สธ.เผยโอมิครอนแม้ความรุนแรงต่ำ แต่เสี่ยงกลุ่มเปราะบาง พบผู้เสียชีวิตไม่ได้รับวัคซีน ย้ำยังเตือนสถานการณ์ระดับ 4 พบ เชื้อกระจายทั้งประเทศ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.65 นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 เตือนภัยระดับ 4 ทั่วประเทศ ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ติดเชื้อแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งแนวโน้มเป็นเช่นเดียวกันทั่วโลก คาดการณ์ว่าภายใน 1-2 สัปดาห์แนวโน้มยังทรงตัวระดับสูงในประเทศไทย แม้สายพันธุ์ที่ระบาด จะเป็นโอมิครอน กว่า 90% ความรุนแรงจะต่ำกว่าเดลตาประมาณ 10 เท่า ส่วนผู้เสียชีวิตยังน้อยกว่าการระบาดครั้งก่อน

“สิ่งสำคัญ หากปล่อยผู้ติดเชื้อมากขึ้น จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว จึงต้องชะลอการติดเชื้อ ในกลุ่มวัยทำงาน การรวมกลุ่ม สังสรรค์ ทานอาหารร่วมกัน เพราะกลุ่มคนแข็งแรงจะเป็นพาหะ มากกว่า 90% จะมีอาการเล็กน้อย มากกว่า 50% ไม่มีอาการ ทำให้ไม่ได้ระมัดระวังตนเอง ฉะนั้น หากเริ่มมีอาการให้ตรวจ ATK หากเป็นบวกให้กักตัวเองและประสานสายด่วนโทร 1330 หรือหากมีความเสี่ยงให้กักตัวเองก่อน ขอย้ำว่า มาตรการป้องกันและควบคุมโรคยังเป็นเรื่องสำคัญ”นพ.ธงชัย กล่าว

นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโอมิครอนจากข้อมูล 53,709 ราย พบว่าไม่มีอาการ 53.1% มีอาการป่วย 46.9% ส่วนใหญ่เจ็บคอ ไอ หรือมีไข้ต่ำๆ เป็น 3 อาการหลักๆที่เราเจอตอนนี้ หากเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 อาจกลายเป็นอาการหนัก เชื้อลงปอดได้ ดังนั้น สังเกตอาการแรกๆ หากมีเจ็บคอ ไอ ให้รีบตรวจ ATK

“กรณีปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจ ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขขึ้นตามจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยวันนี้ปอดอักเสบเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 796 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 202 ราย เสียชีวิตวันนี้ 32 ราย โดยเฉลี่ยเสียชีวิต 14 วันอยู่ที่ 25 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ยังเป็นผู้สูงวัยและผู้มีโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะ 60% ไม่ฉีดวัคซีนสักเข็ม และไม่ฉีดบูสเตอร์โดส อย่างวันนี้เสียชีวิต 32 รายอยู่ในกลุ่ม 608 ซึ่งมี 16 รายไม่ฉีดวัคซีนสักเข็ม หรือฉีดเพียง 1 เข็ม จึงจำเป็นต้องรณรงค์ให้กลุ่มนี้รับวัคซีน” นพ.จักรรัฐ กล่าว

ทั้งนี้ การติดเชื้อในกลุ่มเด็ก 0.9 ปีเริ่มพบมากขึ้นเรื่อยๆ และคนทำงาน พบปะคนก็มีโอกาสติดเชื้อสูง อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่ต้องเตือนภัยระดับ 4 เนื่องจากการติดเชื้อตอนนี้เราแบ่งสีเป็นส้ม และแดง โดยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ( 13-19 ก.พ.65) พบว่า ติดเชื้อกระจายทั่วประเทศแล้ว เป็นพื้นที่สีแดงและสีส้ม โดยสีแดงมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 100 ต่อประชากรแสนคน

ส่วนสีส้มประมาณ 10-99 ต่อประชากรแสนคน ซึ่งกลุ่มอายุที่ติดเชื้อพบว่า เพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม แต่มากสุดคือ วัยทำงาน และวัยเด็ก ดังนั้น การทำงาน การทานข้าวด้วยกัน การมีกิจกรรมร่วมกันยังเป็นปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องส่วนอาการปอดอักเสบในกลุ่มวัยต่างๆ นั้น กลุ่มเด็กแม้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ป่วยหนักไม่เพิ่มมาก ถ้าเทียบกับอายุ 60 ปีขึ้นไปอาการจะมากขึ้น ส่วนวัยทำงานถ้าอายุ 50 กว่าปี ที่มีโรคประจำตัวก็จะทำให้เพิ่มขึ้นได้

สำหรับกลุ่มจังหวัดที่ต้องระวังคือ 18 จังหวัดที่มีพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ 8 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว ได้แก่ กรุงเทพ ชลบุรี ภูเก็ต กาญจนบุรี กระบี่ พังงา นนทบุรี ปทุมธานี ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นบางวัน บางวันก็ลดลง อย่างกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น ลดลงบางวัน แต่แนวโน้มยังขึ้นอยู่

“จากการคาดการณ์พยากรณ์โรค อย่างเส้นสีน้ำเงินผู้ติดเชื้อแต่ละวันได้ทะลุการคาดการณ์เส้นสีน้ำตาลแล้ว แสดงว่าตอนนี้ค่อนข้างผ่อนคลาย มาตรการป้องกันควบคุมโรคอาจละเลย เมื่อผู้ติดเชื้อเพิ่ม ผู้เสียชีวิตก็เพิ่มตาม แม้จะไม่ได้เพิ่มมาก แต่ต้องระวังกลุ่ม 608 ผู้สูงวัยและผู้มีโรคเรื้อรัง” นพ.จักรรัฐ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน