31 ก.ค. ชี้ชะตา สาวไทยวัย 28 หิ้วพัสดุซุกไอซ์ 900 ก. เข้าญี่ปุ่น อัยการจะสั่งฟ้องหรือไม่ ด้าน ป.ป.ส.เผยรู้รถที่มาส่งของให้แล้ว แต่ยังไม่มีไรเดอร์มาแสดงตัว
วันที่ 30 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นายธนาศักดิ์ อายุ 53 ปี และน.ส.กันยาวีร์ อายุ 45 ปี สองสามีภรรยา แจ้งว่า น.ส.จุฑาทิพย์ อายุ 28 ปี บุตรสาว พร้อมด้วย นายศราวุธ อายุ 28 ปี แฟนหนุ่มของบุตรสาว และเพื่อนอีก 1 คน มีอาชีพรับจ้างหิ้วของให้กับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ออกเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 69 โดยขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง
เมื่อไปถึงสนามบินฟุกุโอกะ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสัมภาระของ น.ส.จุฑาทิพย์ พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ จึงถูกควบคุมตัว และแจ้งข้อหานำเข้ายาเสพติด (ยาไอซ์) เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค.69 เวลาประมาณ 07.00 น. พร้อมวอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบบุคคลปริศนาที่ฝากหิ้วของข้ามประเทศ เชื่อว่าอาจทำเป็นขบวนการ
ครอบครัวยอมรับว่าลูกสาวไม่รอบคอบที่ไม่ตรวจสอบสินค้าในกล่องพัสดุให้ดี แต่ยืนยันว่าลูกสาวไม่เคยมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเลย จึงขอความกรุณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ เพราะเกรงว่าบุคคลที่นำพัสดุซุกยาเสพติดมาให้ลูกสาวไปส่งที่ประเทศญี่ปุ่นอาจมีความเกี่ยวข้องกับที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยอัยการญี่ปุ่นเตรียมพิจารณาคำสั่งคดีแก่หญิงไทยในวันที่ 31 ก.ค.69
ล่าสุด น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ปป.1 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ยังคงเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อเนื่อง โดยบูรณาการข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ซึ่งอยู่ระหว่างแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดในทุกจุดที่เห็นว่ารถของไรเดอร์ชายได้ใช้เป็นเส้นทางขับขี่ทั้งก่อนและหลังส่งพัสดุให้กับหญิงไทยวัย 28 ปี
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบหมายเลขทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่น สีรถ เส้นทางที่ใช้ในการขับขี่จากต้นทางสู่ปลายทาง ซึ่งยังต้องขอสงวนข้อมูลในส่วนนี้ไว้ก่อน แต่ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าในการขนส่งพัสดุครั้งนี้พบว่ามีไรเดอร์เพียงคนเดียว ไม่ได้มีผู้นั่งในห้องโดยสารมาด้วย แต่ยังไม่ขอยืนยันว่าไรเดอร์ดังกล่าวเป็นชายหรือหญิง เพราะเกรงว่าจะไหวตัวทัน และอาจหลบหนีไปก่อน
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวอีกว่า ระหว่างนี้เรามีการเปิดพื้นที่ให้ไรเดอร์ที่รู้ตัวว่าเป็นคนส่งพัสดุให้หญิงไทยรายดังกล่าว ได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่ยังไม่มีบุคคลใดเข้าแสดงตัว ยังคงนิ่งเงียบ จึงเป็นข้อสังเกตน่าพิรุธ
“ถ้าหากว่าเป็นแค่ไรเดอร์ที่รับจ้างขนส่งพัสดุจริง ก็จะต้องมีความหวั่นเกรงที่จะรีบมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้าหากนิ่งเงียบไปเช่นนี้ก็มีสิทธิ์สูงที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการลำเลียงยาเสพติด”
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการรวบรวมหลักฐานจนความประจักษ์ชัดเจน พนักงานสอบสวนตำรวจจะไปดำเนินการขอศาลออกหมายจับในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และร่วมกันส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ตามพยานหลักฐานและพฤติการณ์ทางคดี
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีในวันที่ 31 ก.ค.69 จะเป็นวันที่พนักงานอัยการญี่ปุ่นนัดหมายหญิงไทยฟังคำสั่งคดี ว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไอซ์ดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งระหว่างนี้ทาง ป.ป.ส. และทางการญี่ปุ่น ได้มีการประสานข้อมูลรายละเอียดทางคดีอย่างต่อเนื่อง
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การขยายผลในส่วนของทางการไทย เราพบความเชื่อมโยงเบื้องต้นว่าไอซ์ล็อตนี้ อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการเครือข่ายชาวเวียดนาม ที่มีการซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน มีการจับกุมไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากชื่อบัญชีธนาคารที่โอนเงิน จำนวน 3,600 บาท มายังบัญชีธนาคารหญิงไทย ก็มีชื่อเป็นชาวเวียดนามเช่นกัน
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้จึงพบว่าพฤติการณ์และแผนประทุษกรรมในทั้งสองคดีอาจมีความเกี่ยวข้องกันบางส่วน แต่ยังต้องขยายผลเพื่อให้เห็นความชัดเจนครอบคลุมต่อไปว่า ตัวการที่แท้จริงที่นำยาเสพติดไอซ์ล็อตนี้เข้ามาในประเทศไทยคือคนกลุ่มใดบ้าง ก่อนกระจายส่งให้ผู้รับปลายทางที่เป็นคนกลาง มีต้นทางมาจากประเทศไหน เข้ามาอย่างไร ลำเลียงอย่างไร ในห้วงวันที่เท่าไร บรรจุพัสดุภัณฑ์มาอย่างไร ก่อนส่งให้ถึงมือผู้รับเพื่อให้นำพาไปยังประเทศปลายทางที่สาม
น.ส.อารีภักดิ์ เปิดเผยต่อว่า สำหรับรูปลักษณะซองกาแฟของกลางในคดีที่พบว่าถูกยัดไส้ยาเสพติดไอซ์ โดยทางการญี่ปุ่นได้นำตัวอย่างส่งห้องแล็บตรวจพิสูจน์ ซึ่งเราได้รับข้อมูลมาแล้วว่าเป็นซองกาแฟยี่ห้อของประเทศไทย เป็นซองเรียว ถูกบรรจุอยู่ในกล่อง จำนวน 3 กล่อง น้ำหนักกล่องละ 300 กรัม
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนไอซ์ที่ถูกยัดไส้ในซองกาแฟ มีน้ำหนักทั้งสิ้น 900 กรัม (ซองละ 3-5 กรัม) โดยพบข้อเท็จจริงว่าซองกาแฟดังกล่าวมีการดัดแปลงและตัดแต่งเพื่อนำไอซ์ซ่อนไว้ด้านใน และซีลปิดซองมิดชิดเรียบร้อย
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวอีกว่า กรณีคนที่ยังแอบทำอาชีพรับหิ้วสินค้า-ฝากหิ้วไปต่างประเทศที่พร้อมจะรับความเสี่ยง เลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร จริงๆ แล้ว ก็ควรที่จะเปิดดูและสำรวจบรรจุภัณฑ์โดยรอบให้เรียบร้อยก่อนว่าลักษณะของบรรจุภัณฑ์มีความผิดปกติจากการตัดแต่ง หรือมีร่องรอยผิดปกติของผลิตภัณฑ์หรือไม่ เพราะคุณจะเห็นเลยว่าซองกาแฟมันสั้นลงจากรูปแบบเดิม