ยอดโควิดหายเพิ่ม 2.2 หมื่นราย สูงกว่ายอดติดเชื้อใหม่ ภาพรวมการติดเชื้อเกินร้อยรายลดลงเหลือ 42 จังหวัด แต่กทม.ยังกลับมาติดเชื้อเกิน 4 พันราย ดับสูง 111 ราย
เมื่อวันที่ 10 ส.ค.64 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โรคโควิด 19 ประจำวัน ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,843 ราย สะสม 795,951 ราย รักษาหาย 22,806 ราย หายสะสม 578,140 ราย เสียชีวิต 235 ราย สะสม 6,588 ราย ยังรักษาอยู่ 211,223 ราย อยู่ใน รพ. 62,717 ราย รพ.สนามและอื่นๆ 148,506 ราย อาการหนัก 5,450 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,106 ราย
มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 501,330 โดส รวมสะสม 21,171,110 โดส เป็นเข็มแรก 16,336,743 ราย เข็มสอง 4,566,345 ราย และเข็มสาม 268,022 ราย
ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อ 19,843 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,424 ราย โดยสัดส่วนมาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 9,840 ราย กทม.และปริมณฑล 8,867 ราย และ 4 จังหวัดภาคใต้ 7170 ราย , มาจากเรือนจำ 398 ราย และผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากต่างประเทศมี 21 ราย ได้แก่ โอมาน 1 ราย เมียนมา 17 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ 3 ราย และมาเลเซีย 3 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติทั้งหมด
ผู้เสียชีวิต 235 ราย มาจาก 39 จังหวัด ได้แก่ กทม. 111 ราย สมุทรสาคร 14 ราย พิจิตร 13 ราย นนทบุรี 10 ราย ปัตตานี 9 ราย พระนครศรีอยุธยา 7 ราย สมุทรปราการ ราชบุรี จังหวัดละ 6 ราย ปทุมธานี ปราจีนบุรี จังหวัดละ 5 ราย ฉะเชิงเทรา 4 ราย นราธิวาส นครราชสีมา อุบลราชะานี ตาก จังหวัดละ 3 ราย หนองคาย ศรีสะเกษ ขอนแก่น กำแพงเพชร สุโขทัย อุทัยธานี นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี จังหวัดละ 2 ราย สตูล กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู อุดรธานี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ สระแก้ว ตราด นครนายก เพชรบุรี และระยอง จังหวัดละ 1 ราย
โดยผู้เสียชีวิตเป็นชาย 122 ราย หญิง 113 ราย อายุ 20 วัน – 100 ปี ค่ากลางอายุ 66 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 64% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 32% รวม 2 กลุ่มนี้สูงถึง 96% ไม่มีโรคเรื้อรัง 3% หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 1 ราย คิดเป็น 0.4% จากปทุมธานี
สำหรับจังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 ราย พบสูงขึ้นรวมถึง 42 จังหวัด โดย 10 จังหวัดรายงานติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 4,226 ราย สะสม 189,330 ราย 2.สมุทรสาคร 1,639 ราย สะสม 44,009 ราย 3.สมุทรปราการ 1,006 ราย สะสม 50,485 ราย 4.ชลบุรี 1,005 ราย สะสม 386581 ราย 5.นนทบุรี 959 ราย สะสม 31,585 ราย
6.ปทุมธานี 528 ราย สะสม 24,536 ราย 7.นครปฐม 509 ราย สะสม 17,013 ราย 8.พระนครศรีอยุธยา 396 ราย สะสม 11,376 ราย 9.อุบลราชธานี 387 ราย สะสม 8,636 ราย และ 10.สระบุรี 373 ราย สะสม 10,692 ราย
ส่วนอีก 32 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร 162 ราย, นครนายก 252 ราย, นครสวรรค์ 171 ราย, พิจิตร 218 ราย, ลพบุรี 287 ราย, สมุทรสงคราม 182 ราย, สุพรรณบุรี 248 ราย, อ่างทอง 157 ราย, ฉะเชิงเทรา 342 ราย, ปราจีนบุรี 100 ราย, ระยอง 252 ราย, สระแก้ว 122 ราย, กาฬสินธุ์ 126 ราย, ขอนแก่น 126 ราย, ชัยภูมิ 167 ราย, นครพนม 124 ราย, นครราชสีมา 190 ราย,
บุรีรัมย์ 329 ราย, มหาสารคาม 155 ราย, ยโสธร 128 ราย, ร้อยเอ็ด 215 ราย, ศรีสะเกษ 290 ราย, สุรินทร์ 323 ราย, อุดรธานี 362 ราย, กาญจนบุรี 323 ราย, ตาก 108 ราย, ราชบุรี 267 ราย, นครศรีธรรมราช 100 ราย, นราธิวาส 176 ราย, ปัตตานี 302 ราย, สงขลา 174 ราย และสุราษฎร์ธานี 101 ราย