แม่เลี้ยงเดี่ยววัย 27 ชาว อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบช่วยเหลือ หลังถูกเพจดัง หลอกใช้บัญชี ช่วยแชร์ขายแชมพูแล้วจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ หลงเชื่อให้หมายเลขบัญชีไปเพื่อโอนเงิน กลับถูกเอาไปแอบอ้างขายของออนไลน์จนโดนอายัดบัญชี แถมโดน ตร.เรียกเงิน 50,000 แลกกับการยกเลิกอายัดบัญชี

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 64 น.ส.ภาวินี อุ่นเรือง อายุ 27 ปี ชาวตำบลถาวร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากถูกเพจเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งหน้าเพจมีการรีวิวขายแชมพูสมุนไพร หลอกล่อให้ช่วยแชร์สินค้าหน้าเพจลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว

หากมีคนทักมาหรือติดต่อซื้อสินค้าก็จะแบ่งเปอร์เซ็นต์จากการขายให้ พอหลงเชื่อแชร์สินค้าให้ ทางเพจก็ขอหมายเลขบัญชีไปอ้างว่าจะโอนเงินจากเปอร์เซ็นต์ที่ขายสินค้าเข้าบัญชีให้ ซึ่งตอนแรกก็ได้เปอร์เซ็นต์จริงครั้งละ 200 – 300 บาท ประมาณ 4 – 5 ครั้ง

บางครั้งมีเงินโอนเข้ามา 4,000 – 5,000 บาท สักพักทางเพจก็แจ้งมาว่าลูกค้าโอนเงินผิดบัญชีให้โอนกลับคืน ด้วยความที่ตนเองไม่ได้ชะล่าใจก็โอนคืนตามที่ทางเพจบอก แต่ก็ไม่รู้ว่าบัญชีที่โอนคืนเป็นบัญชีของใคร

กระทั่งผ่านไปประมาณ 1 เดือนเศษ จะไปเติมเงินโทรศัพท์กลับเติมไมได้ และมีข้อความแจ้งว่าถูกอายัดบัญชีแล้ว จึงไปติดต่อที่ธนาคารก็พบว่าถูกระงับบัญชีจริงๆ พอตรวจสอบจึงรู้ว่าทางเพจได้เอาหมายเลขบัญชีธนาคารของตนไปหลอกลวงขายของออนไลน์

มีลูกค้าหลงเชื่อสั่งซื้อแต่ไม่ได้รับสินค้าจริง มีคนเข้าแจ้งความถึง 5 โรงพักใน 5 จังหวัด คือ จ.นครสวรค์ , ชลบุรี , ราชบุรี , สมุทรปราการ และ สมุทรสงคราม ทำให้ตัวเองถูกอายัดบัญชีไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใดๆได้

ขณะนี้เดือดร้อนมากต้องหยิบยืมเงินญาติพี่น้อง ตระเวนไปไกล่เกลี่ยจ่ายเงินให้กับคนที่แจ้งความไว้เฉลี่ยรายละ 2,000 – 6,000 บาท เมื่อตนอธิบายข้อเท็จจริงให้ฟังผู้เสียหายทั้ง 5 ราย ก็เห็นใจเพราะตนเองก็ถูกหลอกเหมือนกัน พอไกล่เกลี่ยจ่ายเงินเงินคืนเรียบร้อย ทุกคนก็ยอมถอนแจ้งความให้และไม่ติดใจเอาเรื่อง

แต่มีตำรวจ สภ.แห่งหนึ่งในสมุทรสงคราม ยื้อเรียกเอาเงิน 50,000 บาท อ้างว่าเป็นค่าประกันสำหรับทำเรื่องยกเลิกอายัดบัญชี ทั้งที่ตนเองก็จ่ายเงินให้ผู้เสียหายและทุกคนก็ถอนแจ้งความไปแล้ว

ตนก็บอกกับตำรวจคนดังกล่าวไปว่า ตั้ง 50,000 จะหาเงินที่ไหนมาให้ เพราะทุกวันนี้ก็อาศัยเงินจากแม่และน้า ทั้งกินอยู่และเลี้ยงลูก 5 ขวบเพราะเลิกรากับสามีตั้งแต่ตั้งครรภ์ ทุกวันนี้ไม่มีรายได้อะไร

ตอนแรกก็หวังจะได้เงินจากการช่วยแชร์ขายแชมพูออนไลน์ตามที่เพจอ้าง แต่กลับถูกหลอกและถูกแจ้งความ แต่ก็แปลกใจว่าทั้ง 4 โรงพักเมื่อไกล่เกลี่ยกันแล้วและผู้เสียหายก็ยอมถอนแจ้งความก็จบ แต่ทำไมโรงพักนี้ถอนแจ้งความแล้วกลับเรื่องไม่จบ กลับถูกตำรวจเรียกรับเงิน

หากไม่มีเงินไปจ่ายเขาก็จะไม่ทำเรื่องยกเลิกอายัดบัญชีให้ ตอนนี้เดือดร้อนมากไม่รู้จะทำยังไง และที่คาใจคือตนเองก็ถูกทางเพจหลอกก็เป็นผู้เสียหายเหมือนกัน แต่พอไปแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเอาผิดกับเพจดังกล่าว ตำรวจกลับไม่รับแจ้ง จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและช่วยเหลือด้วย

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน