เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’ ‘เบนซ์’เปิดตัวจัดหนัก5รุ่นรวด : รถใหม่

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’ ‘เบนซ์’เปิดตัวจัดหนัก5รุ่นรวด

คอลัมน์ รถใหม่

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’ – เชื่อว่าวัยรุ่นไฮโซเมืองไทยคงน้ำลายหยดเลยทีเดียว เมื่อ ‘เมอร์เซเดส-เบนซ์’ เปิดตัวรถสปอร์ตตระกูล ‘Mercedes-AMG’ พร้อมกันถึง 5 รุ่น ประกอบด้วย

Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe

Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupe

Mercedes-AMG G 63

Mercedes-AMG C 43 4MATIC

และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+

โดย 2 รุ่นหลังเป็นรุ่นประกอบในประเทศ ทำให้ราคาค่าตัวลดลงพอสมควร

ประเดิมกันที่ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupe

ทั้งคู่รูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกันทั้งภายนอก-ภายใน ต่างกันที่ความแรงของเครื่องยนต์และออปชั่นพิเศษบางอย่าง

พัฒนาขึ้นตามแนวคิด “ชีวิตคือการแข่งขัน-Life is a race” เป็นรถสปอร์ต 4 ประตูรุ่นแรกที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี พัฒนาเองทุกกระบวนการ

เป็นความลงตัวระหว่างความสะดวกสบาย ความเร้าใจ และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเพื่อการขับขี่ในทุกสถานการณ์

ดีไซน์ภายนอกเป็นรถสปอร์ต 4 ประตูที่มีรากฐานมาจากทั้งรถยนต์ตระกูล SLS และ AMG GT

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

กระจังหน้าแบบ AMG-Specific radiator grille พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์

aerofoil ที่สามารถยืดและหดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ระบบไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ที่มีหลอดไฟ LED 84 หลอดต่อข้าง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ยามค่ำคืนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า อีกทั้งยังมีดิสก์เบรก AMG high-performance

ด้านหลังท่อไอเสียคู่แบบ Two round twin tailpipe เฉพาะของ AMG และ ล้ออัลลอย AMG น้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว 5 ก้านคู่

ภายในของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น หน้าจอแบบ Widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 หน้าจอ มาพร้อมกับระบบ MB Audio 20 มีฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay และ Android Auto

พวงมาลัยแบบ AMG Performance สปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง nappa และ Touchpad แบบใหม่

ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester surround sound system

Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe มาพร้อมเบาะด้านหลังแบบ 3 ที่นั่ง หุ้มด้วยหนัง ARTICO ตัดสลับ DINAMICA microfibre

ในขณะที่ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupe มาพร้อมเบาะที่นั่งด้านหน้า แบบ AMG Performance Seats ที่สามารถปรับให้กระชับกับสรีระ เบาะด้านหลังตกแต่งด้วยหนังสุดหรูระดับไฮ-คลาส พร้อมที่นั่งเดี่ยวให้ความสบายไม่ต่างจากที่นั่งบนเครื่องบินชั้นธุรกิจ

ขุมพลัง Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe แบบเบนซิน 6 สูบ แถวเรียง ความจุ 2,999 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 520 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 5,800 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ชั่วโมง 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 285 ก.ม./ชั่วโมง

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

ส่วน Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupe ใช้เครื่องยนต์ วี 8 BITURBO ความจุ 3,982 ซีซี กำลังสูงสุด 639 แรงม้า ที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที แรงบิด 900 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500-4,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ชั่วโมง ทำได้ใน 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 315 ก.ม./ชั่วโมง

พร้อมกับระบบควบคุมการเลี้ยวด้วยล้อหลัง (AMG Rear Axle Steering) AMG DYNAMIC PLUS package ที่ช่วยเสริมพลศาสตร์ยานยนต์และลักษณะรถยนต์แบบสปอร์ต

Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe มาพร้อมกับระบบอีคิวบูสต์ (EQ Boost) มอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษที่เป็นตัวกลางช่วยประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับระบบเกียร์ และยังสร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์ได้

มีระบบ AMG Performance 4MATIC+ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL+ ที่ใช้ระบบ ADS+ สามารถปรับได้ 3 ระดับตามสไตล์การขับขี่และสภาพถนน, ระบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่สามารถปรับได้ 3 โหมด คือ Sport, Sport+ และIndividual

ความปลอดภัยมาครบทั้งระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบ Active Braking Assist ที่ช่วยหลีกเลี่ยงการชนกับรถยนต์คันอื่น หรือคนเดินถนนในบริเวณทางแยก, ระบบกุญแจรถยนต์แบบ KEYLESS-GO และระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) ที่มาพร้อมกับกล้อง 360 องศา

Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe ราคา 9,990,000 บาท

และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupe ราคา 14,990,000 บาท

มาถึงเอสยูวีตัวลุยสุดแกร่ง ‘Mercedes-AMG G 63’ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของรถยนต์ ‘G-Class’ ในตระกูล Mercedes-AMG

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

ดีไซน์ภายนอก Mercedes-AMG G 63 ออกแบบให้สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์เอเอ็มจีและมีรูปลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยโครงสร้างตัวถังทรงสี่เหลี่ยมที่ใช้เหล็กกล้าหลากหลายระดับ มีความทนทานและแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าโครงสร้างเดิมถึง 55%

ช่วยดูดซับเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้ดียิ่งขึ้น

ด้านหน้าของตัวรถเป็นกระจังและกันชนหน้าของเอเอ็มจีที่มีท่อรับอากาศด้านข้างและเก็บขอบเป็นสีเงินอิริเดียม

ไฟหน้าทรงกลมที่ใช้ระบบ MULTIBEAM LED เทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ยามค่ำคืนปลอดภัยสูงสุด ไฟเลี้ยวแบบเชื่อมเข้ากับตัวถัง กันชนเสริมที่ดูดุดันเข้ากับแถบ สีดำเงา และตราสัญลักษณ์เอเอ็มจีสีเงิน

ที่แขวนยางอะไหล่ด้านหลังพร้อมฝาปิดที่ทำจากสแตนเลสที่มีตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์แบบ 3 มิติ

ในขณะที่สปอยเลอร์ ฝากระโปรงหน้า และประตูใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลัก

หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

ล้ออัลลอย AMG ขนาด 21 นิ้ว 5 ก้านคู่

ดีไซน์ภายในตกแต่งใหม่ เพื่อให้ห้องโดยสารมีความทันสมัยและใหญ่ขึ้นในทุกมิติยาวกว่าเดิม 101 ม.ม. กว้างกว่าเดิม 121 ม.ม. และสูงกว่าเดิม 40 ม.ม.

หน้าปัดนาฬิกาแบบ IWC แบบเฉพาะของ AMG และแผงหน้าปัดทั้งแบบ analog และแบบดิจิตอลที่ใช้หน้าจอ widescreen ขนาด 12.3 นิ้ว 2 หน้าจอที่เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียวภายในกระจกขนาดใหญ่

แสดงผลได้ 3 แบบคือ Classic, Sporty และ Progressive และแสดงภาพด้วยระบบ COMAND Online บนจอแสดงผล

พวงมาลัย AMG Performance แบบท้ายตัดหุ้มหนัง NAPPA ตัดสลับ DINAMICA Microfibre ช่องลมของเครื่องปรับอากาศออกแบบให้เป็นทรงกลมเพื่อรับกับไฟหน้าและชุดไฟแสดงสถานะของรถบนแผงคอนโซล

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

เบาะที่นั่งทั้งหมดหุ้มหนัง nappa มีปีกเบาะเสริมการปกป้องด้านข้างของผู้โดยสาร มีระบบจดจำการปรับตั้งค่าเบาะที่นั่ง ระบบอุ่นเบาะสำหรับทุกคนในห้องโดยสาร และพนักพิงศีรษะสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า

เบาะหลังสามารถพับลงได้ 3 ตอน คือ 40%, 60% และ 100% อีกทั้ง ยังติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester surround sound system และระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน วี 8 ความจุ 3,982 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 585 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 850 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500-3,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ชั่วโมง 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 ก.ม./ชั่วโมง ปรับได้ 3 โหมด คือ Comfort, Sport, และ Sport+

ราคา 14,790,000 บาท

มาถึงรถแรงรุ่นประกอบในประเทศทำให้ราคาน่าคบมากขึ้น

Mercedes-AMG C 43 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ รถยนต์กลุ่ม C-Class ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าเอเอ็มจีก้านคู่ตกแต่งด้วยสีเงินแบบด้าน ฝากระโปรงหน้าปรับแต่งด้วยเส้นสายใหม่ให้สวยงามกว่าเดิม โครงสร้างบังคับทิศทางลมที่ยกตัวขึ้นจากฝา กระโปรงหน้า ออกแบบให้ช่วยควบคุมการไหลเวียนของลมที่ปะทะด้านหน้าของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น

เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED และ ULTRA RANGE Highbeam ที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าระบบไฟหน้า LED มาตรฐาน สามารถปรับความสว่างและความยาวของลำแสงไฟหน้าให้ส่องได้ไกลกว่า 650 เมตร

สเกิร์ตข้างที่ดีไซน์ให้เข้ากับล้ออัลลอยน้ำหนักเบา แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว จากเอเอ็มจี

เส้นสายด้านข้างตัวรถที่ยาวลงไปถึงซุ้มล้อหลัง

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

ดิฟฟิวเซอร์ สไตล์ใหม่ที่ช่วยพัฒนาการไหลเวียนของ อากาศด้านหลัง พร้อมท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ แบบ Two round twin tailpipe look

ตกแต่งรอบคันด้วย AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง)

หลังคาพาโนรามิกซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ดีไซน์ภายในมาพร้อมชุดเบาะที่นั่ง AMG Sport Seats ด้วยวัสดุหุ้มหนัง ARTICO ตัดสลับ DINAMICA กับคุณสมบัติการอุ่นเบาะที่ปรับได้ 3 ระดับ

แผงหน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว ที่มีโหมดการแสดงผล 3 แบบในสไตล์เอเอ็มจี คือ Classic, Sporty และ Progressive

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

พวงมาลัย 3 ก้านท้ายตัดแบบ AMG

หน้าจอมัลติมีเดีย Apple CarPlay ขนาด 10.25 นิ้ว

มีระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และ ผู้โดยสารด้านหน้า

ติดตั้งหน้าจอดิจิตอลสำหรับแสดงความเร็วและเกียร์ปัจจุบัน เมื่อเปิดการใช้งานโหมดเกียร์ธรรมดา โดยสัญลักษณ์ตัว M สีเหลืองจะปรากฏขึ้นมาที่หน้าจอ

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

ใช้เครื่องยนต์ วี 6 สูบ ความจุ 2,996 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 390 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 520 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500-5,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ชั่วโมง 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 ก.ม./ชั่วโมง

ราคา 4,310,000 บาท

ส่งท้ายด้วย Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ

ภายนอกออกแบบให้สะท้อนสมรรถนะที่เหนือกว่า ผ่าน รูปลักษณ์ที่น่าหลงใหลและลายเส้นด้านข้างที่ดูทรงพลัง ฝา กระโปรงและช่องพาวเวอร์โดม พร้อมตกแต่งกระจกมองข้างและขอบบานกระจกด้วยสีดำ

เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

ท่อไอเสียแบบ AMG Sport exhaust system ปลายท่อไอเสียคู่แบบ 2 round twin tailpipe look สปอยเลอร์ด้านหลังบนฝา กระโปรงท้ายแบบ AMG Spoiler lip

ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว ตกแต่งด้วยสีดำ

หลังคาพาโนรามิกซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

ภายในตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุ Metal-weave และ Black piano เบาะที่นั่งหุ้มของเอเอ็มจีและตราสัญลักษณ์เอเอ็มจี ด้วย ARTICO leather ตัดสลับ DINAMICA Microfibre

พวงมาลัยแบบ AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง nappa ตกแต่งด้วย DINAMICA Microfibre ปรับระดับด้วยไฟฟ้าและปรับน้ำหนักตามระดับความเร็ว

เจาะสเป๊ก‘Mercedes-AMG’

ระบบมัลติมีเดียหน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ Digital widescreen cockpit ระบบ MB Audio 20 พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester surround sound system

ระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี และระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย

เครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 6 สูบ ความจุ 2,999 ซีซี กำลังสูงสุด 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 520 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-5,800 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ชั่วโมง 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 ก.ม./ชั่วโมง

ราคา 5,260,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้การเมือง : หุ้นสื่อบานหนักลุ้นระทึกผลส.ส.
บทความถัดไปวัดเกษไชโย จ.อ่างทอง : คติ-สัญลักษณ์ สถาปัตยกรรม