ซึ่งตอนที่เดินทางตนก็ไม่ได้บอกครอบครัวว่าจะไปที่ไหน แต่บอกลูกว่าจะมาเที่ยวกทม.เพราะว่าไม่เคยมา ซึ่งสาเหตุที่ไม่บอกตอนนั้นเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายบอกว่ามาทำงานแค่แป๊บเดียวแล้วได้เงินเกือบ 20,000 บาท ตนจึงคิดว่าไม่มีอะไร และถ้าหากบอกไปลูกจะไม่ให้มา
นอกจากนี้ ตนยังทราบว่า มี 1 ในกลุ่มของพวกตน ได้เปิดบัญชีและส่งต่อสมุดบัญชีให้คนชวนเรียบร้อยแล้ว ส่วนเงินค่าจ้างที่รับปากไว้ จะจ่ายก็ต่อเมื่อผ่านขั้นตอนสแกนใบหน้า ซึ่งตนไม่รู้เลยว่า ต้องไปสแกนหน้าที่ไหน จนกระทั่งวันที่ 8 ก.พ.2568 ทั้งหมด 7 คน ถูกพามาที่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง
ในระหว่างที่พักมีกลุ่มคนที่ทำหน้าที่เปิดบัญชีเดินทางมาบริการเปิดบัญชีธนาคารให้ถึงที่พัก ตอนนั้นเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะถูกสั่งห้ามใช้โทรศัพท์ติดต่อครอบครัว เมื่อตนและคนในกลุ่มเริ่มจับสัญญาณความผิดปกติ ซึ่งในระหว่างนั้น ลูกสาวตนก็โทรมาพอดี แล้วบอกให้ส่งโลเคชั่นให้ ตนจึงจะรับโทรศัพท์ จากนั้นตนแอบส่งโลเคชั่นให้ลูก เมื่อลูกเห็นโลเคชั่น จึงมั่นใจว่า ตนกำลังจะถูกหลอกไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชา
โดยขณะที่ตนเล่นโทรศัพท์ เพื่อนของตนบอกว่า จะรับโทรศัพท์ทำไม ใครโทรมาไม่ต้องรับ จะไปส่งโลเคชั่นให้ลูกทำไม จากนั้นก็ต่อว่าตน แต่ตนได้บอกอีกฝ่ายว่า “ไม่เอาแล้ว ไม่อยากไปแล้ว กลัว” แต่อีกฝ่ายบอกว่า “มาถึงขนาดนี้แล้วทำไมไม่ไป” หลังจากนั้น ตนไม่สามารถจับโทรศัพท์ได้แล้ว ลูกของเพื่อนที่มาด้วยกันทั้งหมด 3 คน ก็ช่วยติดต่อตำรวจที่จังหวัดสระแก้วให้มาช่วยเหลือแม่ที่โรงแรมระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและพยายามตะโกนเรียกชื่อตามข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
หญิงรายนี้ เล่าว่า คนที่ชวนมาบอกให้ทั้งหมดไป แต่เพื่อนก็ไม่ให้ตนยกมือแสดงตัว แล้วบังคับให้ไปหลบอยู่ในห้องน้ำ แต่ตอนนั้นตนได้ผลักเพื่อนออกแล้วรีบแสดงตัว ว่าต้องการรับความช่วยเหลือ จนช่วยสำเร็จในที่สุด ซึ่งหลังจากที่เข้าช่วยเหลือแล้ว ตนก็รีบติดต่อลูกและญาติทันที
ซึ่งทางครอบครัวของเพื่อนสนิทหรือญาติ ก็ได้ถามตนว่าทำไมถึงไม่พาเพื่อนกลับมาด้วย ซึ่งตอนนั้นตนก็พยายามจะเกลี้ยกล่อมแล้ว แต่อีกฝ่ายและคนอื่นๆยืนยันว่าจะข้ามไปทำงานที่ประเทศกัมพูชาให้ได้ ตนรู้สึกเสียใจมากที่ถูกเพื่อนรักหักหลัง แม้กระทั่งคนใกล้ตัวก็ไม่สามารถไว้ใจได้เลย ตนรู้สึกดีใจมากที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที


