ยังคงได้รับการตอบรับจากลูกค้าด้วยดีเสมอมาสำหรับเจ้าฮอนด้า ซีอาร์-วี รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง หรือที่เรียกว่า D-SUV แม้จะมีคู่แข่งจากค่ายรถอีวีเข้ามามากมาย ไม่ได้ทำให้มนต์เสน่ห์เสื่อมคลายลงแต่อย่างใด
และยิ่งล่าสุดมีปรับปรุงเพิ่มความสดใหม่ โดยปรับทุกรุ่นย่อยให้เป็นระบบไฮบริด (e:HEV) ทั้งหมด จากที่เดิมรุ่นเริ่มต้นเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 เทอร์โบ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ประหยัด และรักษ์โลก

ไหนๆ ปรับลุกส์ อัพเกรดแล้ว ทีมงานการตลาดและประชาสัมพันธ์จึงได้จัดทริปทดสอบ ให้กระจอกข่าวได้นำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อไปกับเส้นทางจากจ.น่าน สู่หมู่บ้านสะปัน อ.บ่อเกลือ ระยะทางประมาณ 120 ก.ม. สลับกันขับ 2 คน แม้จะดูระยะทางไม่มาก แต่บอกเลยว่าเส้นทางไม่ธรรมดา เป็นทางชันไต่ภูเขาสลับซับซ้อน อีกทั้งเจอกับทางโค้งแทบจะตลอดเส้นทาง
ก่อนออกเดินทางมาดูกันว่าเจ้าฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มีอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง อย่างแรกที่ต้องรีบบอกให้นักเลงรถเมืองไทยรับรู้เลยคือระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information-BSI) เพราะเป็นอะไรที่ถูกเรียกร้องให้เข้ามาแทนภาพจากกล้องมองข้างกันมาอย่างยาวนาน ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor-CTM) แอปพลิเคชั่น Google พร้อมบริการติดตั้งมาในตัว ที่น่าจะได้ใช้บ่อยสุดก็ระบบแผนที่นำทาง

โหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ประหยัด มาตรฐาน สปอร์ต และปรับเองตามต้องการ, เซ็นเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด หลัง 4 จุด และขนาดมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT เป็นขนาด 10.2 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาในทุกรุ่นย่อย
ส่วนคันที่ ‘ข่าวสด ยานยนต์’ ได้ทดสอบเป็นรุ่น RS 4 WD ขับเคลื่อนสี่ล้อ เพิ่มฟังก์ชันเบาะนั่งคู่หน้าระบบระบายอากาศ เครื่องเสียง พร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key ขณะที่อุปกรณ์ตกแต่ง กันชนหน้า-หลัง ชายกันกระแทกด้านข้าง มือจับประตูทั้ง 4 บาน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสีดำ ภายในตกแต่งสีเงินอะลูมิเนียมรมดำ ลาย Hairline และสีดำสปอร์ต โลโก้ RS ที่เบาะคู่หน้า พวงมาลัยแบบสปอร์ตสีดำ แป้นเหยียบคันเร่ง และเบรกแบบสปอร์ต

ได้เวลาเดินทาง ขึ้นขับก่อน จากตัวเมืองน่านที่การจราจรไม่ถึงกับหนาแน่นแต่ก็ขวักไขว่ไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์อยู่พอประมาณ แต่ด้วยความสูงของเจ้าฮอนด้า ซีอาร์-วี ทำให้มองเห็นแต่ไกล และยิ่งระบบ BSI ที่ทำงานได้มีความเสถียรช่วยเตือนเมื่อมีรถเข้ามาด้านข้าง เพราะมอเตอร์ไซค์บางคันขี่อยู่ในมุมอับแบบชนิดมองแทบไม่เห็นจริงๆ
ออกนอกเมือง เริ่มไต่ทางชันมุ่งสู่จุดหมายแรก “โค้งหมายเลข 3” ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะถ่ายรูป ด้วยกำลังของเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 207 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT และพวงมาลัยที่คม ช่วยควบคุมตัวรถให้ไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะโค้งแบบไหน โค้งลึก โค้งรูปตัว S โค้งหักศอกบนทางชัน ก็เอาอยู่แบบสบายๆ

และถึงโค้งจะเยอะ ประกอบกับถนนที่บางช่วงเป็นหลุมบ่อจากการถูกน้ำฝน น้ำป่ากัดเซาะ แต่ช่วงล่างไม่ได้ทำให้รู้สึกเครียด ให้ความนุ่มนวลพอประมาณในแบบฉบับรถ SUV ที่ควรจะเป็น ส่วนแรงเหวี่ยงจังหวะเข้าโค้งไม่มีอาการหน้าดื้อ ท้ายดิ้นให้ได้รู้สึก เป็นผลมาจากช่วงล่างที่เซ็ตมาได้ค่อนข้างเฟิร์ม รวมถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำให้การยึดเกาะถนนได้แน่นขึ้น
มีขึ้นก็ต้องมีลง ช่วงลงทางลาดแม้จะผ่อนคันเร่งเนิ่นๆ แต่บางครั้งยังรู้สึกตัวรถไหลลงค่อนข้างเร็ว ดีว่ามีแป้นหน่วงตัวรถที่หลังพวงมาลัย ตำแหน่งเดียวกับแป้นเกียร์แพดเดิล ชิฟต์ แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนเกียร์ เป็นการหน่วงตัวรถ ปรับได้ 3 ระดับ ประหยัดการใช้เบรกไปได้มาก ทำให้เบรกไม่ร้อนจนเกินไป อันเป็นสาเหตุของอาการเบรกแตก

ถึงเวลาเปลี่ยนคนขับ ดูระยะทางที่ขับมาอยู่ที่ 76.9 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 12.1 ก.ม.ต่อลิตร ถือว่าประหยัดพอตัวกับขนาดและน้ำหนักตัวรถที่มากอยู่ ประกอบกับเป็นการขับไต่ขึ้นเขาเป็นส่วนใหญ่ แถมยังถอนคันเร่ง เติมคันเร่งเวลาเจอโค้งอีกนับไม่ถ้วน

นักเลงรถสายลุยลองแวะไปทดลองขับฮอนด้า ซีอาร์-วี ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น e:HEV E ราคา 1.399 ล้านบาท ไปจนถึงรุ่นท็อป e:HEV RS 4WD ราคา 1.729 ล้านบาท ตามกำลังทรัพย์และความต้องการใช้งาน