เติบโตต่อเนื่องตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี ในเมืองไทย เพราะมียอดขายพุ่งสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระนั้นอาจมีคนจำนวนไม่น้อยยังไม่พร้อมเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ค่าย‘เอ็มจี’จึงจัดทางเลือกให้ด้วยรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรก‘เอ็มจี วีเอส เอชอีวี’

ด้วยเป็นรถไฮบริดรุ่นแรกที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ผมเลยอดใจไม่ไหวหยิบยืมมาทดลองเสียหน่อย ที่ได้มาทดสอบเป็นตัวท็อป(รุ่นX) ราคา 919,000 บาท ส่วนรุ่นเริ่มต้นคือ D ราคา 859,000 บาท

รูปลักษณ์ด้านหน้าถอดแบบมาจากรถยนต์ “โรวี่ โทโทโร่” แบรนด์หรูของเอ็มจี มีเส้นสายสีฟ้าดูสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ว่าไม่ใช้รถยนต์สันดาปภายใน หรือไอซีอี ไฟหน้าแบบ LED Projector เปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน ส่วนด้านหลังไม่ต่างจาก“เอ็มจี แซดเอส” ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ด้านนอกติดตั้งแผ่น AERO WHEEL COVER ช่วยในเรื่องแอโรไดนามิก

ภายในถอดแบบมาจาก“โรวี่ โทโทโร่” เช่นกัน หน้าจอปรับได้หลายแบบ ส่วนจอกลางมีระบบไอสมาร์ท เชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ลำโพง 6 ตำแหน่ง แท่นชาร์ตสมาร์ตโฟนกำลังแรง เกียร์แบบอีซีวีที เบรกมือไฟฟ้า ปุ่มปรับต่างๆ กล้องมองรอบคัน ใกล้ๆ เป็นปุ่มระบบ“KERS” ช่วยชาร์จพลังงานกลับสู่แบตเตอรี่ ตั้งได้ 3 ระดับ ความหน่วงของรถเมื่อถอนคันเร่งจะต่างกันไป

เบาะนั่งสีทูโทนนุ่มด้วยโอบกระชับแผ่นหลังได้ดี เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ส่วนฝั่งซ้ายปรับมือ เบาะด้านหลังผมลองไปนั่งดูแล้ว สบายดี พนักองศากำลังดี ที่วางเท้าเหลือเฟือ ส่วนแบตเตอรี่เขาเก็บใต้ที่ว่างด้านหลัง แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน เพราะมีช่องดูดแอร์จากห้องโดยสารอยู่ใต้เบาะนั่งด้านซ้าย อากาศเย็นจะไหลเข้าไประบายความร้อนของแบตเตอรี่ และไหลออกนอกรถบริเวณซุ้มล้อหลัง

กดปุ่มสตาร์ต เรือนไมล์สวยสบายตาทีเดียว พวงมาลัยจับกระชับมือดี มีระบบมัลติฟังก์ชั่น ระบบควบคุมความเร็ว แต่ยังไม่ถึงขั้นอะแอปทีปที่หยุดและไหลตามคันหน้าได้ ช่องเสียบพอร์ตอยูเอสบี-เอ ยูเอสบี-ซี ให้มาหลายจุด บริเวณฐานกระจกมองหลังมีอีกจุด เอาไว้เสียบกับกล้องหน้ารถไม่ต้องมีสายระโยงระยาง

พวงมาลัยปรับน้ำหนักได้ 3 แบบ คือเบา มาตรฐาน และมั่นคง แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ส่วนผมเน้นมาตรฐาน รู้สึกว่ากำลังดี ไม่หนักเวลาถอยจอด หรือในย่านความเร็วสูงไม่หวิวเกินไป ความคมของพวงมาลัยถือว่าได้ประมาณหนึ่ง ไม่ได้คมกริบแต่ก็ไม่แย่ มีระยะฟรีนิดหน่อยเพื่อง่ายต่อการควบคุมกรณีขับขี่ในชีวิตประจำวัน

เสียงเครื่องยนต์ไม่ดังมากนัก รุ่นนี้เป็นแบบ DOHC 4 สูบ 1.5 ลิตร ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 21.3 กิโลวัตชั่วโมง(kWh) ถือว่าลูกใหญ่พอสมควร กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร ปรับโหมดการขับขี่ 3 แบบ อีโค คอมฟอร์ท และสปอร์ต

อัตราเร่งตีนต้นถือว่าใช้ได้เลย ความเร็วกลาง-ปลาย ไหลมาได้ทันใจ ทั้งการเร่งแซงเหยียบเป็นมาตามแรงเท้า เสียงลม เสียงเครื่องเข้ามาไม่มาก ช่วงล่างเข้าโค้งได้เนียนอยู่พอสมควร ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัท เหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังทอร์ชั่นบีม

ออปชั่นความปลอดภัยต่างๆ มีมาพร้อมสรรพ เด่นๆไม่พ้นงกล้องมองภาพรอบทิศทาง คมชัดระดับ High Definition เปลี่ยนมุมมองได้ทั้งหน้า-หลัง ซ้ายขวา เวลาเลี้ยวเข้าซอยไม่ว่าจะซ้าย หรือขวา กล้องจะส่งภาพบริเวณล้อด้านนั้นๆ มาที่จอกลางด้วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งสามารถเรียกดูภาพจากมุมต่างๆ ด้วยการกดปุ่มบริเวณใกล้ฐานเกียร์ จากนั้นมาปรับมุมภาพที่เราต้องการบริเวณหน้าจอกลาง ซึ่งมีทั้งภาพด้านหน้า หลัง ซ้าย ขวา รวมถึงภาพมุมสูง

นอกจากนี้เวลาจอดกล้องจะส่งดูภาพมุมสูงที่จำลองรัศมีความว้วางของประตูเวลาเปิด เพื่อให้ดูว่าประตูแต่ละบาบมีโอกาสเปิดไปกระแทกกับอะไรหรือไม่ อีกออปชั่นหนึ่งที่ผมชอบคือแผนที่นำทาง เพราะสามารถย้ายจากจอกลางมาที่หน้าจอคนขับได้ ข้อดีไม่ต้องชำเลืองไปทางซ้าย ส่วนจอกลางเราสามารถใช้งานอย่างอื่นได้เหมือนเดิม

ออปชั่นอื่นๆ ใส่มาให้อย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นเช่นระบบควบคุมการทรงตัว SCS ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์

ไม่พลาดกับการสั่งงานด้วยเสียภาษาไทย เปิด-ปิดวิทยุ ซันรูฟ หรือขอแผนที่นำทาง พูดฮัลโหล เอ็มจี เพื่อเริ่มใช้งาน หรือกดปุ่มสั่งการที่พวงมาลัยเป็นรูปหน้าคนกำลังพูด สามารถใช้คำสั่งเสียงได้เช่นกัน เพียงแต่ระบบจะตอบรับช้าหน่อย ใครใจร้อนช้มือปรับเองเร็วกว่า

‘เอ็มจี วีเอส เอชอีวี’ แม้จะเป็นรถไฮบริด แต่ไม่ได้เน้นความประหยัดมากนัก เพราะเน้นขับสนุกมากกว่า แต่กระนั้นการซดน้ำมันถือว่าไม่มาก อัตราบริโภคตามอีโคสติ๊กเกอร์ทำได้ 24 กิโลเมตร/ลิตร แต่ใช้งานจริง เหยียบเร็วบ้าง รถติดบ้าง น่าจะอยู่ระดับ 15 – 17 กิโลเมตร/ลิตร เท่านั้นคือว่าประหยัดได้ประมาณหนึ่งแล้ว

สันติ จิรพรพนิต….เรื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน