เอ็มจี เอชเอส เอสยูวีสุดคุ้ม – แรกเริ่มเดิมทีตั้งใจอย่างยิ่งว่า จะเสนอบททดสอบรถยนต์ ‘เอ็มจี 3’ เก๋งเล็กน่ารักน่าชัง รางวัลใหญ่ของ ‘ยูโร ข่าวสด’ ที่ให้ผู้อ่านตัดคูปองในหนังสือพิมพ์ข่าวสด มติชน และประชาชาติธุรกิจ ส่งมาร่วมสนุกในมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ทว่ามีอันแคล้วคลาดเนื่องเพราะคิวไม่ว่าง แต่ทีมงานเอ็มจี ไม่ให้มาเสียเที่ยวจึงส่ง ‘เอ็มจี เอชเอส’ (MG HS) เอสยูวีตัวกลั่นของค่ายมาให้ทดสอบแทน

อันที่จริงผมเคยทดสอบรถรุ่นนี้มาก่อนแล้วสมัยเปิดตัวใหม่ๆ เมื่อมาถึงวันนี้ความรู้สึก ฟีลลิ่ง ต่างๆ เลือนๆ ไปบ้าง

ประจวบกับเอสยูวีของอีกค่ายรถจากจีน เปิดตัวอย่างเป็นทางการ จึงไม่พลาดขอลองขับอีกครั้งเพื่อ ทบทวนความทรงจำ

ได้ตัวท็อป (รุ่นX) สีแดงสะท้านใจ มาลองของอยู่หลายวัน

รูปลักษณ์ภายนอกเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟหน้าแบบ LED Projector เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) มีไฟเลี้ยวอยู่ในตัว

กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถพร้อม ไฟเลี้ยว โดยด้านใต้ฐานกระจกติดตั้งกล้อง ที่จะเชื่อมกับกล้องรอบๆ คัน ส่งภาพแบบ มุมสูงมาให้

ไฟท้ายแบบ Space Light Field

ไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังที่แสดงผลไล่ระดับแบบ “Sequential” วิ่งไล่จากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ให้มาในรถยุโรป

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า (Electric Liftgate) สามารถตั้งระดับการเปิดว่าต้องการระยะสูงขนาดไหน

เปิดประตูเข้าไปภายในที่เด่นโดดเด้งออกมาคือสีสันสดใสทูโทน แดง-ดำ วัสดุคอนโซลหน้าเป็นแบบนิ่ม ดูหรูหรามากขึ้น

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบท้ายตัด ปุ่มด้านขวาควบคุมระบบหน้าจอเรือนไมล์ หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi-Function Display ขนาด 7 นิ้ว ส่วนปุ่มด้านขวาคุมเครื่องเสียง

ตรงกลางเป็นหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว รวบรวมการปรับตั้งค่าต่างๆ ของรถได้ละเอียดมากๆ

อาทิ การเปิด-ล็อกประตู สามารถตั้งได้ว่าต้องการให้ล็อกอัตโนมัติเมื่อความเร็วเท่าไหร่ หรือการปลดล็อกจะให้ปลดเฉพาะประตูด้านคนขับหรือปลดล็อกประตูทั้ง 4 บานก็แล้วแต่จะเลือกฟังก์ชัน เป็นต้น

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังรวมถึงช่องต่อยูเอสบีผู้โดยสารตอนหลังด้วย

ไฟในห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่ เปิดประตู สามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี

หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิก (Panoramic Sunroof) ขนาดใหญ่ เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

เบาะนั่งทรงสปอร์ตกระชับลำตัวได้ดี พนักพิงศีรษะคู่หน้าเจาะเป็นช่องเพิ่มความสปอร์ต

ส่วนด้านหลังพนักพิงสามารถปรับเอนได้ เพิ่มความสบายหากต้องเดินทางไกล พนักพิงตรงกลางสามารถดึงลงมาเป็นที่เท้าแขน พร้อมช่องเก็บของและที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง เปิด-ปิดแบบซอฟต์ทัช

กดรีโมตคลายล็อก หรือจะคลายล็อก จากปุ่มเล็กๆ ที่มือจับด้านนอกก็แล้วแต่สะดวก

กระจกข้างที่พับเก็บจะกางออกทันที พร้อมส่องไฟสัญลักษณ์ ‘MG’ สีแดงที่พื้น

กดปุ่มติดเครื่องยนต์ เสียงไม่ดังมากนัก เป็นแบบเบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร

ระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) 7 สปีด

หัวเกียร์หุ้มหนัง ใกล้ๆ กันเป็นเบรกมือไฟฟ้า

‘เอ็มจี เอชเอส’ มีให้เลือกถึง 3 โหมดขับขี่หลักๆ คือ ‘Eco’ ‘Normal’ และ ‘Sport’

จากที่ได้ลองใช้ทุกโหมด ผมว่า ‘Normal’ กำลังดีกับการขับขี่ในเมือง หรือไปแบบชิลชิล

แต่ถ้าชอบแบบจี๊ดจ๊าดตั้งแต่ออกตัวแนะให้ปรับเป็น ‘Sport’ อัตราเร่งกระชับมากขึ้น

ส่วน ‘Eco’ ไม่ค่อยเท่าไหร่

การทดสอบครั้งนี้ตั้งใจว่าจะขับเหมือน ผู้บริโภคทั่วไปมากที่สุด จึงเลือกโหมด ‘Normal’ เป็นหลัก

แต่เท่านี้ก็เหลือเฟือแล้วเพราะอัตราเร่ง เรียกใช้ได้ตั้งแต่ตีนต้น กลาง จนถึงความเร็วปลายระดับ 170-180 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไหลมาได้ไม่มีสะดุด

หรือหากไม่ทันใจจะกดปุ่ม ‘Super Sport’ สีแดงที่อยู่ข้างๆ พวงมาลัย เพิ่มกำลังก็ไม่ ว่ากัน

ทริปทดสอบนี้ไม่ค่อยได้ใช้ปุ่ม ‘Super Sport’ มากนัก เพราะเน้นไปที่การเล่นกับเกียร์มากกว่า

เวลาเข้าโค้งแล้วไม่อยากเหยียบเบรก ใช้การเชนจ์เกียร์เอ็นจิ้นเบรกช่วยลดความเร็ว

ทำง่ายๆ เพียงดึงคันเกียร์เข้าหาตัว ดันขึ้น-ลง เพิ่ม-ลดตำแหน่งเกียร์ได้ทันที

ช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สัน สตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์ เซ็ตค่าเน้นความนุ่มนวล ทำให้ห้องโดยสารนั่งสบายมากๆ

รถรุ่นนี้มีเทคโนโลยี ความปลอดภัยและตัวช่วยขับขี่ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่า จะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน พร้อมดึงพวงมาลัยกลับ

ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ฯลฯ

รวมถึงกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ เห็นภาพรอบตัวรถ

ยิ่งในตอนกลางคืนเวลาเลี้ยวซ้ายหรือขวา ที่จอตรงกลางจะขึ้นภาพด้านข้างตัวรถเพื่อให้เห็นว่าริมถนนที่เลี้ยวมีอุปสรรค หรือจะเฉี่ยวกับฟุตปาธหรือไม่

เป็นตัวช่วยชั้นดีเวลาขับเข้าซอยแคบ หรือที่มืดๆ

ผมไม่พลาดจะลองเล่น ‘i-SMART’ ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ เอกลักษณ์ของเอ็มจี ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนเพื่อสั่งการได้ด้วย

สามารถสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย การเปิดอาจพูดคำว่า “ฮัลโหล เอ็มจี” หรือกดปุ่มที่ พวงมาลัยก็ได้เช่นกัน

เปิด-ปิดวิทยุ เพิ่ม-ลดเสียงได้ด้วยคำพูด รวมถึงการเปิดแผนที่นำทาง หาจุดหมาย ฯลฯ โดยภาพรวมแล้วถือว่า ‘เอ็มจี เอชเอส’ เป็นเอสยูวีที่น่าสนใจทั้งรูปลักษณ์ภายนอก การตกแต่งภายใน ออปชั่นและเทคโนโลยี ต่างๆ จัดหนักจัดเต็มเกินราคาที่ตั้งมาจริงๆ

รุ่นท็อป(X)ที่นำมาทดสอบ ราคาอยู่ที่ 1,119,000 บาท

อีก 2 รุ่นที่เหลือคือ ‘D’ 1,019,000 บาท และ ‘C’ 919,000 บาท

ยิ่งช่วงนี้มีโปรโมชั่นเด็ดดวง ทั้งดาวน์ เริ่มต้น 5% ดอกเบี้ย 0% นาน 4 ปี ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และพ.ร.บ.

ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

เห็นราคาและโปรโมชั่นที่ออกมาใครกำลังเมียงๆ มองๆ จะออกรถใหม่

‘เอ็มจี เอชเอส’ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่น้อย

สันติ จิรพรพนิต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน