เปิดข้อบ่งใช้ แพกซ์โลวิด ยารักษาโควิด ตัวใหม่ รองรับการติดเชื้อหลังสงกรานต์ เทียบความต่างกับโมลนูพิราเวียร์ เผยแนวทางการใช้รักษาผู้ป่วย
วันที่ 14 เม.ย.2565 พญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์ปอด สถาบันโรคทรวงอก ให้สัมภาษณ์ถึงยา แพกซ์โลวิด ยาตัวใหม่ในการรักษาโควิด 19 ที่เพิ่งนำเข้ามาและกระจายไปทั่วประเทศ เพื่อรองรับการติดเชื้อช่วงหลังสงกรานต์ ว่า ยาแพกซ์โลวิดเป็นยาเม็ดรับประทาน ประกอบด้วย Nirmatrelvir (150 มก.) 2 เม็ด และยา Ritonavir (100 มก.) 1 เม็ด ซึ่งจะรับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน
โดยการรักษา 1 คอร์สจะใช้ Nirmatrelvir 20 เม็ด และ Ritonavir 10 เม็ด รวม 30 เม็ดต่อคน สำหรับข้อบ่งใช้ในการรักษานั้น ตามแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 จะให้แก่โมลนูพิราเวียร์
“เมื่อได้รับวัคซีนแล้วจะไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันโควิด ทำให้เชื้อเข้าไปจับกับเซลล์ของเราน้อยลง ทำให้การติดเชื้อต่ำลง ซึ่งหากไม่ได้รับครบ 3 เข็ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่รับวัคซีนไม่ครบจะเสี่ยง และควรได้รับยาตัวนี้ตามข้อบ่งชี้ แต่หากใครรับประทานยาบางตัวก็จะไม่สามารถรับยาตัวนี้ได้ ซึ่งกรณีนี้แพทย์จะทราบว่า จะจ่ายยาอย่างไร” พญ.เปี่ยมลาภ กล่าว
พญ.เปี่ยมลาภ กล่าวอีกว่า เมื่อติดเชื้อแล้วร่างกายจะสร้างสารการอักเสบออกมาโต้ตอบ ซึ่งเป็นตัวทำร้ายปอด เมื่อติดเชื้อฉีดวัคซีนทำไมติดเชื้อ เพราะเซลล์จับกับไวรัสน้อยลง แต่บางส่วนยังจับอยู่ แต่การกระตุ้นให้เกิดการอักเสบลดลง เพราะน้อยกว่ากลุ่มไม่ได้ฉีดวัคซีน จึงให้ยาแพกซ์โลวิดในกลุ่มที่รับวัคซีนไม่ครบ 3 เข็ม
เนื่องจากมีความเสี่ยงโดยเฉพาะผู้สุงอายุและมีโรคร่วม ที่มีอัตราการเสียชีวิตเยอะ การบริหารยาก็ต้องดูเรื่องของยาบางตัวที่ให้ร่วมกันไม่ได้ เนื่องจากเป้นยาซ้ำกันหรือยาที่ออกกระบวนการกลไกคล้ายกัน ทำให้ตับอักเสบได้ก็ต้องระวังเช่นกัน
พญ.เปี่ยมลาภ กล่าวว่า ยาตัวนี้ใช้ในกลุ่มที่มีอาการรุนแรงไม่ได้ เพราะเวลาอาการรุนแรง ปอดอักเสบ เกิดจากการที่ร่างกายสร้างสารอักเสบขึ้นมาโต้ตอบกับการที่มีไวรัสเข้ามา ปอดอักเสบจะเกิดหลังจากไวรัสเข้าไปแล้ว 5-10 วันขึ้นไป ดังนั้น ยาฆ่าเชื้อไวรัสจึงต้องเน้นเร็ว อย่างยาฟาวิพิราเวียร์มีประโยชน์ลดอาการไข้สูง เจ็บคอ ซึ่งการให้เร็วจะลดอาการทันที ซึ่งฟาวิพิราเวียร์ต้องให้เร็วภายใน 4 วันหลังมีอาการ
ส่วนตัวไวรัสจะเพิ่มจำนวนมากที่สุดในช่วงเริ่มมีอาการต้นๆ และไวรัสหายไป ซึ่งจะหายไปใน 7-10 วัน ส่วนปอดอักเสบจะเกิด 5-10 วันขึ้นไป ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ร่างกายเราหลั่งสารอักเสบออกมาโต้ตอบกับเชื้อไวรัส ตัวสารอักเสบเป็นตัวปัญหาให้เกิดการทำลายปอด ดังนั้น การกินยาต้านไวรัส ไม่ได้มีประโยชน์ช่วยลดปอดอักเสบ เพราะไวรัสเริ่มลดไปแล้ว แต่เป้นจากร่างกายเราโต้ตอบกับสารอักเสบ ทำให้เกิดการอักเสบ และปอดอักเสบเพิ่มขึ้นๆ จนรุนแรงและเสียชีวิต
“เมื่อปอดอักเสบแล้ว ในเรื่องการรักษาจะมีการให้ยาลดการอักเสบตามมาตรฐานการรักษา เป็นไปข้อบ่งชี้การรักษา ซึ่งเรามีผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องนี้ และจะมีการปรับแนวทางเวชปฏิบัติใหม่เป็นฉบับปรับปรุงที่ 22 ซึ่งจะออกมาในเร็วๆนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ฉบับ 21 ซึ่งออกมาเมื่อวันที่ 22 มี.ค.2565 ที่ผ่านมา โดยเรามีการปรับตลอดเวลา” พญ.เปี่ยมลาภ กล่าว
สำหรับยาโมลนูพิราเวียร์ และยาแพกซ์โลวิด มีความแตกต่างกันอย่างไร พญ.เปี่ยมลาภ กล่าวว่า ข้อบ่งชี้เหมือนกัน เป็นแอนตี้ไวรัสต้องให้เร็วภายใน 5 วัน โดยกำหนดเหมือนกันว่า ต้องเป็นกลุ่มเสี่ยง อย่างไม่ได้รับวัคซีน หรือรับไม่ครบโดส โดยเฉพาะกลุ่มอายุมาก โรคประจำตัว และหลายๆปัจจัย
แต่บางเคสเป็นผู้ป่วยที่รับประทานยาบางชนิดที่กินร่วมกับยาแพกซ์โลวิดไม่ได้ ก็ต้องไปทานยาโมลนูพิราเวียร์ แต่หากไม่มีปัญหาการใช้ยาก็อาจเลือกแพกซ์โลวิด ทั้งนี้ ข้อบ่งชี้ในงานวิจัยที่เหมือนกันคือ ทั้งคู่ใช้ในรายที่มีอาการไม่รุนแรง ปอดอักเสบไม่เยอะ คือ ออกซิเจนปลายนิ้วมากกว่า 94