A 200 AMG Dynamic ‘เบนซ์’รุ่นเล็ก-ไฮเทคเกินตัว

A 200 AMG Dynamic ‘เบนซ์’รุ่นเล็ก-ไฮเทคเกินตัว

A 200 AMG Dynamic ‘เบนซ์’รุ่นเล็ก-ไฮเทคเกินตัว – เป็นค่ายรถยนต์ระดับหรู ที่กระหน่ำตลาดด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยหวังที่จะเข้าไปตอบโจทย์ลูกค้าในทุกเซ็กเมนต์ ล่าสุดค่าย ‘เมอร์เซเดส-เบนซ์’ ได้เปิดตัว ‘Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic’ เจเนอเรชั่นที่ 4 เน้นดีไซน์แบบใหม่ เจาะลูกค้ากลุ่มที่ต้องการเติมความโฉบเฉี่ยวให้กับชีวิตในเมืองใหญ่

A 200 AMG Dynamic ‘เบนซ์’รุ่นเล็ก-ไฮเทคเกินตัว

ดีไซน์ภายนอกเน้นความเรียบง่าย และให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส แต่เพิ่มความร้อนแรง และน่าดึงดูดใจด้วยโครงสร้างแบบ AMG

กระโปรงหน้าที่ลาดตัวต่ำและทอดตัวยาว กระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ที่ประกอบด้วยเส้นเดี่ยวแนวนอน ตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง

ไฟหน้าแบบ LED High Performance ที่มีความเพรียวบาง และกรอบเคลือบโครเมียม ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่ตอน กลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้าย คบเพลิง

A 200 AMG Dynamic ‘เบนซ์’รุ่นเล็ก-ไฮเทคเกินตัว A 200 AMG Dynamic ‘เบนซ์’รุ่นเล็ก-ไฮเทคเกินตัว

ดีไซน์ภายในปรับโฉมห้องโดยสารให้ดูทันสมัยสไตล์สปอร์ต พวงมาลัยท้ายตัดหุ้มด้วยหนัง nappa เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre ทั้งหมด

เบาะที่นั่งด้านคนขับมาพร้อมหน่วยบันทึกความจำ เบาะด้านหลังพับได้แบบ 40:20:40

แผงหน้าปัดขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ แบบ Widescreen แบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่างๆ และหน้าจออินโฟเทนเมนต์ระบบสัมผัส

ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่นำหน้าจอระบบสัมผัสมาใช้ในรถยนต์คอมแพ็กต์คาร์ ผู้ขับขี่สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad ดีไซน์ใหม่

ช่องลมของเครื่องปรับอากาศ ออกแบบโดยใช้กังหัน (turbine) เป็นต้นแบบ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยขับเน้นลักษณะสปอร์ตอีกอย่างหนึ่งของรถยนต์รุ่นนี้

 

ส่วนล่างของคอนโซลกลางออกแบบให้มีลักษณะคล้ายปีกที่ดู แบนราบ

มีระบบไฟส่องสว่างในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี มากกว่ารุ่นก่อนหน้า 5 เท่า อีกทั้งยังสามารถผสมสีสันต่างๆ เพิ่มเป็นสีพิเศษได้อีก 10 สี

ขุมพลังใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า มีกำลังแรงม้ามากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่ากัน แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,620 รอบ/นาที

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 ก.ม. หรือร่วมๆ 20 ก.ม./ลิตร

เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ติดตั้งเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีในรถยนต์รุ่นก่อนหน้า เช่น ระบบช่วยหยุดรถ (Active Brake Assist) ที่พัฒนาขึ้นสามารถลดความเสียหาย หรือป้องกันการพุ่งชนกับรถยนต์ข้างหน้าที่ใช้ความเร็วต่ำกว่า และยังช่วยป้องกันไม่ให้รถเฉี่ยวชนกับผู้ที่ข้ามถนนหรือผู้ใช้จักรยานได้เช่นกัน

อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกของรถยนต์ในตระกูลคอมแพ็กต์คาร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มาพร้อมกับระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง

เทคโนโลยีที่เป็นไฮไลต์ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้ คือบริการ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุด ‘MBUX’ (Mercedes-Benz User Experience) เป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็กต์คาร์

ระบบ MBUX รองรับการสั่งการผ่านจุดสำคัญ 2 จุด คือ หน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส และ Touchpad ที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง มีคุณสมบัติด้านการเรียนรู้ที่สามารถจดจำความต้องการของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)

MBUX สามารถปรับเปลี่ยนตามลักษณะการใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถได้

มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ๆ อาทิ Navigation ระบบนำทางแบบใหม่ที่มาพร้อมกับ GPS ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่แบบสามมิติ (3D) รายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์

Personal profiles จดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ทั้งลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ

ระบบนี้สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์

รวมถึงมีระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียงทั่วโลก สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า ‘Hey, Mercedes’

มีฟังก์ชันเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศทำความเย็นล่วงหน้า หรือการสั่งเปิด หรือล็อกประตูรถจากระยะไกล

ยังมีลูกเล่นอีกเยอะสำหรับ ‘Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic’ เรียกว่าบรรยายกันไม่หวาดไม่ไหว

กับค่าตัวที่เปิดมา 2,490,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้Hobbs & Shaw เปิดตัวแรงที่จีน
บทความถัดไปเอ็มจี ผนึกกำลัง‘PEA’ สร้างสังคมรถยนต์ไฟฟ้า