ตำรวจไซเบอร์จับ หัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์ชาวรัสเซีย หลอกเหยื่อนักธุรกิจชาวไทยให้หลงรักชักชวนลงทุน คาสนามบินสุวรรณภูมิ

วันที่ 26 ธ.ค.2568 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 สั่งการให้พ.ต.อ.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ ผกก.3 บก.สอท.4 , พ.ต.ท.ทรงกลด มาสม รอง ผกก.3 บก.สอท.4 พ.ต.ท.สมคิด ยะราช สว.กก.3 บก.สอท.4 พ.ต.ท.หญิง ธร สุขเรืองวงศ์ สว.(สอบสวน) กก.3 บก.สอท.4 นำกำลังจับกุมชาย ชาวรัสเชีย อายุ 31 ปี โดยจับกลุ่มได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

คดีนี้สืบเนื่องจากปี 2566 ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวนครสวรรค์ ถูกกลุ่มคนร้ายปลอมเป็นหญิงสาวหน้าตาดี ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อเป็นผู้หญิง เข้ามาทักทำความรู้จักสร้างความสนิทสนมในรูปแบบของคนรัก แล้วชักชวนให้ลงทุนเทรดทองคำบนแพลทฟอร์มที่คนร้ายสร้างขึ้น โดยคนร้ายอ้างว่ามีรายได้จากการลงทุนเทรดทองคำระยะสั้น ลงทุนน้อยได้ผลตอบแทนดีและเร็ว ผู้เสียหายเชื่อว่าลงทุนแล้วได้กำไรกลับมาจริงจึงโอนเงินลงทุนไป ช่วงแรกสามารถถอนเงินกำไรออกมาได้จริง ทำให้โอนเงินจำนวนมากขึ้นประมาณ 60,000 บาท จากนั้นไม่สามารถถอนเงินที่ลงทุนไปออกมาได้ มั่นใจว่าถูกหลอกลวงและไม่ได้โอนเงินให้กลุ่มคนร้ายเพิ่มเติมอีกจึงมาแจ้งความ

จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มคนร้ายใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงินจากผู้เสียหาย และมีการโอนต่อไปยังบัญชีผู้ต้องหาเป็นทอดๆ รวม 10 บัญชี เป็นบัญชีธนาคารของคนไทย 8 บัญชี บัญชีธนาคารของหัวหน้าขบวนการชาวรัสเซีย 2 บัญชี เป็นบัญชีผู้รับผลประโยชน์ โดยมีการสร้างความสลับซับซ้อนทางบัญชีด้วยการใช้บัญชีม้าจำนวนมากในการบริหารการเงินของขบวนการ เพื่อให้ยากแก่การติดตามของตำรวจ

โดยพบว่ามีการใช้บัญชีคนไทยทำหน้าที่กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม จากนั้นจะนำเงินไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิทัลเพื่อโอนให้ผู้ร่วมขบวนการ การกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ร้องขอศาลจังหวัดนครสวรรค์ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดจำนวน 10 ราย โดยชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.4 สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 7 ราย และสามารถอายัดเงินในบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาไว้ได้มูลค่าร่วม 2 ล้านบาท ก่อนจับกุมหัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์ชาวรัสเซียรายนี้ได้ในวันนี้

สอบสวนผู้ต้องหา ทราบว่า อาศัยวีซ่านักเรียนในพื้นที่ จ.ชลบุรี เข้ามาก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 โดยมีการเข้าออกประเทศไทยเป็นจำนวนหลายครั้ง อีกทั้งให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์ในการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิดผ่านเงินสกุลดิจิทัล และมีธุรกรรมที่โอนและรับโอนเงินจากบัญชีของกลุ่มคนร้ายจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนและคนทำงาน ให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปลอมมาในคราบความสัมพันธ์เชิงชู้สาวและหลอกให้ลงทุนที่ได้ผลตอบแทนมากเกินความเป็นจริง ทั้งนี้ควรเลือกลงทุนในสถาบันการเงินหรือรูปแบบการลงทุนที่น่าเชื่อถือและมีการตรวจสอบอย่างชัดเจน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน